เงินกู้ทำคอนเทนต์ออนไลน์ โอกาสการขยายธุรกิจยูทูบเบอร์

Posted On 30 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
ยูทูบเบอร์และฟรีแลนซ์สายคอนเทนต์สามารถขอเงินกู้ขยายธุรกิจ หรือเงินกู้ทำคอนเทนต์ออนไลน์ได้ หากมีหลักฐานรายได้จากโซเชียลที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้มีทุนหมุนเวียนสำหรับลงทุนในอุปกรณ์, ซอฟต์แวร์, การตลาด, และการจ้างทีมงาน ช่วยให้ธุรกิจการทำคอนเทนต์ออนไลน์เติบโตได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง ไม่สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้
การเปลี่ยนจากคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ทำเพื่อความสนุกสนาน มาสู่การบริหารงานแบบธุรกิจเต็มตัว จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนกระแสเงินสดที่เฉียบคม เพราะเมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต ความต้องการด้านคุณภาพการผลิตและระบบหลังบ้านย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย การพิจารณาเลือกใช้เงินกู้ขยายธุรกิจจึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยขยายสเกลธุรกิจให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ได้อย่างมั่นคง
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจกู้เงินเพื่อลงทุนทำยูทูบ หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ มีรายละเอียดที่แตกต่างจากการลงทุนทั่วไป บทความนี้จะเจาะลึกถึงโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง และแนวทางการบริหารเงินทุนสำหรับคนทำงานสายออนไลน์
ต้นทุนของการทำคอนเทนต์ออนไลน์มีอะไรบ้าง ?
ทุกวันนี้มีคอนเทนต์ออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย Content Creator จึงต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในบางครั้งจะต้องอาศัยเงินทุนในการยกระดับมาตรฐานงานผลิต หลายคนจึงต้องการเงินกู้ทำคอนเทนต์ออนไลน์ให้ตอบโจทย์ความสนใจผู้ติดตามมากขึ้น โดยการก้าวมาผลิตคอนเทนต์ออนไลน์เต็มตัว จะมีรายจ่ายหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
- อุปกรณ์การผลิต (Production Hardware) ได้แก่ กล้อง เลนส์ ระบบไฟ และไมโครโฟนคุณภาพสูง เป็นการลงทุนระยะยาวที่สร้างภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ
- ซอฟต์แวร์และการสมัครสมาชิก (Software & Subscriptions) ตัวอย่างเช่น ค่าลิขสิทธิ์โปรแกรมตัดต่อ คลังดนตรี และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้าน เพื่อไม่ให้มีปัญหาลิขสิทธิ์ในภายหลัง และมีข้อมูลอินไซต์เพื่อการเติบโตที่แม่นยำ
- ค่าโฆษณาและการตลาด (Digital Advertising) ในช่วงขยายฐานผู้ชม การยิงโฆษณาถือเป็นทุนหมุนเวียน เพื่อให้คอนเทนต์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็วขึ้น
- ต้นทุนด้านบุคลากร เมื่อปริมาณงานเพิ่มขึ้น การจ้างทีมตัดต่อ กราฟิก หรือแอดมินดูแลการขาย จะช่วยให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับกลยุทธ์หลักได้มากขึ้น
รายได้ของการทำคอนเทนต์มาจากที่ไหน ?
หลายคนมีความกังวลใจว่า การที่มีรายได้จากโซเชียลหรือแพลตฟอร์มออนไลน์สามารถกู้เงินได้ไหม ? คำตอบคือ ทำได้ หากว่ามีระบบการบันทึกรายได้ที่สม่ำเสมอ โดยรายได้ส่วนมากมักมีที่มาดังต่อไปนี้
- Platform Monetization ส่วนแบ่งรายได้จากโฆษณา เช่น YouTube AdSense หรือดาวจาก Facebook
- Influencer Marketing การทำงานร่วมกับแบรนด์เพื่อรีวิวสินค้าหรือเป็นพรีเซนเตอร์
- Affiliate Marketing การรับค่าคอมมิชชันจากการแนะนำสินค้า เป็นรายได้แบบ Passive Income ที่น่าสนใจในปัจจุบัน
- การขายสินค้าและบริการของตัวเอง การใช้ฐานแฟนคลับเพื่อต่อยอดธุรกิจขายของ เช่น เสื้อ หมวก แก้วน้ำ ซึ่งอาจจะต้องใช้เงินกู้ขายของออนไลน์มาช่วยบริหารสต๊อกสินค้าในช่วงเริ่มต้น
หากต้องการเงินทุนแบบด่วน ๆ หาจากไหนได้บ้าง ?
เมื่อต้องการเงินทุนแบบด่วน ยูทูบเบอร์สามารถขอกู้เงินได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้
ยูทูบเบอร์กู้เงินยังไง ? Checklist เอกสารสำหรับฟรีแลนซ์สายคอนเทนต์
เพื่อให้การขอเงินกู้เป็นไปด้วยความราบรื่น ควรเตรียมเอกสารต่าง ๆ เบื้องต้น ดังนี้
กรณีบุคคลธรรมดา
- สำเนาบัตรประชาชน
- Statement ย้อนหลัง 6-12 เดือน เพื่อยืนยันกระแสเงินสดเข้า-ออก
- หลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทวิ 50) ยืนยันรายได้จากการรับจ้างรีวิวหรือค่าโฆษณา
- หน้าโปรไฟล์โซเชียลมีเดีย เพื่อแสดงตัวตนและประเภทคอนเทนต์ที่คุณทำไม่ต่ำกว่า 3 ปี
- สลิปเงินเดือนล่าสุด หากมีรายได้ประจำ ให้นำสลิปเงินเดือนเดือนล่าสุด หรือหนังสือรับรองเงินเดือนฉบับจริงที่ระบุเงินเดือน ตำแหน่ง และอายุงานมาด้วย
กรณีเจ้าของกิจการ
- สำเนาบัตรประชาชน
- หนังสือรับรองบริษัท และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (รับรองไม่เกิน 3 เดือน)
- สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6-12 เดือน (บัญชีส่วนตัวและบัญชีเจ้าของกิจการ)
- ใบทะเบียนการค้า (กรณีไม่ใช่นิติบุคคลตามกฎหมาย)
ต่อยอดธุรกิจออนไลน์ให้ก้าวกระโดดด้วยสินเชื่อส่วนบุคคล Krungsri iFIN
สำหรับครีเอเตอร์หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่มองหา
เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อมาเสริมทัพธุรกิจ สินเชื่อส่วนบุคคล Krungsri iFIN จากธนาคารกรุงศรี คือทางเลือกที่ออกแบบมาให้สอดรับกับความเร็วของโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง
- อนุมัติไวภายใน 1 วัน* นับจากวันที่ธนาคารได้รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครที่สมบูรณ์เข้าระบบครบถ้วน ช่วยให้คุณมีทุนพร้อมใช้ในเวลาที่ต้องการ
- วงเงินสูงตอบโจทย์การขยายตัว รับวงเงินสูงสุดถึง 2 ล้านบาท หรือไม่เกิน 5 เท่าของรายได้*
- อัตราดอกเบี้ยเป็นธรรม คิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 21% - 25% ต่อปี* และไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง
- ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน พิจารณาจากคุณสมบัติและความสามารถทางการเงินของผู้สมัครโดยตรง
- วางแผนการเงินได้ชัดเจน สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานตั้งแต่ 12 ถึง 60 เดือน* ทำให้การบริหารกระแสเงินสดในแต่ละเดือนเป็นเรื่องง่าย
หากคุณกำลังวางแผนจะใช้เงินกู้สำหรับธุรกิจขายของออนไลน์ หรือต้องการยกระดับโปรดักชันครีเอเตอร์ของตัวเอง สามารถยื่นสมัครผ่าน krungsri app ได้ทันที แม้จะเป็นฟรีแลนซ์หรือเจ้าของธุรกิจออนไลน์ก็กู้ได้หากมีหลักฐานรายได้ที่ชัดเจน
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด
ข้อมูลอ้างอิง :
- YouTube จ่ายค่าตอบแทนให้กี่บาทต่อยอดวิว ? พร้อมเงื่อนไขการจ่ายเงินให้กับ YouTuber. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 จาก https://www.set.or.th/
- มัดรวม 6 อุปกรณ์ยูทูปเบอร์ มือใหม่หัดทำช่อง ต้องมีอะไรบ้าง. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 จาก https://fuzion.co.th/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินกู้ทำคอนเทนต์ออนไลน์ (FAQs)
A : ได้ รายได้จากโซเชียลสามารถใช้เป็นหลักฐานในการขอสินเชื่อได้ เพียงแต่มีระบบการบันทึกรายได้ที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ โดยธนาคารจะพิจารณาจากเอกสารแสดงรายได้ เช่น Statement ย้อนหลัง 6-12 เดือน เพื่อยืนยันกระแสเงินสดและแหล่งที่มาของรายได้
A : ในกรณีที่เป็นพนักงานประจำจะต้องมีรายได้ 20,000 บาทขึ้นไป แต่หากว่าเป็นเจ้าของกิจการจะต้องมีรายได้เฉลี่ยขั้นต่ำ 200,000 บาทขึ้นไป นอกจากนี้ควรตรวจสอบคุณสมบัติและความสามารถทางการเงินของผู้สมัครโดยตรง และต้องมีหลักฐานรายได้ที่ชัดเจน เช่น Statement ย้อนหลัง 6-12 เดือน เพื่อยืนยันความสม่ำเสมอของกระแสเงินสดและแหล่งที่มาของรายได้จากโซเชียลมีเดีย
A : สำหรับฟรีแลนซ์ที่อาจไม่มี ทวิ 50 ควรเน้นที่เอกสารสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน, Statement ย้อนหลัง 6-12 เดือน และหน้าโปรไฟล์โซเชียลมีเดีย เพื่อแสดงตัวตนและประเภทคอนเทนต์ที่ทำ เนื่องจากข้อมูลการเดินบัญชีที่สม่ำเสมอคือสิ่งสำคัญที่สุดในการยืนยันความสามารถทางการเงินต่อธนาคาร
A : คุณสามารถเลือกผ่อนชำระได้นานที่สุดถึง 60 เดือน (5 ปี) ทำให้การบริหารกระแสเงินสดในแต่ละเดือนเป็นเรื่องง่าย และสินเชื่อนี้คิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 21% - 25% ต่อปี ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง
A : สินเชื่อส่วนบุคคลอเนกประสงค์ Krungsri iFIN มีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำมาใช้เป็นเงินหมุนเวียนสำรองได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ดังนั้นจึงสามารถนำไปใช้เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในส่วนของต้นทุนด้านบุคลากร เช่น ค่าจ้างทีมตัดต่อ กราฟิก หรือแอดมินดูแลการขาย ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของการทำคอนเทนต์ออนไลน์ที่ระบุไว้ในบทความ