การสอบสมัยเรียนมัธยมในวิชาคณิตศาสตร์นั้นต้องอาศัยความเร็วเพื่อให้ทำข้อสอบเสร็จทันในเวลาที่กำหนด ซึ่งจะต้องตอบให้ถูกต้องเพื่อได้รับคะแนนและสอบผ่านให้ได้ หนึ่งในวิธีที่หลาย ๆ คนเลือกใช้ คือ การท่องจำสูตรลัด เพื่อจะได้แก้โจทย์คณิตฯ ให้เร็วขึ้น เมื่อเราทำข้อสอบเห็นโจทย์ลักษณะนี้ก็รู้ว่าควรใช้สูตรอะไรแล้วนำตัวเลขเหล่านั้นใส่ในสูตรลัด แป๊บเดียวก็ได้รับคำตอบ มันง่ายและเร็วมาก ๆ
"เรามองหาแต่สูตรความสำเร็จที่ทำให้เกิดความร่ำรวยโดยที่เหน็ดเหนื่อยน้อยที่สุด เมื่อเห็นใครทำอะไรสำเร็จก็คิดว่าง่ายแล้วอยากลงมือทำบ้าง โดยมองข้ามที่มาของสูตรสำเร็จนั้น"
สูตรลัดแก้โจทย์คณิตศาสตร์สั้น ๆ เพียงบรรทัดเดียวที่เราท่องเพื่อให้สอบผ่านนั้น แท้ที่จริงแล้วมาจากสูตรยาว ๆ ซึ่งสามารถอธิบายที่มาของสูตรเป็นหน้ากระดานและผ่านการดัดแปลงให้สั้นลง เพื่อให้จดจำได้ง่าย หลายคนเลือกที่จะมองข้ามที่มาของสูตรลัดเพราะมันยาวเกินไป เราเลือกที่จะท่องจำสูตรสั้น ๆ ที่ทำให้สอบผ่านเท่านั้น เราเคยชินกับสูตรลัดสำเร็จรูปที่ทำให้ถึงเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ทำให้เรามองหาแต่สูตรความสำเร็จที่ทำให้เกิดความร่ำรวยโดยที่เหน็ดเหนื่อยน้อยที่สุด เมื่อเห็นใครทำอะไรสำเร็จก็คิดว่าง่ายแล้วอยากลงมือทำบ้าง โดยมองข้ามว่าที่มาของสูตรสำเร็จนั้นได้ผ่านความท้อใจ ความพยามยาม ความอดทนและความยากลำบากอะไรมาบ้าง
เชื่อว่าตอนนี้ผู้อ่านกำลังรออยู่ว่า “สูตรสำเร็จมีเงินล้านภายใน 10 นาที” มันคืออะไร? ซึ่งสูตรลัดนั้นสั้นมากเขียนออกมาตอนนี้ก็อาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นคำนี้ด้วย จึงขออธิบายที่มาของสูตรลัดนั้นก่อนที่จะเฉลยในตอนสุดท้าย (ฮึฮึ อย่าแอบเลื่อนลงไปอ่านเฉลยก่อนนะจ๊ะ)
5 ส. สูตรสำเร็จมีเงินล้านภายใน 10 นาที
1. สร้างฝัน
วิธีการป้องกันไม่ให้เราหลงทาง คือ การตั้งเป้าหมาย เพื่อบอกทิศทางว่าเราจะไปที่ไหนโดยตั้งคำถามกับตนเองว่า “เป้าหมายชีวิตของเราคืออะไร” โดยออกแบบชีวิตด้วยมือของเรา ถ้าเป้าหมายชัดเจน วิธีการก็จะตามมาเอง ขณะลงมือเขียนให้นึกถึงความรู้สึกว่าคุ้มค่าที่เกิดมาในชาตินี้ แต่ถ้าลองนึกทุกวิธีแล้วยังนึกภาพตัวเองในอนาคตไม่ออกเพราะดูเลือนรางเหลือเกินก็อาจจะลองคิดอีกมุมหนึ่งโดยตั้งคำถามกับตนเองว่า “ถ้าเราตายไปแล้วคนข้างหลังจะพูดถึงเราว่าอะไร” ซึ่งผู้เขียนก็ใช้วิธีนี้ในการเขียนเป้าหมายชีวิตให้ตนเอง นับว่าได้ผลดีเลยทีเดียว
2. สับฝัน
“การเดินทางหมื่นลี้ก็ต้องเริ่มจากก้าวแรก” หากเราต้องการให้ความฝันในข้อแรกที่เราตั้งเป้าหมายนั้นเป็นจริงให้ได้ก็จะต้องทำการสับฝันนั้นให้มีขนาดเล็กลงเพื่อที่จะได้ทำฝันนั้นให้ประสบความสำเร็จง่ายขึ้น เช่น เราต้องการเก็บเงินไปดาวน์บ้านจำนวน 400,000 บาทในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างเยอะมาก ถ้าเก็บก้อนใหญ่ทีเดียวเราอาจจะท้อใจว่าเมื่อไหร่จะถึงสักที แต่ถ้าเราทำการสับฝันให้เล็กลงโดยคิดออกมาว่าต้องเก็บปีละ 100,000 บาทแล้วคิดให้ย่อยลงมาอีกว่าเก็บเดือนละ 8,334 บาท การทำแบบนี้จะทำให้เรารู้สึกว่าการเก็บเงิน 400,000 บาทนั้นเป็นจำนวนเงินที่เป็นไปได้และเก็บได้ไม่ยาก โดยเก็บเพียงเดือนละ 8,334 บาท ในเวลา 4 ปีเท่านั้น
3. สม่ำเสมอ
เมื่อวางแผนสร้างฝัน ระยะเวลาที่จะทำให้ถึงเป้าหมายและจำนวนเงินที่ต้องเก็บเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ ความมีวินัยของตนเอง ที่ต้องทำตามกรอบที่วางไว้ด้วยความอดทนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วงเริ่มต้นอาจจะยาก แต่พอลงมือทำและทำอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมใหม่นี้ก็จะเริ่มกลายเป็นความเคยชินที่ติดเป็นนิสัยไปโดยอัตโนมัติ จากตัวอย่างเก็บเงินไว้ดาวน์บ้านเดือนละ 8,334 บาทนั้น เราควรสร้างวินัยเก็บเงินจำนวนนั้นอย่างสม่ำเสมอโดยตัดเงินไปออมในบัญชีการลงทุน (ความเสี่ยงต่ำ) ทันทีที่เงินเดือนออก เมื่อถึงเวลาจะนำไปดาวน์บ้านจึงนำเงินออกมาใช้จ่าย