เตรียมตัวก่อนคลอดลูก: 5 Checklist ที่พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้ (อัปเดตกฎหมายลาคลอดใหม่ล่าสุด)
เพื่ออนาคตลูก

เตรียมตัวก่อนคลอดลูก: 5 Checklist ที่พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้ (อัปเดตกฎหมายลาคลอดใหม่ล่าสุด)

icon-access-time Posted On 02 เมษายน 2569
By Krungsri The COACH
ก่อนคลอดลูกต้องเตรียม 5 เรื่องหลัก ได้แก่ วางแผนลาคลอด, ดูแลสุขภาพ, เตรียมงบประมาณ, จัดกระเป๋าวันคลอด และซื้อของใช้ทารก ควรเริ่มเตรียมตั้งแต่อายุครรภ์ 7-8 เดือน เพราะลูกบางคนมาก่อนกำหนดได้เสมอ

1. ลาคลอดได้กี่วัน? มีสิทธิอะไรบ้างที่ได้รับ?

นี่คือสิ่งแรกที่คุณแม่คุณพ่อต้องทำก่อนเลยคือการเช็กสิทธิลาคลอดของตัวเอง เพราะแต่ละองค์กรสิทธิลาคลอดไม่เหมือนกัน และพึ่งมีการปรับสิทธิลาคลอดใหม่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ที่เป็นประโยชน์ทั้งคุณแม่คุณพ่อที่จะทำให้การวางแผนการลาคลอดได้ดียิ่งขึ้น

สิทธิลาคลอดบุตรในประเทศไทย (อัปเดตล่าสุด)

 
ประเภทพนักงาน วันลาคลอด
(รวมทั้งหมด)
การจ่ายค่าจ้างระหว่างลาคลอด หมายเหตุ
พนักงานเอกชน 120 วัน นายจ้างจ่ายเงินเดือนเต็ม ไม่เกิน 60 วัน
ประกันสังคมจ่าย 50% ของเงินเดือนเฉลี่ย อีก 90 วัน
(เงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท)
จากเดิมลาได้ 98 วัน (นับรวมวันหยุด)
พนักงานรัฐวิสาหกิจ 98 + 90 วัน 98 วันแรก หน่วยงานจ่ายเงินเดือนเต็ม
90 วันถัดไปหน่วยงานจ่าย 50% ของเงินเดือน
ส่วนใหญ่ใช้ระเบียบใกล้เคียงข้าราชการ แต่บางองค์กรอาจให้มากกว่า
ข้าราชการ 98 + 90 วัน 98 วันแรก หน่วยงานจ่ายเงินเดือนเต็ม
90 วันถัดไปหน่วยงานจ่าย 50% ของเงินเดือน
รวมประมาณ 6 เดือน เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

สิทธิอื่นๆที่เกี่ยวข้อง (อัปเดตล่าสุด)

   
สิทธิ พนักงานเอกชน พนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ
คุณพ่อลาช่วยเลี้ยงลูก 15 วัน ส่วนใหญ่ 15 วัน 15 วัน
คุณแม่ลาหลังคลอดดูแลลูกป่วย 15 วัน (ค่าจ้าง 50%) แล้วแต่ระเบียบองค์กร ใช้สิทธิลาป่วย/ ลาพักผ่อน
ค่าคลอดบุตร ประกันสังคมจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง เบิกตามสวัสดิการของหน่วยงาน เบิกค่ารักษาพยาบาลของราชการ
เงินค่าฝากครรภ์ ประกันสังคมจ่ายรวม 1,500 บาท แบ่งจ่าย 5 ครั้ง ตามช่วงอายุครรภ์ เบิกตามสวัสดิการของหน่วยงาน เบิกค่ารักษาพยาบาลของราชการ
เงินสงเคราะห์บุตร ประกันสังคมจ่าย 1,000 บาทต่อเดือนต่อคน (สูงสุด 3 คน) สำหรับบุตรอายุ 0–6 ปี จ่ายเดือนละ 200 บาทต่อคน (สูงสุด 3 คน ถึงอายุ 18 ปี) หากเป็นสมาชิกประกันสังคม สามารถใช้สิทธิประกันสังคมร่วมได้ จ่ายเดือนละ 50 บาทต่อคน (สูงสุด 3 คน ถึงอายุ 18 ปี) หากเป็นสมาชิกประกันสังคม สามารถใช้สิทธิประกันสังคมร่วมได้
 
เคล็ดลับ: แจ้งบริษัทหรือหน่วยงาน ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้ทีมงานเตรียมรับงานเพื่อทำแทนในช่วงลาคลอด และควรทำความเข้าใจกับนโยบายบริษัทหรือหน่วยงานด้วย เพราะอาจมีสวัสดิการดีกว่าที่กฎหมายกำหนด

2. ช่วงใกล้คลอด ต้องดูแลสุขภาพอย่างไร?

สุขภาพคุณแม่คือเรื่องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้าย (เดือนที่ 7-9) ที่คุณหมอจะนัดตรวจทุกสัปดาห์เพื่อดูความพร้อมของร่างกาย

ดูแลร่างกาย

 
  • ไปตรวจครรภ์ตามนัดสม่ำเสมอ อย่าขาดนัด
  • ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินช้าๆ โยคะคนท้อง หรือว่ายน้ำ
  • รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ ผัก ผลไม้ และดื่มน้ำให้ครบ
  • นอนหลับพักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการแบกของหนักหรือยืนนานเกินไป

ดูแลจิตใจ

 
  • พูดคุยกับคุณพ่อหรือคนใกล้ชิดเรื่องความกังวลต่างๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว
  • หากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือดูซีรีส์ที่ชอบ
  • คุยกับคุณแม่หรือเพื่อนที่เคยคลอดลูกมาแล้ว เพื่อขอคำแนะนำและกำลังใจ

จัดการเรื่องคนช่วยดูแลหลังคลอด


อย่ารอให้ถึงวันคลอดแล้วค่อยหาคนช่วยดูแล ควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะมีใครมาช่วยดูแลคุณแม่และทารกหลังกลับบ้านบ้าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่, ญาติ หรือพี่เลี้ยง

3. ค่าคลอดลูกต้องเตรียมเงินเท่าไหร่?

นี่คือเรื่องที่พ่อแม่มือใหม่หลายคนกังวลที่สุด ลองมาวางแผนตัวเลขกันให้ชัดเจน เพื่อจะได้รับมือกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเมื่อถึงเวลาจริง

ค่าคลอด (ข้อมูลปี 2569)

 
รพ.รัฐ — คลอดธรรมชาติ รพ.รัฐ — ผ่าคลอด
5,000+ บาท

ไม่รวมค่าห้องพักพิเศษ ใช้สิทธิประกันสังคม/บัตรทองช่วยลดค่าใช้จ่ายได้
10,000 – 15,000+ บาท

ประกันสังคมเหมาจ่าย 15,000 บาท นอนพักฟื้น 3-4 คืน
รพ.เอกชน — คลอดธรรมชาติ รพ.เอกชน — ผ่าคลอด
46,000 – 165,000+ บาท

ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลและแพ็กเกจที่เลือก แนะนำจองล่วงหน้า
63,000 – 239,000+ บาท

ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามโรงพยาบาลโดยตรง
*ข้อมูลค่าคลอดเป็นค่าประมาณการจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในไทย ปี 2569 — ควรตรวจสอบราคาที่แน่นอนกับโรงพยาบาลที่เลือกใช้บริการโดยตรง

ค่าใช้จ่ายหลังคลอดที่ต้องเตรียม

 
รายการ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ หมายเหตุ
ผ้าอ้อมสำเร็จรูป 1,000 – 2,000 บาท/เดือน ทารกใช้วันละ 8-12 ชิ้น
นมผง (ถ้าจำเป็น) 2,000 – 4,000 บาท/เดือน แนะนำนมแม่ก่อนเสมอ
วัคซีนพื้นฐาน 8,000 – 30,000 บาท/แพกเกจ ฟรี ถ้าใช้สิทธิบัตรทอง/ประกันสังคม
ของใช้เด็ก (เปล รถเข็น ฯลฯ) 5,000 – 30,000 บาท ซื้อมือสองได้เพื่อประหยัด
พี่เลี้ยง (ถ้าจ้าง) 10,000 – 20,000 บาท/เดือน ขึ้นอยู่กับพื้นที่และประสบการณ์
เงินสำรองฉุกเฉิน (ภาวะตัวเหลือง ฯลฯ) 10,000 – 30,000 บาท เก็บสำรองไว้เสมอ อย่าใช้หมด
 
เคล็ดลับเตรียมเงินก่อนคลอด
แนะนำให้เก็บเงินสำรองอย่างน้อย 3 เดือนของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไว้ในบัญชีที่ถอนได้ทันทีเมื่อฉุกเฉิน เช่น บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงอย่าง บัญชีกรุงศรีออมทรัพย์มีแต่ได้ ออนไลน์ ที่ให้ดอกเบี้ยสูง ฝาก-ถอนได้ทุกเมื่อ ได้ดอกเบี้ยสม่ำเสมอทุกเดือน

4. จัดกระเป๋าเตรียมคลอดต้องมีอะไรบ้าง?

ควรจัดกระเป๋าให้พร้อมก่อนวันกำหนดคลอดอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพราะลูกบางคนมาก่อนกำหนดได้เสมอ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

เอกสารสำคัญ (อย่าลืมเด็ดขาด!)

 
  • สมุดบันทึกฝากครรภ์
  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ของทั้งคุณแม่และคุณพ่อ (ตัวจริง + สำเนา)
  • บัตรประกันสุขภาพ หรือบัตรประกันสังคม
  • เบอร์โทรศัพท์โรงพยาบาลและสูติแพทย์ที่ฝากครรภ์

ของใช้ส่วนตัวคุณแม่

 
  • เสื้อผ้า 1-2 ชุด (เลือกแบบที่ใส่ให้นมลูกได้สะดวก)
  • เสื้อชั้นในให้นม + แผ่นซับน้ำนม + ครีมกันหัวนมแตก
  • ของใช้ห้องน้ำ: แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว
  • ผ้าอนามัยแบบมีสายคาด (สำหรับซับน้ำคาวปลา)
  • ถุงเท้า (ห้องคลอดเย็นมาก)
  • เครื่องปั๊มนม/ถุงเก็บน้ำนม
  • หน้ากากอนามัย + เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ

ของใช้สำหรับทารก

 
  • เสื้อผ้าทารก 2-3 ชุด สำหรับกลับบ้าน
  • แพมเพิสเด็กแรกเกิด แบบเทป
  • ผ้าห่อตัว/ผ้าห่ม 1-2 ผืน
  • คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด (Car seat) — บังคับตามกฎหมาย ต้องติดตั้งให้ถูกต้องก่อนวันคลอด
 
เคล็ดลับ: สอบถามโรงพยาบาลล่วงหน้าว่าจัดของใช้ให้บ้างไหม เช่น ผ้าอนามัย ชุดทารก หรือของขวัญแรกเกิด เพราะบางแห่งมีให้ครบ ช่วยลดสิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วย

5. ของใช้ลูกแรกเกิดต้องซื้ออะไรบ้าง?

คุณแม่คุณพ่อควรซื้อของใช้ลูกล่วงหน้าก่อนคลอดอย่างน้อย 1 เดือน และควรล้างทำความสะอาดให้พร้อม โดยเฉพาะเสื้อผ้าเด็กต้องซักด้วยน้ำยาซักผ้าเด็กก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการแพ้ในเด็กได้

เสื้อผ้าและผ้าห่อตัว

 
  • เสื้อผ้าเด็กอ่อน อย่างละ 5-7 ชุด เลือกผ้าฝ้าย 100% ผ้านุ่ม
  • หมวก ถุงมือ ถุงเท้าทารก เพื่อให้ความอุ่นและป้องกันลูกข่วนหน้า
  • ผ้าห่อตัว/ผ้ามัสลิน 3-5 ผืน ใช้ได้หลายอย่างมาก

อุปกรณ์อาบน้ำและดูแลสุขภาพ

 
  • อ่างอาบน้ำเด็ก + สบู่และแชมพูอ่อนโยนสำหรับทารก
  • ผ้าเช็ดตัวเนื้อนุ่ม + สำลีก้านสำหรับเด็ก
  • สำลีชุบน้ำหรือน้ำเกลือ สำหรับเช็ดตา และแอลกอฮอล์ 70% สำหรับเช็ดสะดือ
  • ทิชชู่เปียกปราศจากน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์
  • ครีมแก้ผื่นผ้าอ้อม หรือวาสลีน ทาป้องกันผดผื่น
  • ที่ตัดเล็บเด็ก (แนะนำแบบตะไบหากกลัวตัดโดนเนื้อ)
  • ปรอทวัดไข้แบบดิจิทัล

อุปกรณ์ให้นม

 
  • ขวดนม 2-4 ขวด + จุกนมขนาดแรกเกิด
  • เครื่องนึ่งขวดนม หรือตู้ UV ฆ่าเชื้อ
  • หมอนรองให้นม ช่วยลดอาการปวดหลังระหว่างให้นม

ที่นอนและอุปกรณ์เสริม

 
  • เปลหรือเตียงทารก + ที่นอนแบน (ไม่ใช้หมอน) ลดความเสี่ยง SIDS (ภาวะไหลตายในทารก)
  • เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน ลดฝุ่นและเชื้อโรค

ประหยัดได้ ! ของบางอย่าง เช่น เปล รถเข็น หรืออ่างอาบน้ำ ซื้อมือสองได้เลย แต่ คาร์ซีท (Car seat) ไม่แนะนำให้ซื้อมือสอง เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกโดยตรง
 
เตรียมเงินก้อนไว้รองรับค่าคลอด
 
เปิดบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ฝาก-ถอนได้ทุกเมื่อ รับดอกเบี้ยสูงทุกเดือน
 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องเตรียมตัวก่อนคลอด

ต้องเตรียม 5 เรื่องหลัก ได้แก่
  1. วางแผนลาคลอดและเช็กสิทธิประกันสังคม หรือหน่วยงานที่คุณแม่ทำงานอยู่
  2. ดูแลสุขภาพกายและใจ ไปตรวจครรภ์ตามนัด
  3. เตรียมงบประมาณค่าคลอดและค่าใช้จ่ายหลังคลอด
  4. จัดกระเป๋าวันคลอดล่วงหน้าอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  5. ซื้อของใช้ทารกแรกเกิดให้พร้อม ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่อายุครรภ์ 7-8 เดือน
ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2568 คุณแม่ลูกจ้างเอกชนลาคลอดได้สูงสุด 120 วัน (เพิ่มจาก 98 วันเดิม) โดยนายจ้างจ่ายค่าจ้างเต็ม 60 วัน ส่วนที่เหลือใช้สิทธิประกันสังคม และ คุณพ่อก็มีสิทธิลาได้ 15 วัน ได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนเป็นครั้งแรกในกฎหมายไทย
สิทธิประโยชน์ประกันสังคมกรณีคลอดบุตร (ม.33 และ ม.39) ประกอบด้วย:
  • เงินค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท ต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 50% ของเงินเดือน (สูงสุด 15,000 บาทต่อเดือน) นาน 90 วัน สำหรับบุตรคนที่ 1 และ 2
  • ค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท แบ่งจ่าย 5 ครั้ง ตามช่วงอายุครรภ์
  • เงินสงเคราะห์บุตร 1,000 บาทต่อเดือนต่อคน สำหรับบุตรอายุแรกเกิดถึง 6 ปี สูงสุดคราวละ 3 คน ต้องยื่นขอรับสิทธิ์เองที่สำนักงานประกันสังคม
สิทธิการลดหย่อนบุตรคุณพ่อและแม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้ทั้งคู่ เท่ากับลดหย่อนได้ 2 สิทธิต่อบุตร 1 คน
  1. กรณีคุณพ่อหรือคุณแม่มีรายได้ฝ่ายเดียว สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้ 30,000 บาท
  2. กรณีคุณพ่อและคุณแม่มีรายได้ทั้งคู่ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้ คนละ 30,000 บาท
ของใช้ที่จำเป็นที่สุดในช่วงแรก ได้แก่ เสื้อผ้าทารก (ผ้าฝ้าย ไม่ระคาย), ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบเทป, ผ้าห่อตัว, อ่างอาบน้ำ, สบู่และแชมพูเด็กอ่อน, ขวดนม (สำรองไว้ก่อน), สำลีและน้ำเกลือ, ครีมกันผดผื่น และ Car seat ซึ่งสำคัญมากสำหรับความปลอดภัยในการเดินทาง
ฟรีแลนซ์ที่ส่งประกันสังคมมาตรา 39 อย่างต่อเนื่อง จะได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคม 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย สูงสุด 15,000 บาท นาน 90 วัน พร้อมเงินค่าคลอด 15,000 บาท ส่วนฟรีแลนซ์ที่ไม่มีประกันสังคม สามารถใช้สิทธิบัตรทอง (บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า) สำหรับดูแลครรภ์และคลอดได้
ประกันสังคมช่วยเรื่องค่าคลอดและเงินชดเชยพื้นฐาน แต่ ไม่ครอบคลุมค่ารักษาหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังคลอด หากมีงบประมาณพียงพอ การมีประกันสุขภาพเพิ่มเติมสำหรับคุณแม่และลูก จะช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้


แหล่งอ้างอิง

กฎหมายลาคลอดและสิทธิแรงงาน
สิทธิประโยชน์ประกันสังคม
  • สำนักงานประกันสังคม (sso.go.th) — สิทธิกรณีคลอดบุตร, เงินสงเคราะห์บุตร, ค่าฝากครรภ์
  • เงินสงเคราะห์บุตรปรับเพิ่มเป็น 1,000 บาท/เดือน มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2568

ข้อมูลค่าคลอดและการดูแลสุขภาพ
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา