เตรียมตัวก่อนคลอดลูก: 5 Checklist ที่พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้ (อัปเดตกฎหมายลาคลอดใหม่ล่าสุด)

Posted On 02 เมษายน 2569
By Krungsri The COACH
ก่อนคลอดลูกต้องเตรียม 5 เรื่องหลัก ได้แก่ วางแผนลาคลอด, ดูแลสุขภาพ, เตรียมงบประมาณ, จัดกระเป๋าวันคลอด และซื้อของใช้ทารก ควรเริ่มเตรียมตั้งแต่อายุครรภ์ 7-8 เดือน เพราะลูกบางคนมาก่อนกำหนดได้เสมอ
1. ลาคลอดได้กี่วัน? มีสิทธิอะไรบ้างที่ได้รับ?
นี่คือสิ่งแรกที่คุณแม่คุณพ่อต้องทำก่อนเลยคือการเช็กสิทธิลาคลอดของตัวเอง เพราะแต่ละองค์กรสิทธิลาคลอดไม่เหมือนกัน และพึ่งมีการปรับสิทธิลาคลอดใหม่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ที่เป็นประโยชน์ทั้งคุณแม่คุณพ่อที่จะทำให้การวางแผนการลาคลอดได้ดียิ่งขึ้น
สิทธิลาคลอดบุตรในประเทศไทย (อัปเดตล่าสุด)
สิทธิอื่นๆที่เกี่ยวข้อง (อัปเดตล่าสุด)
เคล็ดลับ: แจ้งบริษัทหรือหน่วยงาน ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้ทีมงานเตรียมรับงานเพื่อทำแทนในช่วงลาคลอด และควรทำความเข้าใจกับนโยบายบริษัทหรือหน่วยงานด้วย เพราะอาจมีสวัสดิการดีกว่าที่กฎหมายกำหนด
2. ช่วงใกล้คลอด ต้องดูแลสุขภาพอย่างไร?
สุขภาพคุณแม่คือเรื่องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้าย (เดือนที่ 7-9) ที่คุณหมอจะนัดตรวจทุกสัปดาห์เพื่อดูความพร้อมของร่างกาย
ดูแลร่างกาย
- ไปตรวจครรภ์ตามนัดสม่ำเสมอ อย่าขาดนัด
- ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินช้าๆ โยคะคนท้อง หรือว่ายน้ำ
- รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ ผัก ผลไม้ และดื่มน้ำให้ครบ
- นอนหลับพักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการแบกของหนักหรือยืนนานเกินไป
ดูแลจิตใจ
- พูดคุยกับคุณพ่อหรือคนใกล้ชิดเรื่องความกังวลต่างๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว
- หากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือดูซีรีส์ที่ชอบ
- คุยกับคุณแม่หรือเพื่อนที่เคยคลอดลูกมาแล้ว เพื่อขอคำแนะนำและกำลังใจ
จัดการเรื่องคนช่วยดูแลหลังคลอด
อย่ารอให้ถึงวันคลอดแล้วค่อยหาคนช่วยดูแล ควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะมีใครมาช่วยดูแลคุณแม่และทารกหลังกลับบ้านบ้าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่, ญาติ หรือพี่เลี้ยง
3. ค่าคลอดลูกต้องเตรียมเงินเท่าไหร่?
นี่คือเรื่องที่พ่อแม่มือใหม่หลายคนกังวลที่สุด ลองมาวางแผนตัวเลขกันให้ชัดเจน เพื่อจะได้รับมือกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเมื่อถึงเวลาจริง
ค่าคลอด (ข้อมูลปี 2569)
*ข้อมูลค่าคลอดเป็นค่าประมาณการจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในไทย ปี 2569 — ควรตรวจสอบราคาที่แน่นอนกับโรงพยาบาลที่เลือกใช้บริการโดยตรง
ค่าใช้จ่ายหลังคลอดที่ต้องเตรียม
เคล็ดลับเตรียมเงินก่อนคลอด
แนะนำให้เก็บเงินสำรองอย่างน้อย 3 เดือนของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไว้ในบัญชีที่ถอนได้ทันทีเมื่อฉุกเฉิน เช่น บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงอย่าง
บัญชีกรุงศรีออมทรัพย์มีแต่ได้ ออนไลน์ ที่ให้ดอกเบี้ยสูง ฝาก-ถอนได้ทุกเมื่อ ได้ดอกเบี้ยสม่ำเสมอทุกเดือน
4. จัดกระเป๋าเตรียมคลอดต้องมีอะไรบ้าง?
ควรจัดกระเป๋าให้พร้อมก่อนวันกำหนดคลอดอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพราะลูกบางคนมาก่อนกำหนดได้เสมอ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
เอกสารสำคัญ (อย่าลืมเด็ดขาด!)
- สมุดบันทึกฝากครรภ์
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ของทั้งคุณแม่และคุณพ่อ (ตัวจริง + สำเนา)
- บัตรประกันสุขภาพ หรือบัตรประกันสังคม
- เบอร์โทรศัพท์โรงพยาบาลและสูติแพทย์ที่ฝากครรภ์
ของใช้ส่วนตัวคุณแม่
- เสื้อผ้า 1-2 ชุด (เลือกแบบที่ใส่ให้นมลูกได้สะดวก)
- เสื้อชั้นในให้นม + แผ่นซับน้ำนม + ครีมกันหัวนมแตก
- ของใช้ห้องน้ำ: แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว
- ผ้าอนามัยแบบมีสายคาด (สำหรับซับน้ำคาวปลา)
- ถุงเท้า (ห้องคลอดเย็นมาก)
- เครื่องปั๊มนม/ถุงเก็บน้ำนม
- หน้ากากอนามัย + เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ
ของใช้สำหรับทารก
- เสื้อผ้าทารก 2-3 ชุด สำหรับกลับบ้าน
- แพมเพิสเด็กแรกเกิด แบบเทป
- ผ้าห่อตัว/ผ้าห่ม 1-2 ผืน
- คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด (Car seat) — บังคับตามกฎหมาย ต้องติดตั้งให้ถูกต้องก่อนวันคลอด
เคล็ดลับ: สอบถามโรงพยาบาลล่วงหน้าว่าจัดของใช้ให้บ้างไหม เช่น ผ้าอนามัย ชุดทารก หรือของขวัญแรกเกิด เพราะบางแห่งมีให้ครบ ช่วยลดสิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วย
5. ของใช้ลูกแรกเกิดต้องซื้ออะไรบ้าง?
คุณแม่คุณพ่อควรซื้อของใช้ลูกล่วงหน้าก่อนคลอดอย่างน้อย 1 เดือน และควรล้างทำความสะอาดให้พร้อม โดยเฉพาะเสื้อผ้าเด็กต้องซักด้วยน้ำยาซักผ้าเด็กก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการแพ้ในเด็กได้
เสื้อผ้าและผ้าห่อตัว
- เสื้อผ้าเด็กอ่อน อย่างละ 5-7 ชุด เลือกผ้าฝ้าย 100% ผ้านุ่ม
- หมวก ถุงมือ ถุงเท้าทารก เพื่อให้ความอุ่นและป้องกันลูกข่วนหน้า
- ผ้าห่อตัว/ผ้ามัสลิน 3-5 ผืน ใช้ได้หลายอย่างมาก
อุปกรณ์อาบน้ำและดูแลสุขภาพ
- อ่างอาบน้ำเด็ก + สบู่และแชมพูอ่อนโยนสำหรับทารก
- ผ้าเช็ดตัวเนื้อนุ่ม + สำลีก้านสำหรับเด็ก
- สำลีชุบน้ำหรือน้ำเกลือ สำหรับเช็ดตา และแอลกอฮอล์ 70% สำหรับเช็ดสะดือ
- ทิชชู่เปียกปราศจากน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์
- ครีมแก้ผื่นผ้าอ้อม หรือวาสลีน ทาป้องกันผดผื่น
- ที่ตัดเล็บเด็ก (แนะนำแบบตะไบหากกลัวตัดโดนเนื้อ)
- ปรอทวัดไข้แบบดิจิทัล
อุปกรณ์ให้นม
- ขวดนม 2-4 ขวด + จุกนมขนาดแรกเกิด
- เครื่องนึ่งขวดนม หรือตู้ UV ฆ่าเชื้อ
- หมอนรองให้นม ช่วยลดอาการปวดหลังระหว่างให้นม
ที่นอนและอุปกรณ์เสริม
- เปลหรือเตียงทารก + ที่นอนแบน (ไม่ใช้หมอน) ลดความเสี่ยง SIDS (ภาวะไหลตายในทารก)
- เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน ลดฝุ่นและเชื้อโรค
ประหยัดได้ ! ของบางอย่าง เช่น เปล รถเข็น หรืออ่างอาบน้ำ ซื้อมือสองได้เลย แต่ คาร์ซีท (Car seat) ไม่แนะนำให้ซื้อมือสอง เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกโดยตรง
เตรียมเงินก้อนไว้รองรับค่าคลอด
เปิดบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ฝาก-ถอนได้ทุกเมื่อ รับดอกเบี้ยสูงทุกเดือน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องเตรียมตัวก่อนคลอด
ต้องเตรียม 5 เรื่องหลัก ได้แก่
- วางแผนลาคลอดและเช็กสิทธิประกันสังคม หรือหน่วยงานที่คุณแม่ทำงานอยู่
- ดูแลสุขภาพกายและใจ ไปตรวจครรภ์ตามนัด
- เตรียมงบประมาณค่าคลอดและค่าใช้จ่ายหลังคลอด
- จัดกระเป๋าวันคลอดล่วงหน้าอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
- ซื้อของใช้ทารกแรกเกิดให้พร้อม ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่อายุครรภ์ 7-8 เดือน
ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2568 คุณแม่ลูกจ้างเอกชนลาคลอดได้สูงสุด 120 วัน (เพิ่มจาก 98 วันเดิม) โดยนายจ้างจ่ายค่าจ้างเต็ม 60 วัน ส่วนที่เหลือใช้สิทธิประกันสังคม และ คุณพ่อก็มีสิทธิลาได้ 15 วัน ได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนเป็นครั้งแรกในกฎหมายไทย
สิทธิประโยชน์ประกันสังคมกรณีคลอดบุตร (ม.33 และ ม.39) ประกอบด้วย:
- เงินค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท ต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
- เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 50% ของเงินเดือน (สูงสุด 15,000 บาทต่อเดือน) นาน 90 วัน สำหรับบุตรคนที่ 1 และ 2
- ค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท แบ่งจ่าย 5 ครั้ง ตามช่วงอายุครรภ์
- เงินสงเคราะห์บุตร 1,000 บาทต่อเดือนต่อคน สำหรับบุตรอายุแรกเกิดถึง 6 ปี สูงสุดคราวละ 3 คน ต้องยื่นขอรับสิทธิ์เองที่สำนักงานประกันสังคม
สิทธิการลดหย่อนบุตรคุณพ่อและแม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้ทั้งคู่ เท่ากับลดหย่อนได้ 2 สิทธิต่อบุตร 1 คน
- กรณีคุณพ่อหรือคุณแม่มีรายได้ฝ่ายเดียว สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้ 30,000 บาท
- กรณีคุณพ่อและคุณแม่มีรายได้ทั้งคู่ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้ คนละ 30,000 บาท
ของใช้ที่จำเป็นที่สุดในช่วงแรก ได้แก่ เสื้อผ้าทารก (ผ้าฝ้าย ไม่ระคาย), ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบเทป, ผ้าห่อตัว, อ่างอาบน้ำ, สบู่และแชมพูเด็กอ่อน, ขวดนม (สำรองไว้ก่อน), สำลีและน้ำเกลือ, ครีมกันผดผื่น และ Car seat ซึ่งสำคัญมากสำหรับความปลอดภัยในการเดินทาง
ฟรีแลนซ์ที่ส่งประกันสังคมมาตรา 39 อย่างต่อเนื่อง จะได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคม 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย สูงสุด 15,000 บาท นาน 90 วัน พร้อมเงินค่าคลอด 15,000 บาท ส่วนฟรีแลนซ์ที่ไม่มีประกันสังคม สามารถใช้สิทธิบัตรทอง (บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า) สำหรับดูแลครรภ์และคลอดได้
ประกันสังคมช่วยเรื่องค่าคลอดและเงินชดเชยพื้นฐาน แต่ ไม่ครอบคลุมค่ารักษาหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังคลอด หากมีงบประมาณพียงพอ การมีประกันสุขภาพเพิ่มเติมสำหรับคุณแม่และลูก จะช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้
แหล่งอ้างอิง
กฎหมายลาคลอดและสิทธิแรงงาน
สิทธิประโยชน์ประกันสังคม
- สำนักงานประกันสังคม (sso.go.th) — สิทธิกรณีคลอดบุตร, เงินสงเคราะห์บุตร, ค่าฝากครรภ์
- เงินสงเคราะห์บุตรปรับเพิ่มเป็น 1,000 บาท/เดือน มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2568
ข้อมูลค่าคลอดและการดูแลสุขภาพ