Work-Life Balance ปรับแนวคิดเพื่อสมดุลชีวิตกับการทำงาน (ตอนที่ 2)
By Krungsri Guru
ปัจจุบันนี้หลาย ๆ องค์กรให้ความสำคัญกับผลงาน ดังจะเห็นได้จากการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีซึ่งวัดกันที่คุณภาพของงานไม่ได้วัดกันว่าใครนั่งอยู่ในออฟฟิศนานกว่ากัน ทำให้ความเชื่อเก่า ๆ ที่ว่า “ถ้าไม่ทำงานหนัก แล้วจะโดนไล่ออก” จึงเริ่มน้อยลงทุกที หากองค์กรของคุณเองมีนโยบายในการประเมินคนจากผลของงานเช่นกัน แล้ววันนี้ ตัวคุณเอง “เลิก” ที่จะเบียดบังชีวิตส่วนตัวเพื่ออุทิศให้กับงานหรือยังครับ
หากเราแบ่งกิจกรรมหลัก ๆ ในชีวิตออกเป็นสองด้าน
  • หนึ่ง ชีวิตในด้านของการทำงาน ได้แก่ หน้าที่การงาน ความปรารถนา จุดมุ่งหมายในชีวิต
  • และสอง ด้านชีวิตส่วนตัว อันได้แก่ เวลาที่ใช้กับครอบครัว สุขภาพ ความบันเทิง เวลาว่าง
การให้ความสำคัญกับชีวิตด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปอาจก่อให้เกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากการทำงานหนักเกินไป สุขภาพที่ถดถอย ความท้อแท้จากการไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต หรือการขาดความก้าวหน้า หากคุณรู้สึกว่าชีวิตยังขาดด้านใดด้านหนึ่ง ก็พอจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังขาดสมดุลอยู่
จากตอนที่แล้ว ผมได้แนะนำการเรียงลำดับความสำคัญในชีวิต การกำหนดเป้าหมายชีวิต การพูดคุยเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบกับเจ้านาย กำหนดเวลาส่วนตัว และการปล่อยวางจากงาน วันนี้ ผมมีวิธีสร้างความสมดุลของชีวิตและการทำงานเพิ่มเติมมาฝากกันครับ
6. Focus กับสิ่งที่ทำอยู่
เวลางานก็ตั้งใจทำงานให้เต็มที่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ครั้นนอกเวลางานก็ Focus กับสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลากับลูก หรือการออกกำลังกาย อย่ามัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลัง เช่น ไปนั่งรับประทานอาหารกับแฟนแต่ใจกลับคิดถึงงานที่ยังทำค้างอยู่ อย่างนี้ระวังจะเสียทั้งงาน และเสียทั้งแฟนนะครับ
7. ตัดเวลาสำหรับสิ่งที่ไม่สำคัญ
และไม่จำเป็นออกไปจากชีวิต เช่น ตัดการคุยเล่นกับเพื่อน ตัดการดูละคร ตัดการเล่น Facebook เล่น Social หรือหากตัดไม่ได้ อย่างน้อยก็ควรกำหนดเวลา เช่น เล่น social ได้วันละ 15 นาที
8. เพิ่มเวลาให้ชีวิตส่วนตัวโดยใช้ตัวช่วย
บางครั้งการใช้เงินซื้อเวลา ก็จะช่วยลดสภาวะความเครียดได้เช่นกันครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเรามีเวลาส่วนตัวไม่มาก การจ้างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น จ้างคนทำสวน จ้างซักรีดผ้า ก็จะเป็นการช่วยเพิ่มเวลาให้เราไปพักผ่อน หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นที่สำคัญกว่าได้
9. อย่าลืมมีเวลาพักผ่อนส่วนตัว
ไม่ว่าจะเป็นการ break สั้น ๆ ระหว่างชั่วโมงทำงาน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน ไปจนถึงการจัดเวลาสำหรับการออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ทำงานอดิเรก โดยในส่วนของการพักผ่อนนั้น ลองมองหาวิธีพักผ่อนนอกเหนือจาการนั่งดูโทรทัศน์ หรือเล่น Social ดูบ้างนะครับ เพราะหลายครั้ง จากที่เราตั้งใจจะพักผ่อน พอไปนั่งดูข่าวหรืออ่านเจอกระทู้เครียด ๆ กลับทำให้เราเครียด จนลืมพักผ่อนไปเสียอย่างนั้น
10. อย่ากดดันตัวเองว่าทุกอย่างต้อง perfect
ขอเพียงทำให้ดีที่สุด เต็มความสามารถ และจงภูมิใจกับสิ่งที่ได้ทำครับ เพราะในหนึ่งวันมีเวลาจำกัดเพียง 24 ชั่วโมง ทุก ๆ อย่างที่เราคิดจะใช้เวลาไปกับมันจึงควรเป็นสิ่งที่เราตัดสินใจแล้วว่าเป็นสิ่งสำคัญ ถึงแม้ว่ามันจะมีสาระหรือไม่มีสาระบ้างก็ตาม
วันนี้ลองหันกลับมามองดูตัวเองกันครับว่า เราจัดสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัวได้ดีแค่ไหน และที่สำคัญ เรามีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่แล้วหรือยัง ส่วนใครที่ทำได้แล้ว ลองอ่านเคล็ดลับดี ๆ ที่ทำให้เราใช้เวลาทำงานเท่าเดิม แต่ได้เงินเยอะขึ้นที่นี่ครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow