ค่าเรียนพิเศษและค่าใช้จ่ายสอบเข้าโรงเรียนดัง
เพื่ออนาคตลูก

ค่าเรียนพิเศษและค่าใช้จ่ายสอบเข้าโรงเรียนดัง

icon-access-time Posted On 22 พฤษภาคม 2569
By Krungsri The COACH
พ่อแม่หลายคนเริ่มวางแผนโรงเรียนให้ลูกตั้งแต่ยังไม่คลอด แต่สิ่งที่มักมองข้ามคือ "ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงก่อนได้เข้าโรงเรียน" ไม่ว่าจะเป็นค่าติว ค่าสอบ ค่าบำรุง หรือค่าเรียนพิเศษเสริมทักษะ ซึ่งรวมกันอาจสูงถึงหลักแสนบาท

บทความนี้รวบรวมค่าใช้จ่ายจริงที่ต้องเตรียมสำหรับปีล่าสุด พร้อมวิธีวางแผนเก็บเงินแบบเป็นขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกเราได้เข้าโรงเรียนในฝันที่เราเลือกไว้

1. ค่าใช้จ่ายสอบเข้าโรงเรียนมีอะไรบ้าง ต้องเตรียมเท่าไหร่?

ก่อนเริ่มเก็บเงิน ต้องรู้ก่อนว่าต้องจ่ายอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้

รายละเอียดค่าใช้จ่ายแต่ละกลุ่ม

 
รายการค่าใช้จ่าย ประมาณการราคา (บาท)
ขึ้นอยู่กับระดับโรงเรียน
หมายเหตุ
ค่าเทอมโรงเรียนอนุบาล (รวม 3 ปี) 100,000 – 300,000  
ค่าเรียนพิเศษ / ค่าติวสอบเข้า ป.1 10,000 – 50,000 200–1,000 บาท/ชั่วโมง
ค่าแรกเข้าเรียน ป.1 + ค่าบำรุงรักษา 20,000 – 200,000 จ่ายครั้งเดียวตอนสมัคร
ค่าเทอม ป.1 ปีแรก 50,000 – 100,000  
รวมทั้งหมด 180,000 – 650,000  
เรื่องที่ควรรู้

ค่าเทอมข้างต้นยังไม่รวมค่าอุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน ค่าเดินทาง ค่ากิจกรรมระหว่างปี และค่าใช้จ่ายพิเศษอื่นๆ ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นอีก 20,000 – 50,000 บาทต่อปี

2. ค่าเรียนพิเศษก่อนสอบเข้า ป.1 แพงแค่ไหน?

ค่าเรียนพิเศษหรือค่าติวสอบเข้าโรงเรียนประถม แตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับรูปแบบและสถาบัน
 
รูปแบบการติว ราคา/ชั่วโมง ข้อดี
ติวกลุ่มย่อย (5–10 คน) 200 – 400 บาท ราคาประหยัด เด็กได้เรียนร่วมกับเพื่อน
คอร์สสถาบันติวชื่อดัง 400 – 700 บาท ข้อสอบตรงสาย มีการจำลองสอบ
คอร์สพิเศษ สอนตัวต่อตัว 600 – 1,000 บาท ปรับเนื้อหาได้ตามจุดอ่อนของเด็กแต่ละคน

3. เด็กอนุบาลจำเป็นต้องติวสอบเพื่อเข้าป.1 โรงเรียนดังจริงหรอ?

อาจจะไม่จำเป็นเสมอไป คุณพ่อคุณแม่สามารถติวให้ลูกเองได้ หรือบางครอบครัวเลือกส่งลูกเรียนติว เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ในการสอบเข้าโรงเรียนให้มากขึ้น ทั้งนี้การติวสอบเข้าขึ้นอยู่กับ "กลุ่มโรงเรียน" ที่คุณพ่อคุณแม่เลือกไว้ เพราะแต่ละโรงเรียนมีการวัดทักษะที่แตกต่างกัน

โรงเรียนกลุ่มสาธิต เช่น สาธิตจุฬา, สาธิตมศว, สาธิตเกษตร — เน้นไหวพริบ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความพร้อมด้านอารมณ์และสังคม (EQ) เป็นหลัก

โรงเรียนเอกชน เช่น อัสสัมชัญ เซนต์กาเบียล กรุงเทพคริสเตียน เซนโยเซฟคอนแวนต์ มาแตร์ อัสสัมคอนแวนต์ — เน้นวิชาการที่เข้มข้น ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และคณิตศาสตร์ เพื่อเตรียมการสอบ ควรเน้นเนื้อหาวิชาการตรงๆ

เคล็ดลับ: รู้แนวข้อสอบก่อน เลือกสถาบันติวให้ตรงจุด

ก่อนจ่ายค่าติว ควรศึกษาว่าโรงเรียนเป้าหมายใช้แนวข้อสอบแบบไหน แล้วเลือกสถาบันติวที่เชี่ยวชาญสายนั้นโดยเฉพาะ ประหยัดทั้งเวลาและเงินได้มาก

4. โรงเรียนอนุบาลดังในกรุงเทพฯ ค่าเทอมปีละเท่าไหร่?

ค่าเทอมโรงเรียนอนุบาลในกรุงเทพฯ แบ่งระดับออกได้ชัดเจน ดังนี้ (อ้างอิงข้อมูลปีการศึกษา 2567–2568)
 
ตัวอย่างโรงเรียน ค่าเทอม/ปี (บาท)
หลักสูตร IB/Cambridge 150,000 – 400,000+
เด่นหล้า, เลิศหล้า, เธียรประสิทธิ์ 80,000 – 120,000+
สาธิตมหาวิทยาลัยต่างๆ 50,000 – 80,000
โรงเรียนอนุบาลทั่วไปใน กทม. 30,000 – 50,000

5. วางแผนเก็บเงินค่าเรียนลูกยังไงให้ไม่สะดุด ลูกได้เรียนตามแผนที่พ่อแม่วางไว้?

เมื่อคุณพ่อคุณแม่รู้ตัวเลขค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ขั้นตอนต่อมา คือ เลือกวิธีเก็บเงินให้เหมาะกับเป้าหมายและระยะเวลา

ตัวช่วยเก็บเงินให้งอกเงย แบ่งตามระยะเวลาการเก็บเงิน

 
ระยะเวลาการเก็บเงิน วิธีที่เหมาะ เหตุผล
น้อยกว่า 1 ปี หรือ ต้องการสภาพคล่อง ฝาก-ถอนได้ตลอด บัญชีออมทรัพย์มีแต่ได้ ออนไลน์
  • รับดอกเบี้ยสูง ทุกเดือน
  • ถอนหรือโอนได้ทันที ทุกเวลา
  • เปิดบัญชีง่าย ผ่านแอปกรุงศรี
2 ปี เงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน
  • ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป 6 เท่า
  • ดอกเบี้ยไม่เสียภาษี
  • ทยอยฝาก 500 – 25,000 บาท ต่อเดือน
5 ปีขึ้นไป กองทุนรวม
  • โอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก แต่ราคากองทุนอาจผันผวนตามภาวะตลาดได้ จึงเหมาะกับเงินที่ ‘ยังไม่ต้องใช้แน่ๆ’ ในช่วง 5 ปีขึ้นไป และควรทยอยลดความเสี่ยงเมื่อใกล้ถึงกำหนดจ่ายค่าเรียน
ตัวอย่างการคำนวณ: ฝากเดือนละ 10,000 บาท เข้าบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน ครบ 2 ปี มีเงินเก็บ 240,000 บาท + ดอกเบี้ย คุณพ่อคุณแม่จะมีเงินพร้อมใช้จ่ายค่าเรียนได้ทันที

อ่านจบแล้ว มาเช็คกันหน่อย คุณพ่อคุณแม่มีความพร้อมแค่ไหน ก่อนลูกเข้าโรงเรียน

 
  • อันดับแรก เลือกโรงเรียน (ทั้งอนุบาลและประถม) ให้ชัดเจนก่อน
  • ศึกษาเงื่อนไขการรับสมัคร และแนวข้อสอบของโรงเรียนเป้าหมาย
  • พิจารณาว่าลูกควรต้องติวหรือไม่ และเลือกสถาบันที่เน้นเนื้อหาตรงกับกลุ่มโรงเรียน
  • คำนวณค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดตามตารางด้านบน บวกเพิ่มอีก 15–20% เพราะค่าใช้จ่ายสูงขึ้นทุกปี
  • เริ่มเก็บเงินทันที! เลือกวิธีเก็บที่เหมาะกับระยะเวลา
  • ตั้งโอนยอดเงินที่ต้องการเก็บ โอนแบบอัตโนมัติทุกเดือนผ่าน krungsri app เพื่อกันลืม

จาก 6 check list ด้านบน คุณพ่อคุณแม่มีความพร้อมแล้วกี่ข้อ ครอบครัวไหนที่ยังมีไม่ครบ สามารถเริ่มวางแผนได้ตั้งแต่ตอนนี้

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจขอรับหนังสือชี้ชวน หรืออยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม สามารถนัดปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านการออมได้ ที่นี่ หรือ โทรปรึกษา 02-296-5959 วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 9.00 น. – 17.00 น.

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

6. FAQ — คำถามที่คุณพ่อคุณแม่ถามบ่อยเรื่องค่าเรียนลูก

รวบรวมคำถามยอดนิยมที่พ่อแม่มักสงสัย พร้อมคำตอบที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง
 
ส่วนใหญ่จะเริ่มเตรียมตัวจริงจังในช่วง อนุบาล 2 – อนุบาล 3
  • คำแนะนำ: ระวังอย่ากดดันลูกจนเกินไป ควรบาลานซ์ระหว่างการเรียนและการเล่นให้เหมาะสม
  • เคล็ดลับการเงิน: เริ่มเก็บเงินล่วงหน้าสัก 2-3 ปี เพราะค่าใช่จ่ายเข้าป.1 เป็นก้อนใหญ่ ควรทยอยสะสม จะได้ไม่เป็นค่าใช้จ่ายที่หนักเกินไปในวันที่ต้องจ่าย
ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเด็กแต่ละคน สถาบันติวช่วยเสริมเทคนิค แต่ "ความสม่ำเสมอ" ในการทบทวนบทเรียนที่บ้าน คือกำลังสำคัญสำหรับความสำเร็จ
  • คำแนะนำ: คุณพ่อคุณแม่ลองทำโจทย์ไปพร้อมกับลูก เพื่อประเมินว่าลูกติดขัดตรงไหน หรือมีจุดแข็งด้านใดเป็นพิเศษ การอธิบายด้วยภาษาง่ายๆ ที่บ้าน จะช่วยให้เด็กจดจำและมีความมั่นใจมากขึ้น
  • เคล็ดลับการเงิน: จัดสรรงบประมาณเพิ่มอีกส่วน เผื่อไว้สำหรับ "คอร์สเสริมระยะสั้น" เช่น คอร์สตะลุยโจทย์ หรือ ข้อสอบจำลองโค้งสุดท้าย จะได้มีเงินพร้อมจ่ายได้ทันที ถ้าต้องการให้ลูกได้เรียนเพื่อเน้นย้ำจุดที่ยังไม่แม่น
ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและโรงเรียนที่เลือกไว้
  • ตัวอย่าง: อยากให้ลูกเข้าโรงเรียนอนุบาลแนวสาธิต ต้องใช้เงินประมาณ 240,000 บาท ดังนั้น ควรเก็บเงินล่วงหน้าสัก 2 ปี = ควรเก็บประมาณเดือนละ 10,000 บาท
  • เคล็ดลับการเงิน: 1) เลือกเก็บเงินในบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูง เช่น เงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน หรือบัญชีมีแต่ได้ ออนไลน์ 2) ตั้งโอนเงินอัตโนมัติเพื่อฝากเข้าบัญชีเก็บเงินนี้ จะช่วยให้เราไม่ลืม และได้เงินก้อนใหญ่ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน
  • คำแนะนำ: 1) แยกบัญชีสำหรับค่าใช้จ่าย และบัญชีเก็บเงินออกจากกัน 2) “เก็บก่อนใช้” - เงินเดือนเข้าหรือมีรายได้ต่างๆ เข้ามา รีบแบ่งส่วนสำหรับเก็บเพื่อลูกไว้ก่อนเลย จะได้ไม่ใช้จ่ายเพลินจนเหลือเงินเก็บไม่พอตามแผน
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา