การวางแผนซื้อของขวัญปีใหม่ เป็นหนึ่งในวิธีควบคุมค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลที่สำคัญ
เพื่อชีวิตสบาย

วิธีคุมค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาล และ Checklist แพลนเงินให้อยู่มือ

icon-access-time Posted On 03 กุมภาพันธ์ 2569
By Krungsri The COACH
การเฉลิมฉลองเทศกาลอย่างมีความสุขโดยที่เงินในกระเป๋าไม่รั่วไหล จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนวิธีควบคุมค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลควบคู่ไปกับการมีวินัยในการจับจ่าย โดยเริ่มจากการสำรวจ Checklist รายจ่ายแฝงอย่างรอบคอบ เพื่อนำมาจัดสรรงบประมาณเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจน นอกจากนี้ การรู้จักใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตและการจองล่วงหน้า ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยควบคุมต้นทุนให้ต่ำลงได้ ขณะเดียวกัน การเลือกเก็บออมเงินส่วนที่เหลือไว้ในบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูงและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่าง “บัญชีออมทรัพย์” ก็จะช่วยเปลี่ยนรายจ่ายที่เคยบานปลายให้กลายเป็นเงินออมที่งอกเงย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเป้าหมายใหญ่และการเฉลิมฉลองในเทศกาลถัดไปได้อย่างยั่งยืน เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอย ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ งานเลี้ยงสังสรรค์ ไปจนถึงประเพณีสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ช่วงเวลานี้คือโอกาสดีที่จะได้พักผ่อนและใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและมิตรสหาย แต่ในความสุขนั้นมักมาพร้อมกับ "ค่าใช้จ่าย" ที่ถาโถมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว

หลายคนอาจเคยเจอปัญหา "เงินหมดตั้งแต่ต้นเดือน" หรือ "โบนัสหายไปกับตา" เพราะขาดการวางแผนที่ดี วันนี้จึงขอชวนทุกคนมาส่อง Checklist ค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาล พร้อมแชร์กลยุทธ์และวิธีควบคุมค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาล เพื่อให้คุณสนุกได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องตัวเลขในบัญชีหลังจบงาน

ส่อง Checklist ค่าใช้จ่ายที่มักแฝงตัวมาในช่วงเทศกาล เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเงินไหลออก

บ่อยครั้งที่งบบานปลายไม่ใช่เพราะค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ แต่เกิดจาก "รายจ่ายแฝง" เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรามักมองข้าม การสำรวจ Checklist เหล่านี้จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของเม็ดเงิน และวางแผนรับมือได้อย่างแม่นยำ

ค่าเดินทางและยานพาหนะ (Travel & Transportation)


ในช่วงวันหยุดยาวอย่างเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์ การเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปหาครอบครัวหรือการออกไปท่องเที่ยวพักผ่อนคือเป้าหมายหลัก อย่างไรก็ตาม นอกจากค่าตั๋วเครื่องบินหรือค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงที่มักตามมา เช่น "ค่าทางด่วน" ที่อาจพุ่งสูงขึ้นจากการเดินทางหลายทริป รวมถึง "ค่าตรวจเช็กสภาพรถ" เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไกล ซึ่งถือเป็นรายจ่ายด้านความปลอดภัยที่จำเป็นต้องคำนวณไว้ในงบประมาณล่วงหน้าเสมอ

ของขวัญและรางวัลแทนใจ (Gifts & Souvenirs)


เทศกาลคือช่วงเวลาแห่งการส่งต่อความสุขผ่านการให้ ซึ่งนอกเหนือจากของขวัญจับฉลากตามธรรมเนียมในที่ทำงานแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับ "ของฝาก" มอบแด่ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ หรือแม้แต่การเตรียม "แต๊ะเอีย" ในช่วงตรุษจีนที่มักจะตามมาติด ๆ นอกจากนี้ หลายคนยังมีเทรนด์การซื้อของขวัญให้ตัวเอง (Self-Reward) เพื่อเป็นกำลังใจหลังจากทำงานหนักมาตลอดทั้งปี ซึ่งหากไม่ได้มีการจำกัดงบประมาณในส่วนนี้ให้ชัดเจน ก็อาจเป็นจุดที่ทำให้เงินในกระเป๋ารั่วไหลได้ง่ายที่สุด

งานเลี้ยงสังสรรค์และภาษีสังคม (Social Gatherings)


การนัดรวมตัวพบปะเพื่อนฝูงหรือปาร์ตี้บริษัทมักเกิดขึ้นถี่เป็นพิเศษในช่วงปลายปี ซึ่งหากคุณต้องการประหยัดงบแต่ยังอยากสร้างความสุข การเลือกจัดงานปาร์ตี้ปีใหม่แบบง่าย ๆ อยู่ที่บ้านก็สนุกได้ไม่แพ้กัน แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายจุกจิกอย่างค่า Service Charge หรือค่าเดินทางได้มหาศาล นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยควบคุมงบประมาณในส่วนของภาษีสังคม ไม่ให้กลายเป็นภาระทางการเงินที่หนักเกินไปในช่วงหยุดยาว

ค่าทำบุญและกิจกรรมทางศาสนา (Merit Making)


เพื่อความเป็นสิริมงคลและการเริ่มต้นใหม่ที่ดี หลายครอบครัวเลือกที่จะทำกิจกรรมเข้าวัดทำบุญ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีค่าใช้จ่ายในส่วนของสังฆทาน ผ้าไตร หรือการร่วมสมทบทุนสร้างกุศลในวาระต่าง ๆ แม้การทำบุญในแต่ละครั้งจะเป็นยอดเงินเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาจากจำนวนวัดหรือกิจกรรมที่ตั้งใจทำรวมกันแล้ว ก็ถือเป็นตัวเลขสำคัญที่ควรได้รับการบันทึกไว้ในแผนการใช้จ่ายเพื่อไม่ให้กระทบกับงบส่วนอื่น

ค่าชอปปิงและสินค้าลดราคา (Seasonal Sales)


เสน่ห์อย่างหนึ่งของช่วงเทศกาลคือป้าย Sale สีแดง ที่ดึงดูดสายตาตามห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ที่ซื้อไว้ใส่ถ่ายรูปสวย ๆ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดราคาพิเศษ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ สิ่งเหล่านี้มักจะจูงใจให้เราเกิดการซื้อด้วยอารมณ์มากกว่าความจำเป็นพื้นฐาน (Impulse Buying) จนอาจส่งผลกระทบต่อเงินเก็บออมในบัญชีโดยที่เราไม่ทันระวังตัว

5 วิธีควบคุมค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาล แพลนเงินดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

เพื่อให้การเฉลิมฉลองของคุณเต็มไปด้วยความสุขโดยไม่มีภาระทางการเงินตามมา การวางแผนที่รัดกุมคือหัวใจสำคัญและนี่คือ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณบริหารจัดการเงินได้อย่างมือโปร

1. กำหนดงบประมาณรวม (Total Budget) และยึดถืออย่างเคร่งครัด


เริ่มต้นจากการสำรวจ "เงินเย็น" หรือเงินคงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายคงที่และเงินออมแล้ว เพื่อกำหนดเป็นงบประมาณสูงสุดที่คุณสามารถจ่ายได้ในเทศกาลนี้ ข้อสำคัญคือ ต้องใจแข็งไม่หยิบยืมเงินอนาคตหรือเงินสำรองฉุกเฉินมาใช้ การตั้งตัวเลขที่ชัดเจนไว้ในใจ จะเป็นปราการด่านแรกที่ช่วยยับยั้งชั่งใจก่อนการใช้จ่าย

2. แบ่งเงินเป็นส่วน ๆ ตามหมวดหมู่ (Envelope Method)


เมื่อได้งบรวมแล้ว ให้นำ Checklist ที่กล่าวข้างต้นมาแบ่งสัดส่วนเงินให้ชัดเจน ตัวอย่างเช่น
  • 40% สำหรับค่าเดินทางและที่พัก
  • 30% สำหรับค่าอาหารและการเลี้ยงฉลอง
  • 20% สำหรับของขวัญและซองทำบุญ
  • 10% สำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณรู้ลิมิตของแต่ละกิจกรรม หากงบหมวดของขวัญเริ่มเต็ม คุณจะได้ปรับลดงบหมวดชอปปิงลงเพื่อรักษาความสมดุลของแผนการเงินรวม
 
การแบ่งเงินเป็นสัดส่วน เป็นหนึ่งในวิธีควบคุมค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลที่ให้ผลลัพธ์จริง

3. วางแผนล่วงหน้าเพื่อรับโปรโมชัน Early Bird


ความเร็วคืออาวุธลับของการประหยัดเงิน เนื่องจากราคาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือแม้แต่อาหารชุดพิเศษ มักจะปรับราคาสูงขึ้นตามความต้องการในช่วงเทศกาล ดังนั้น การจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณได้ราคาที่ถูกกว่า แต่ยังช่วยให้คุณมีเวลาเปรียบเทียบราคาและเลือกสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดอีกด้วย

4. ใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตและ Point ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


ก่อนจะจ่ายเงินสด ลองเช็กสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่คุณมี ไม่ว่าจะเป็นการแลกคะแนนสะสม (Point) เพื่อใช้เป็นส่วนลดแทนเงินสด การรับเครดิตเงินคืน (Cash Back) หรือการเลือกผ่อนชำระ 0% สำหรับรายการใหญ่ ซึ่งวิธีควบคุมค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลในลักษณะนี้จะช่วยรักษาสภาพคล่องในกระเป๋า และทำให้เงินทุกบาทที่คุณจ่ายออกไปได้รับผลตอบแทนกลับมาคุ้มค่าที่สุด

5. บันทึกรายจ่ายทันทีผ่านแอปพลิเคชัน


ในระหว่างที่กำลังสนุกกับเทศกาล เรามักจะเผลอใช้เงินเพลินจนลืมตัว วิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุดคือ การหมั่นเช็กยอดเงินผ่านแอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอ หรือจดบันทึกรายจ่ายทันทีที่ชำระเงิน การเห็นตัวเลขลดลงแบบ Real-Time จะช่วยเรียกสติและทำให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ ในรายการถัดไปได้ดียิ่งขึ้น

เลือกบัญชีฝากออมทรัพย์ที่ใช่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเป้าหมายทางการเงินของคุณ

หากคุณมีเงินเหลือหลังจบเทศกาล อย่าลืมส่งต่อเงินก้อนนั้นไปสร้างดอกผลในบัญชีดอกเบี้ยสูง เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าในอนาคต ธนาคารกรุงศรี มีประเภทบัญชีธนาคารให้เลือกหลากหลาย เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายการออมของคุณ โดยเปิดบัญชีได้ง่าย ๆ ทั้งผ่าน krungsri app (เปิดออนไลน์ได้ทันที) หรือที่ธนาคารกรุงศรีทุกสาขา
  • เงินฝากออมทรัพย์ มีแต่ได้ : บัญชีฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง รับดอกเบี้ยรายเดือน เปิดได้ทั้งออนไลน์และที่สาขา พร้อมสิทธิประโยชน์เสริมอื่น ๆ
  • บัญชีเงินฝากพร้อมบัตรเดบิตจัดให้ : ฟรีค่าธรรมเนียม กด โอน เติม จ่าย ตอบโจทย์คนใช้จ่ายคล่องตัวและต้องการความคุ้มค่า
  • เงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป : ใช้งานง่าย ฝาก-ถอนสะดวกสบาย เหมาะสำหรับเป็นบัญชีใช้จ่ายหลักในชีวิตประจำวัน
  • เงินฝาก Krungsri Thai Savings : เพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรม สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาที่รับโอนจาก MUFG Bank
  • เงินฝากพื้นฐาน : บัญชีเงินฝากสำหรับผู้ถือบัตรโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ หรือลูกค้าที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

จัดการเงินง่ายด้วย krungsri app บริการธนาคารบนมือถือที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น สะดวกทุกการออมและการใช้จ่าย ทำรายการได้ครบจบในที่เดียว

ข้อมูลอ้างอิง
 
  1. 12 Tips To Build A Holiday Budget That Won’t Break The Bank. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 จาก https://www.forbes.com/sites/truetamplin/article/holiday-budget/
 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีควบคุมค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาล (FAQs)

A: แนะนำให้ตัดงบ "สินค้าลดราคา (Seasonal Sales)" ออกก่อนเป็นอันดับแรก เพราะมักเป็นรายจ่ายจากอารมณ์ เพื่อรักษาเงินในส่วนที่จำเป็น อย่างค่าเดินทาง และรักษายอดเงินออมรวมไม่ให้ลดลง
A: แนะนำให้ใช้กฎ 50/50 คือแบ่งรายได้เสริมครึ่งหนึ่งไปสมทบใน Checklist ค่าใช้จ่ายเพื่อให้ฉลองได้อย่างสบายใจขึ้น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งให้นำไปเก็บออมทันที วิธีนี้จะช่วยให้คุณได้ทั้งความสุขในปัจจุบันและไม่เสียโอกาสในการสร้างเงินออมเพื่ออนาคต
A: ควรใช้วิธีแยกกระเป๋าเงินให้ชัดเจน โดยคำนวณจาก Checklist รายจ่ายรวมแล้วแบ่งสัดส่วน เช่น 40% สำหรับการเดินทาง และ 30% สำหรับของขวัญ วิธีนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและป้องกันการดึงเงินเก็บหลักออกมาใช้โดยไม่จำเป็น
A: การวางแผนที่ดีควรเริ่มล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อให้คุณมีเวลาเปรียบเทียบราคาและรับโปรโมชัน Early Bird ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนรวมได้มหาศาล และทำให้การบริหารกระแสเงินสดในช่วงเทศกาลมีความคล่องตัวมากขึ้น
A: เทคนิคที่ได้ผลที่สุดคือการตั้งค่า "งบรายวัน" สำหรับช่วงวันหยุด และหมั่นเช็กยอดใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันทันทีที่ชำระเงิน หากพบว่ายอดเริ่มแตะเพดานงบที่ตั้งไว้ ให้เลือกปฏิเสธงานเลี้ยงที่ไม่จำเป็น เพื่อรักษาความสมดุลทางการเงินไว้
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา