SCBINDIAA

กองทุนรวมออกใหม่

SCBINDIAA

SCBINDIAA

โอกาสเติบโตตามเศรษฐกิจอินเดีย

โอกาสลงทุนในบริษัทชั้นนำของอินเดียจำนวน 50 บริษัทตามดัชนี Nifty 50 หนึ่งในดัชนีสำคัญที่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของอินเดีย กับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นอินเดีย (ชนิดสะสมมูลค่า) (SCBINDIAA)

ลงทุนผ่าน iShares India 50 ETF (กองทุนหลัก)
SCBINDIAA
พอร์ตการลงทุนประกอบไปด้วยบริษัทชั้นนำของอินเดีย
เช่น HDFC Bank และ ICICI Bank (ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของอินเดีย) Reliance Industries (บริษัทกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่แบบครบวงจร) Bharti Airtel (บริษัทชั้นนำด้านโทรคมนาคม) เป็นต้น

SCBINDIAA
กระจายการลงทุนครอบคลุมในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย
เช่น ภาคธนาคาร การบริโภค โทรคมนาคม เทคโนโลยี พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น

SCBINDIAA
บริหารการลงทุนภายใต้ความดูแลของ BlackRock
หนึ่งในบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก

ข้อมูลกองทุน SCBINDIAA

  • ลงทุนในหุ้นของบริษัทในอินเดีย ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี Nifty 50 ผ่านกองทุนหลัก iShares India 50 ETF ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
  • ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

เสนอขายผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยาตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

ขอรับหนังสือชี้ชวน และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • การลงทุนของกองทุนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายการลงทุนภาวะตลาด และดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ข้อมูลจาก Factsheet กองทุนหลัก ณ วันที่ 30 มิ.ย. 69
หมายเหตุ : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับ บลจ.ไทยพาณิชย์ เท่านั้น

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีใน คู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

  • การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน รวมทั้งไม่ได้อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก จึงมีความเสี่ยงจากการลงทุน ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน
  • ผู้ลงทุนควรลงทุนในกองทุนรวมต่อเมื่อเห็นว่าการลงทุนในแต่ละกองทุนรวมนั้นมีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการลงทุนของผู้ลงทุน และผู้ลงทุนสามารถยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนของกองทุนรวม โดยเฉพาะ นโยบายการลงทุน ความเสี่ยง ผลการดำเนินงานของกองทุนรวม และคู่มือการลงทุนให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในต่างประเทศบางส่วน บริษัทจัดการอาจจะใช้หรือไม่ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศภายใต้ดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือ ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ และเนื่องจากกองทุนรวมมีการลงทุนในต่างประเทศจึงมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ของประเทศที่กองทุนรวมไปลงทุนได้ ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) หรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) จึงมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ซึ่งส่งผลให้ผู้ลงทุนขาดทุนจากการลงทุนบางส่วน หรือทั้งจำนวนได้ และในการขายคืนหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับเงินคืนตามที่ระบุไว้ในโครงการ
  • กองทุนรวมบางประเภทอาจมีความเสี่ยงสูงกว่าความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk profile) ของผู้ลงทุนที่ได้ประเมินไว้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ดังนั้น ผู้ลงทุนจะต้องเข้าใจและรับทราบความเสี่ยงของกองทุนรวมดังกล่าวก่อนทำการลงทุนและหากประสงค์จะลงทุนในกองทุนนั้น ผู้ลงทุนจะต้องลงนามรับทราบและยอมรับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk profile) ของผู้ลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทำการลงทุนทุกครั้ง
  • กองทุนรวม SSF / SSFX เป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการออม Thai ESG / Thai ESGX เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการออมระยะยาว และสนับสนุนการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย LTF เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการลงทุนระยะยาวในหุ้น และ RMF ลงทุนเพื่อเกษียณอายุ ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน ทั้งนี้ การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป การลงทุนในกองทุนเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป และการลงทุนในกองทุนเพื่อการออม (SSF) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ผู้ลงทุนไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ในฐานะผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับบริษัทจัดการเท่านั้น
ผู้ลงทุนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา
อ่านทั้งหมด

เปิดบัญชีกองทุนและสมัครบริการวางแผนลงทุนแบบประจำบน krungsri app ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS, Android และ Huawei

อยู่ที่ไหนก็สามารถลงทุนได้ ให้คุณไม่พลาดทุกโอกาสการลงทุน
Appstore
Googleplay
Huawei
kma-code
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา