เกรดทางการเงินคืออะไร และวัดได้อย่างไร?

เกรดทางการเงินคืออะไร และวัดได้อย่างไร?

By Krungsri Guru
ในความหมายของคนทั่วไปเกรดทางการเงินอาจจะหมายถึง ความมั่งคั่งทางการเงินเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ เช่น หากเราเป็นพนักงานประจำมีเงินเดือนในระดับหนึ่ง ถ้าเราไปเทียบกับคนที่มีเงินเดือนน้อยกว่า ก็ดูเหมือนว่าจะเกรดทางการเงินของเราจะสูงกว่า ในทางกลับกันหากเรานำไปเปรียบเทียบกันคนที่มีเงินเดือนมากกว่า ก็ดูเหมือนว่าเกรดทางการเงินของเราจะต่ำกว่า แต่ความเป็นจริงแล้วเกรดทางการเงินส่วนบุคคลนั้นจะ “แม่นยำ” ที่สุดน่าจะมากจากภายใน หมายความว่า เราควรคำนวณค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของเรา และคำนึงถึงเงินเก็บออมยามที่เราไม่มีแรงจะทำงานแล้ว (ยามเกษียณ) จะเป็นอย่างไรลองมาดูเกรดการเงินส่วนบุคคลกันเลยครับ
เกรด F
สำหรับบุคคลที่มีเกรดทางการเงินในระดับ F นั้นหมายถึง คนที่ยังเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ งบดุลชีวิตยังติดลบ ยังต้องหมุนเงินจากการกู้โน่น มาโปะหนี้ ยิ่งถ้าเป็นการกู้เพื่อโปะสินเชื่อส่วนบุคคล ผ่อนโน่น ผ่อนนี่ สารพัดผ่อน นั้นยิ่งลำบากครับ วิธีการที่จะพ้นจากการเงินเกรด F ให้เร็วที่สุดก็คือ การลดหนี้ให้เร็วที่สุด ยิ่งทำให้ปลอดหนี้ได้ยิ่งดีครับ
เกรด D
สำหรับคนที่มีเกรดทางการเงินในระดับ D หมายถึง คนที่หาเงินได้พอดีกับใช้จ่าย หรือเรียกง่ายๆ ว่า “เดือนชนเดือน” นั่นเองครับ หมายความว่าหากเราหาเงินมาได้เท่าไร เราก็ต้องจ่ายเงินออกไปแทบจะทั้งหมด เรียกว่ามีเงินใช้แบบพอดี ไม่เหลือเก็บเลย หากใครที่อยู่ในระดับนี้ต้องเร่งลดค่าใช้จ่าย และหาวิธีผลิตกระแสเงินสดเพิ่มเติมให้เร็วที่สุดครับ
เกรด C
สำหรับคนที่มีเกรดทางการเงินในระดับ C หมายถึงคนที่หาเงินมาได้พอใช้จ่าย และเริ่มมีเงินเก็บออมบ้าง ซึ่งเข้าใจได้ว่าคนส่วนใหญ่ก็น่าจะมีระดับทางการเงิน หรือเกรดทางการเงินในระดับนี้ เพราะสังคมบ้านเราการออมยังถือว่าเป็นค่านิยมที่สำคัญอยู่ในใจครับ
เกรด B
สำหรับคนที่เกรดทางการเงินในระดับ B หมายถึง คนที่หาเงินมาได้พอใช้จ่าย มีเหลือเก็บออม และเริ่มมีการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ และทำให้งอกเงยได้ด้วย สินทรัพย์ดังกล่าว ได้แก่ การฝากเงินไว้กับธนาคาร ลงทุนในกองทุนรวม ซื้อหุ้นกู้ หากใครมีเกรดทางการเงินในระดับนี้ถือได้ว่าเริ่มมีความมั่นคงทางการเงินระดับหนึ่งแล้วครับ
เกรด A
สำหรับคนที่มีเกรดทางการเงินในระดับ A หมายถึง คนที่มีอิสรภาพทางการเงิน ไม่จำเป็นต้องทำงานแลกเงิน สามารถปล่อยให้เงินทำงานได้อย่างอิสระ เนื่องจากมีสินทรัพย์จากการลงทุนประเภทต่างๆ เช่น ลงทุนในหุ้น ลงทุนในกองทุนรวม ลงทุนในที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ มีเงินเหลือใช้ในปริมาณมากๆ และโอกาสที่จะกลับไปมีฐานะทางการเงินที่ต่ำกว่าถือว่าน้อยมากแล้วครับ ซึ่งผมเข้าใจว่าคนที่จะมีความมั่งคั่ง หรือเกรดทางการเงินในระดับ A นั้นเป็นคนส่วนน้อยในบ้านเรา ซึ่งก็เป็น “เป้าหมาย” ที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็นกันครับ
บทความนี้อยากจะให้ทุกคนเข้าใจถึงระดับทางการเงิน ความมั่งคั่งที่ควรจะเป็น ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะเปรียบเทียบว่าใครร่ำรวยกว่า แต่หากเราคิดว่าเกรดทางการเงินส่วนบุคคลของเรานั้นเราพอใจ และสามารถมีอยู่มีใช้ได้แบบสบายๆ เกรดต่างๆ ก็อาจเป็นเพียง “สิ่งสมมติ” ที่ไม่ได้สำคัญอะไรครับ แต่ถ้าใครคิดว่าอยากจะยกระดับเกรดทางการเงินของเราให้ดีขึ้น โดยเฉพาะหากเราอยู่ในภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง (ทางการเงิน) เราก็ควรรีบขวนขวายหาทางยกระดับตนเอง อย่างน้อยที่สุดก็ควรอยู่ในข่าย “พอกิน พอใช้” นะครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2564 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow