อวสานลูกหนี้จอมเบี้ยว แชตยืมเงินทางไลน์ใช้เป็นหลักฐานฟ้องได้

Posted On 29 มีนาคม 2569
By Personal Loan Club (ชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล)
ข่าวดีสำหรับเจ้าหนี้ที่เจอลูกหนี้สายเบี้ยว เพราะตอนนี้แชตยืมเงินแล้วไม่คืน สามารถฟ้องร้องเอาเงินคืนได้แล้วนะ โดยสามารถใช้ประวัติการสนทนาเป็นหลักฐานยื่นฟ้องร้องต่อศาลได้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ “
แล้วต้องเป็นแชตแบบไหนศาลถึงจะรับฟ้อง ?” อย่าเพิ่งร้อนใจไป บทความนี้ Krungsri The COACH มีสรุปคำตอบไว้ครบถ้วน ช่วยให้คุณรวบรวมหลักฐานฟ้องร้องเอาเงินคืนได้อย่างมั่นใจ
ยืมเงินทางไลน์ผิดกฎหมายหรือไม่ ?
การยืมเงินผ่านแชตไลน์ถือเป็นการ
กู้เงินออนไลน์รูปแบบหนึ่งซึ่ง “
สามารถทำได้ และไม่ผิดกฎหมาย” เพราะเป็นการเปลี่ยนจากสัญญากระดาษ สู่การตกลงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกฎหมายในปัจจุบัน (พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์) รับรองให้แชตกู้ยืมเงินมีสถานะเทียบเท่าสัญญาเงินกู้ทั่วไป เพียงแค่ต้องมีรายละเอียดยืนยันการยืมเงินชัดเจน
5 จุดสำคัญในแชตยืมเงิน ที่ศาลใช้พิจารณารับฟ้อง
ไม่ใช่แค่แคปหน้าจอแชต แล้วจะใช้ได้เลย เพราะหลักฐานที่ศาลรับพิจารณาจะต้องมีองค์ประกอบครบ 5 อย่าง ดังนี้
- ข้อความสนทนา : ต้องระบุข้อความที่แสดงเจตนาการขอยืมเงินชัดเจน เช่น “ขอยืมเงิน 5,000 บาท” หรือ “เดี๋ยวคืนให้วันที่…” เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่การให้โดยเสน่หา
- บัญชีผู้ใช้ของผู้ยืม : ต้องระบุตัวตนได้ว่าใครเป็นคนขอยืม เช่น ชื่อโปรไฟล์ รูปโปรไฟล์ หรือหลักฐานอื่นที่เชื่อมโยงไปถึงตัวจริงของลูกหนี้
- หลักฐานการโอนเงิน : สลิปโอนเงิน หรือรายการเดินบัญชี (Statement) ที่ระบุวัน เวลา และยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีผู้ยืมอย่างชัดเจน
- ข้อมูลต้องน่าเชื่อถือ : เป็นข้อมูลจากระบบที่ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ เช่น LINE หรือ Facebook
- ความสมบูรณ์ของข้อมูล : ควรเก็บหลักฐานทันทีที่มีการกู้ยืม และรักษาข้อมูลให้อยู่ในสภาพเดิม ห้ามตัดต่อ แก้ไข วันเวลาในการรับส่งข้อความเด็ดขาด
หลายคนพลาด ! เอกสารสำคัญในการฟ้องร้องที่มักลืมเตรียม
เมื่อเจรจาไม่เป็นผล และต้องการดำเนินการทางกฎหมาย สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อม ได้แก่
- พิมพ์ข้อมูลบทสนทนาทั้งหมด : พิมพ์ข้อความการคุยกันตั้งแต่เริ่มขอยืม ตกลงให้ยืม จนถึงการทวงถาม โดยไม่ตัดต่อ
- หน้าโปรไฟล์ผู้ยืม : ภาพหน้าจอที่แสดงชื่อ รูป และ ID ของผู้ยืม เพื่อยืนยันตัวตน
- หลักฐานการยืมเงิน : สลิปการโอนเงิน (E-Slip) หรือ Statement ของธนาคารฝั่งผู้ให้กู้
- หนังสือบอกกล่าวทวงถาม (ถ้ามี) : หลักฐานการทวงหนี้ผ่านแชต หรือหนังสือจากทนายความ
- เอกสารส่วนตัว : สำเนาบัตรประชาชนของผู้ให้กู้
แชตไลน์หายไปยังฟ้องได้ไหม ? สิ่งที่กฎหมายไม่ได้บอกตรง ๆ
หากไม่มีหลักฐานข้อความการสนทนาเลย โอกาสในการฟ้องร้องจะยากขึ้นมาก เพราะสลิปโอนเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการพิสูจน์ว่าเป็นเงินกู้ หรือการชำระหนี้ หรือการให้โดยเสน่หา
ฟ้องไปแล้วจะได้เงินคืนไหม ? ลองเช็กโอกาสของคุณ
การชนะคดีในศาล ไม่ได้การันตีว่าจะได้เงินคืนทันทีเสมอไป เพราะขั้นตอนหลังศาลพิพากษาคือการบังคับคดี ถ้าลูกหนี้มีทรัพย์สิน เจ้าหนี้สามารถนำคำพิพากษาไปสืบทรัพย์ และยึดทรัพย์สิน (บ้าน, ที่ดิน, รถ, เงินในบัญชี) มาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้ หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ เป็นชื่อของตัวเองเลย การได้เงินคืนอาจเป็นเรื่องยาก
“ดังนั้น การให้ยืมเงินจึงมีความเสี่ยงเสมอ แม้กฎหมายจะรองรับการยืมทางไลน์ แต่การคัดกรองความน่าเชื่อถือของผู้กู้ก่อนให้ยืม คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด”
สรุป ! แชตแบบไหนใช้ฟ้องเอาเงินคืนได้
- ข้อความยืมเงินต้องชัดเจน
- ระบุตัวผู้ยืมได้
- มีหลักฐานโอนเงินจริง
- ข้อมูลเชื่อถือได้ ไม่ถูกแก้ไข
Krungsri The COACH เข้าใจว่าการให้ยืมเงินอาจมาพร้อมความกังวลใจ จึงอยากแนะนำให้คุณเก็บหลักฐานเหล่านี้ไว้ตั้งแต่เริ่มโอนเงิน เพื่อช่วยปกป้องสิทธิของตัวเอง และอุ่นใจมากขึ้น หากต้องทวงเงินคืนหรือเกิดปัญหาการชำระหนี้ในอนาคต
อ้างอิง :
ช่วยสวมบทบาทที่ปรึกษาการเงินให้ฉันหน่อย หลังจากอ่านบทความเรื่องยืมเงินทางไลน์ (
https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/loan/borrowing/borrow-money-via-app-line-instead-loan-agreement) ของ Krungsri The COACH จบแล้ว ฉันอยากรู้วิธีประเมินเครดิตคนมายืมเงินให้เหมือนกับที่ธนาคารทำ โดยนำหลักเกณฑ์ 5C มาปรับใช้กับการให้ยืมส่วนบุคคล ช่วยอธิบายให้เห็นภาพว่าเกณฑ์ 5C ของธนาคารกรุงศรีมีอะไรบ้าง พร้อมสรุปเป็นเกณฑ์วัดใจง่าย ๆ ให้ฉันใช้ตัดสินใจได้ทันทีว่าเคสไหนปล่อยผ่านได้ หรือเคสไหนควรปฏิเสธเพื่อไม่ให้เสียทั้งเงิน และเพื่อน และขอข้อมูลจากเว็บไซต์ธนาคาร และสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือด้วย