วิธีเก็บเงินกับแฟน วางแผนง่าย ๆ แต่ทำได้จริง

Posted On 12 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
การเก็บเงินกับแฟน คือขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้ความสัมพันธ์มั่นคงขึ้น เพราะช่วยให้ทั้งคู่เข้าใจนิสัยการเงินของกันและกัน วางแผนชีวิตร่วมกันอย่างโปร่งใส และลดโอกาสเกิดปัญหาจากค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นระบบ โดยสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การคุยเรื่องเงินให้เคลียร์ การตั้งเป้าหมายร่วมกัน แบ่งระบบเงินกองกลาง ใช้บัญชีหลายเป้าหมาย การใช้งบคู่ มีเทคโนโลยีช่วยออม ไปจนถึงการนัดคุยเรื่องเงินเป็นประจำ เป็นแนวทางที่ทำได้จริงและช่วยให้คู่รักสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคงไปพร้อมกัน
เรื่อง “เงิน” ถือเป็นหนึ่งในต้นเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คู่รักเกิดความขัดแย้ง ทั้งจากความเข้าใจไม่ตรงกัน การใช้เงินไม่เป็นระบบ หรือความรู้สึกว่าอีกฝ่ายแบกภาระมากกว่า แต่ในทางกลับกัน ถ้าคู่รักสามารถคุยกันเรื่องเงินได้อย่างสบายใจและวางแผนร่วมกันอย่างเป็นระบบ ความสัมพันธ์จะยิ่งแข็งแรงขึ้น และช่วยสร้างอนาคตที่ชัดเจนร่วมกัน ดังนั้น การเก็บเงินกับแฟนจึงไม่ใช่เรื่องซีเรียส แต่เป็นอีกหนึ่งวิธีเติมความหวานให้ความสัมพันธ์มั่นคงกว่าเดิม
และนี่คือ 7 สูตรเด็ดเพื่อเป็นไอเดียว่าควรเก็บเงินกับแฟนแบบไหนดี ที่ทำได้จริง นำไปใช้ได้ทุกคู่ ไม่ว่าคุณเพิ่งคบกันหรือกำลังวางแผนสร้างครอบครัวในอนาคตก็ตาม
ทำไมการเก็บเงินกับแฟนจึงสำคัญต่อความสัมพันธ์ระยะยาว ?
เงินไม่ใช่ทุกอย่างในความสัมพันธ์ แต่เป็นทรัพยากรที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตร่วมกันแทบทุกเรื่อง ทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทริปท่องเที่ยว งบแต่งงาน ไปจนถึงเป้าหมายใหญ่อย่างการมีครอบครัวในอนาคต ถ้าคู่รักมีระบบเงินร่วมกันอย่างโปร่งใสและจริงใจ ย่อมช่วยลดความเครียด เพิ่มความมั่นใจ และทำให้การวางแผนอนาคตร่วมกันง่ายขึ้นมาก
สูตรที่ 1 คุยเรื่องเงินให้เคลียร์ก่อนเริ่มเก็บ เปิดใจเรื่องรายได้ หนี้ และสไตล์การใช้เงิน
ก่อนจะเก็บเงินร่วมกัน ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจร่วมกันเสียก่อน ลองชวนแฟนมาคุยแบบไม่ตัดสินกันเกี่ยวกับรายได้ที่แต่ละคนได้รับ หนี้ที่ยังต้องผ่อน ความคาดหวังเรื่องการใช้เงิน ตลอดจนนิสัยการใช้เงิน ว่าแต่ละฝ่ายเป็นสายเปย์ สายประหยัด หรือนักวางแผน
เมื่อเข้าใจกันมากขึ้น ทั้งคู่จะสามารถตั้งกติกาได้โดยไม่กดดัน เช่น ค่าใช้จ่ายไหนจ่ายร่วม ค่าใช้จ่ายไหนเป็นส่วนตัว และควรออมเดือนละเท่าไร การคุยเรื่องเงินอาจอึดอัดในตอนแรก แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ที่จริงใจและโปร่งใสในระยะยาว
สูตรที่ 2 ตั้งเป้าหมายเก็บเงินกับแฟนแบบชัดเจน เก็บเพื่ออะไร ภายในเมื่อไร
การเก็บเงินจะสำเร็จง่ายขึ้น ถ้าทั้งคู่รู้ว่าเก็บไปเพื่ออะไร ลองตั้งเป้าหมายร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลา เช่น
- ระยะสั้น : ทริปเที่ยวปลายปี ของขวัญวันครบรอบ
- ระยะกลาง : เงินดาวน์คอนโด เงินจัดงานแต่ง
- ระยะยาว : เงินสำรองฉุกเฉินครอบครัว หรือเงินลงทุนระยะยาวร่วมกัน
โดยสามารถใช้หลัก SMART ช่วยให้แผนการเก็บเงินเป็นรูปธรรมมากขึ้นได้ ประกอบด้วย
- Specific ชัดเจน
- Measurable วัดผลได้
- Achievable เป็นไปได้
- Realistic เหมาะสมกับรายได้
- Time-Bound มีกำหนดเวลา
ยกตัวอย่างเช่น ต้องการเก็บเงินเดือนละ 3,000 บาท เพื่อทริปญี่ปุ่นงบ 60,000 บาท ภายใน 10 เดือน ทำให้เป้าหมายในการเก็บเงินชัดเจน ยิ่งทำให้ออมได้ง่ายและมีแรงจูงใจมากขึ้น
สูตรที่ 3 วางระบบเงินกองกลางและเงินส่วนตัว ให้แฟร์และสบายใจทั้งสองฝ่าย
สิ่งสำคัญในการเก็บเงินกับแฟน คือต้องยุติธรรมและไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่ากดดันมากกว่า โดยสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการหารครึ่งสำหรับคู่ที่รายได้ใกล้เคียงกัน การหารตามสัดส่วนรายได้ คนรายได้สูงจ่ายมากกว่า เพื่อไม่ให้ฝ่ายที่รายได้น้อยกว่าแบกภาระมากเกินไป
หรือจะเปิดบัญชีคู่เพื่อเก็บเป็นค่าใช้จ่ายร่วม เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำไฟ ค่าอาหาร ใช้บัญชีกลาง แต่ยังคงมีบัญชีส่วนตัวของแต่ละฝ่ายเพื่ออิสระในการใช้เงิน การตกลงกันตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาอคติ ความน้อยใจ หรือความรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่รับผิดชอบเท่าที่ควรได้เป็นอย่างดี
สูตรที่ 4 แบ่งบัญชีเก็บเงินเป็นหลายเป้าหมาย ไม่ปนกันระหว่างเที่ยว หนี้ และอนาคต
การมีเงิน
ฝากออมทรัพย์หลายบัญชีทำให้เห็นชัดว่าแต่ละบาทเก็บไปเพื่ออะไร คู่รักส่วนใหญ่จะนิยมเปิดบัญชีเงินฉุกเฉินคู่ เพื่อเก็บเงิน 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน แยกกับบัญชีเป้าหมายใหญ่ เช่น แต่งงาน ซื้อบ้าน และบัญชีสำหรับเที่ยวหรือใช้จ่ายด้านไลฟ์สไตล์ ซึ่งช่วยลดการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ สร้างวินัยให้ทั้งคู่ และทำให้เห็น Progress การเก็บเงินง่ายขึ้น
สูตรที่ 5 ใช้งบประมาณคู่ (Couple Budget) คุมรายจ่ายให้ไม่เกินตัว
คู่รักควรมีงบคู่ เพื่อให้รู้ว่าแต่ละเดือนสามารถใช้เงินเท่าไรและควรออมเท่าไร เริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการแบ่งรายจ่ายออกเป็นหมวดหมู่ ดังนี้
- ค่าอยู่กินประจำเดือน
- ค่าเดินทาง
- ค่าเดต
- ค่าใช้จ่ายจิปาถะ
- เงินออมประจำเดือนร่วมกัน
เพื่อให้เห็นภาพค่าใช้จ่าย สามารถนำไปสู่การกำหนดงบเดตต่อเดือนได้ เช่น จะออกเดตไม่เกินเท่าไร เพื่อไม่ให้กระทบเงินออม และทำให้การใช้เงินของทั้งคู่เป็นระบบมากขึ้น อาจใช้หลัก 50/30/20 เข้ามาช่วย คือใช้เรื่องจำเป็น 50% ใช้ให้รางวัลตัวเอง 30% และออม 20% หรือปรับสัดส่วนตามที่ทั้งคู่สบายใจได้
สูตรที่ 6 ใช้เทคโนโลยีช่วยเก็บ-ช่วยเช็ก ให้ทุกอย่างทำงานแบบอัตโนมัติ
เทคโนโลยีคือเครื่องมือสำคัญที่ทำให้การเก็บเงินกับแฟนเป็นเรื่องง่ายขึ้น ลองใช้ระบบอัตโนมัติอย่างการตั้งโอนอัตโนมัติจากบัญชีส่วนตัวเข้าบัญชีกลางทุกเดือน การใช้แอปจดรายจ่ายคู่ เพื่อให้เห็นรายจ่ายและยอดเงินเก็บแบบเรียลไทม์ หรือการเช็ก
Statement และ e-Slip เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการใช้จ่าย ลดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ระบบเหล่านี้ช่วยลดดราม่าว่าใครใช้เยอะกว่า และทำให้ระบบการออมเงินกับคนรักดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องคอยเตือนกันตลอดเวลา
สูตรที่ 7 นัดคุยเรื่องเงินเป็นประจำ เช็กทั้งยอดเงินและความรู้สึก
สุดท้าย อย่าปล่อยให้การเก็บเงินกับแฟนเป็นสิ่งที่ต้องคุยเฉพาะเมื่อมีปัญหา แต่ควรทำให้เป็นกิจวัตรประจำ เช่น เดือนละครั้งหรือไตรมาสละครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าเก็บได้ตามเป้าหรือไม่ มีรายจ่ายไหนเกินงบ หรือมีเป้าหมายใหม่ที่อยากทำร่วมกันหรือเปล่า
การเช็กกันเสมอ ไม่ใช่แค่ดูตัวเลข แต่รวมถึงความรู้สึกด้วย เช่น กดดันเกินไปไหม ใช้เงินไม่พอหรือเปล่า หรืออยากปรับสัดส่วนกันใหม่ การคุยกันอย่างเปิดใจจะช่วยให้แผนการเงินคู่เป็นเรื่องที่สนุกและเติบโตไปพร้อมกัน
เก็บเงินกับแฟนไม่ใช่เรื่องเครียด ถ้าเปลี่ยนจาก “ใครจ่ายมากกว่า” เป็น “เราเดินไปด้วยกัน”
การเก็บเงินกับแฟนคือบททดสอบเล็ก ๆ ที่พิสูจน์ว่าทั้งคู่สามารถวางแผนชีวิตร่วมกันได้อย่างแท้จริงหรือไม่ และ 7 สูตรนี้คือทางลัดที่ช่วยให้คู่รักจัดการเรื่องเงินอย่างเป็นระบบ ลดความขัดแย้ง เพิ่มความอุ่นใจ และทำให้เป้าหมายในอนาคตเข้าใกล้มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะเพิ่งคบกันไม่นานหรือเตรียมสร้างครอบครัวร่วมกัน การคุยเรื่องเงินอย่างจริงใจและมีระบบที่ตกลงและสบายใจกันทั้งสองฝ่าย คือหนึ่งในสัญญาณของความรักที่เติบโตอย่างมั่นคงที่สุด
วางแผนเก็บเงินคู่ให้สำเร็จเร็วขึ้น ด้วยการ
เปิดบัญชีออมทรัพย์ ‘มีแต่ได้’ ดอกเบี้ยสูง 1.5% ต่อปี กับธนาคารกรุงศรี รับดอกเบี้ยทุกเดือนตั้งแต่บาทแรก ถอนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพื่อให้เงินงอกเงยอย่างมั่นคง และพร้อมสานฝันร่วมกันในทุกเป้าหมายของคู่คุณ เปิดบัญชีออนไลน์สะดวกที่ krungsri app ไม่ต้องไปสาขา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1572
ข้อมูลอ้างอิง :
- Couples’ Guide to Saving Together. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 จาก https://firstally.medium.com
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
A: ควรเริ่มที่ 10-20% ของรายได้ต่อคน หรือปรับตามสัดส่วนรายได้ของแต่ละฝ่ายเพื่อไม่ให้กดดันเกินไป และเพิ่มสัดส่วนตามเป้าหมายที่ต้องการบรรลุร่วมกัน
A: เลือกบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงที่เข้าข่ายได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ย หรือเลือกผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีเงื่อนไขชัดเจน เช่น ออมทรัพย์พิเศษหรือดิจิทัลเซฟวิง ซึ่งให้ดอกเบี้ยสูงและมักไม่ถูกหักภาษี
A: ได้ผล หากเริ่มจากตั้งกติกาเรื่องรายจ่ายร่วมและทำบัญชีอย่างโปร่งใส รวมถึงใช้แอปบันทึกรายจ่ายช่วยให้เห็นภาพรวมร่วมกัน และค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมการเงินของทั้งคู่ไปพร้อมกัน
A: ไม่จำเป็น แต่การมีบัญชีคู่จะช่วยให้จัดการเงินร่วมได้ง่ายขึ้น โปร่งใส และเห็นความคืบหน้าชัดเจน ส่วนบัญชีส่วนตัวยังคงเก็บไว้เพื่ออิสระในการใช้เงินของแต่ละคน
A: เริ่มจากจัดลำดับความสำคัญร่วมกัน เลือกเป้าหมายที่ทั้งคู่เห็นตรงกันก่อน เช่น เงินฉุกเฉินหรือค่าใช้จ่ายจำเป็น จากนั้นแบ่งบัญชีแยกสำหรับเป้าหมายที่ต่างกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีอิสระและลดความขัดแย้งเรื่องการเงิน