คู่มือใช้เงินโบนัสให้คุ้มค่า สำหรับมนุษย์เงินเดือน !

Posted On 06 มกราคม 2569
ไม่ระบุ
โบนัสปลายปี สามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางการเงินได้อย่างหลากหลาย หากแบ่งอย่างมีแผน ไม่ว่าจะใช้โปะหนี้เสริมสภาพคล่อง ออมเพื่อเป้าหมาย ลงทุนเพื่ออนาคตหรือเตรียมภาษี โดยการจัดสรรเงินออกเป็น 5 ส่วนหลักจะช่วยให้มั่นคงทั้งระยะสั้นและระยะยาว พร้อมใช้สัดส่วนแนะนำ เช่น 30-50% สำหรับหนี้ หรือเงินสำรอง และ 20-30% สำหรับการลงทุน เพื่อให้เงินโบนัสเติบโตอย่างคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ที่สุด
เมื่อช่วงปลายปีมาถึง สิ่งที่ทำให้พนักงานเงินเดือนทุกคนใจเต้นและตั้งตารอคอยมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “โบนัสปลายปี” ซึ่งเป็นผลตอบแทนจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งปี แต่หลายคนอาจจะเคยประสบปัญหากับเงินโบนัสที่หายไปในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เกิดคำถามว่าจะแบ่งเงินโบนัสปลายปีอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด ? เพราะหากใช้โดยไม่วางแผน เงินก้อนนี้อาจหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าบริหารอย่างเป็นระบบ เงินโบนัสสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสทางการเงิน ไม่ว่าจะเอาโบนัสไปปิดหนี้ เก็บออม หรือเริ่มลงทุนครั้งแรกในชีวิต
บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจวิธีจัดสรรอย่างมืออาชีพ เพื่อใช้เงินโบนัสให้คุ้มค่า สำหรับมนุษย์เงินเดือน พร้อมเสนอแนวทางใช้โบนัสแบบสร้างให้งอกเงยและเสริมชีวิตให้มีความสุขในเวลาเดียวกัน
โบนัสคืออะไร ต้องทำงานกี่ปีถึงจะได้โบนัส ?
โบนัส คือเงินพิเศษที่บริษัทจ่ายให้พนักงานนอกเหนือจากเงินเดือนตามปกติ โดยมักจะจ่ายปีละครั้งในช่วงปลายปี หรือต้นปี เพื่อเป็นรางวัลผลตอบแทนการทำงาน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว บริษัทส่วนใหญ่มักจะพิจารณาการจ่ายโบนัสจากผลประกอบการของบริษัท ผลงานส่วนบุคคล รวมถึงดูจากจำนวนปีที่พนักงานเข้ามาทำงาน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัทเป็นหลัก บางบริษัทอาจกำหนดให้ต้องทำงานครบ 1 ปีปฏิทินจึงจะมีสิทธิได้รับโบนัสเต็มจำนวน แต่บางแห่งอาจจ่ายให้ตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ทำงานจริงในปีนั้น ซึ่งระยะเวลาทำงานจะเป็นตัวกำหนดจำนวนโบนัสที่จะได้รับ เช่น บริษัทอาจมีนโยบายจ่ายโบนัส 1 เดือนของเงินเดือนสำหรับทุกคนที่ทำงานครบปี สิ่งสำคัญคือการศึกษาและสอบถามนโยบายการจ่ายโบนัสของบริษัทอย่างละเอียด
สำหรับพนักงานที่ต้องการเพิ่มโอกาสได้รับโบนัสมากขึ้น สามารถเริ่มต้นจากการพัฒนาทักษะ เพิ่มผลงานที่จับต้องได้ หรือเข้าใจเกณฑ์การประเมินของบริษัทให้ชัดเจน
การศึกษา
เทคนิคเพิ่มโบนัสสำหรับมนุษย์เงินเดือนจะช่วยให้สามารถวางแผนปรับปรุงผลงานและเพิ่มศักยภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น
แบ่งเงินโบนัสปลายปีอย่างไรให้คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกมิติชีวิต ?
การจัดสรรเงินโบนัสอย่างมีระบบจะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีเทคนิคการแบ่งเงินโบนัสปลายปีอย่างไรให้คุ้มค่ามาบอกกัน ด้วยการจัดสรรเงินเป็น 5 ส่วนสำคัญ ดังนี้
โปะหนี้และเสริมสภาพคล่อง
การเคลียร์หนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง ถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด เพราะเป็นการลดภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในอนาคต
- เน้นหนี้ดอกเบี้ยสูง โดยเอาโบนัสไปปิดหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคล หรือหนี้ที่คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ซึ่งอาจสูงถึง 16-25% ต่อปี
- เติมเงินสำรองฉุกเฉิน ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน หากยังไม่ครบ ควรจัดโบนัสส่วนนี้ไปเก็บไว้ในบัญชีที่ถอนง่าย
ลงทุนเพื่ออนาคตและความมั่งคั่ง
โบนัสเป็นเงินก้อนที่เหมาะมากสำหรับการเริ่มต้นหรือเพิ่มพูนการลงทุน เพื่อให้เงินทำงานแทนและสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ควรขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และควรเป็นเงินที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทันที
- เพิ่มพอร์ตลงทุนที่มีอยู่ จัดสรรเงินก้อนนี้ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม หุ้น ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์
- มองหาความคุ้มครองพร้อมโอกาสงอกเงย เช่น ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่เพียงแต่ให้ความคุ้มครองชีวิต แต่ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมที่เลือกเอง นับเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงและโอกาสสร้างผลตอบแทน
ออมเพื่อเป้าหมายที่มองเห็นได้
การออมเงินโบนัสเพื่อเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น เงินดาวน์บ้าน ทุนการศึกษา หรือเงินสำหรับการแต่งงาน จะทำให้เห็นภาพความสำเร็จที่ใกล้เข้ามาได้มากยิ่งขึ้น
- แยกบัญชี แนะนำให้แยกเงินออมก้อนนี้ออกจากบัญชีรายวัน เพื่อป้องกันการนำไปใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยยังสามารถติดตามความคืบหน้าของเป้าหมายได้ง่าย
ซื้อความสุขและรางวัลชีวิต
ทุกคนล้วนทำงานหนักมาตลอดทั้งปี การให้รางวัลตัวเองจึงเป็นสิ่งที่สมควรทำ เพื่อเติมเต็มพลังบวกและสร้างแรงจูงใจในการทำงานต่อไป
- กำหนดงบประมาณที่ชัดเจน เป็นสัดส่วน เช่น ไม่เกิน 10-20% ของโบนัสทั้งหมด เพื่อไม่ให้กระทบต่อเป้าหมายทางการเงินในด้านอื่น การใช้เงินโบนัสให้คุ้มค่าไม่ได้หมายถึงการประหยัดจนไม่ได้ใช้ แต่คือการใช้จ่ายอย่างมีสติ
- พิจารณาของขวัญที่ให้ประโยชน์ระยะยาว เช่น คอร์สพัฒนาทักษะ หรือการลงทุนในสุขภาพ
จัดการภาษี
เงินโบนัสอาจทำให้รายได้รวมสูงขึ้นและอาจถูกนำไปคำนวณภาษีในอัตราที่สูงขึ้นด้วย การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจึงเป็นสิ่งสำคัญ
- ซื้อกองทุน หรือประกัน สามารถนำเงินโบนัสส่วนนี้ไปลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF/RMF) หรือซื้อประกันที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เช่น ประกันชีวิตทั่วไป ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือประกันบำนาญ โดยเมื่อนำเบี้ยประกันชีวิต ประกันสะสมทรัพย์ ประกันสุขภาพ มารวมกันแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
สัดส่วนแนะนำในการจัดสรรโบนัส
แม้จะไม่มีกฎตายตัวในการแบ่งสัดส่วนเงินโบนัส แต่สามารถใช้สัดส่วนดังต่อไปนี้เป็นแนวทางเริ่มต้น และปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานะทางการเงินของตัวเอง
ใช้โบนัสแบบมีระบบ ช่วยให้เงินงอกเงย เพิ่มคุณภาพชีวิต
โบนัสปลายปีไม่ใช่แค่รางวัลจากการทำงาน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนอนาคตทางการเงิน หากจัดสรรอย่างรอบคอบก็จะสามารถใช้เพื่อลดหนี้ เสริมสภาพคล่อง พร้อมสร้างการเติบโตทางการเงินได้ในเวลาเดียวกัน
หากอยากให้โบนัสกลายเป็น “เงินงอกเงยในระยะยาว” อีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนคือ
ประกันชีวิตควบการลงทุน จาก
ธนาคารกรุงศรี ซึ่งให้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวม เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มวางแผนการเงิน แต่ไม่อยากซับซ้อน โดยสามารถเช็กเบี้ยประกันภัยและซื้อออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1572
ข้อมูลอ้างอิง :
- Year-End Bonus Definition, Who Gets It, When, and Why?. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.investopedia.com
- ได้รับโบนัสปลายปี ต้องรู้วิธีบริหาร. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.setinvestnow.com
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
A: ขึ้นอยู่กับประเภทหนี้และสถานการณ์ของแต่ละคน หากเป็นหนี้ดอกเบี้ยสูง เช่น บัตรเครดิต รีบโปะก่อนดีที่สุด แต่หากเป็นหนี้ดอกเบี้ยต่ำ เช่น บ้านหรือรถ และมีวินัยในการชำระปกติ อาจแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนควบคู่กันได้ กรณีที่เหมาะที่สุดคือ “ผสมทั้งสองแบบ” คือโปะหนี้บางส่วนและลงทุนบางส่วน เพื่อให้ทั้งภาระลดลงและเงินเติบโตไปพร้อมกัน
A: ถ้าเป็นหนี้ดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิต การนำโบนัสไปปิดหนี้ทั้งหมดถือเป็นการตัดสินใจที่ดีมาก เพราะเป็นการลดรายจ่ายดอกเบี้ยในอนาคต แต่หากเป็นหนี้ดอกเบี้ยต่ำ ควรแบ่งส่วนหนึ่งไปลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของหนี้ที่มี
A: โบนัสเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจง่ายและให้โอกาสเติบโตระยะยาว เช่น กองทุนรวม หุ้น หรือประกันชีวิตควบการลงทุนที่มีความคุ้มครองควบคู่
A: โบนัสถูกนับเป็นรายได้และนำมาคำนวณภาษี แนะนำให้ใช้สิทธิในการลดหย่อนผ่าน SSF, RMF หรือประกันที่ลดหย่อนได้
A: ส่วนมากหากเปลี่ยนงานก่อนสิ้นปี บริษัทส่วนใหญ่อาจไม่จ่ายโบนัสเต็มจำนวน หรืออาจไม่มีสิทธิได้รับเลย ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทเดิม โดยบริษัทใหม่จะจ่ายโบนัสให้ตามสัดส่วนระยะเวลาที่เริ่มทำงานในแต่ละปี ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนงาน ควรสอบถามนโยบายการจ่ายโบนัสของทั้งสองบริษัทให้ชัดเจน