ภาระเพียบ! บ้าน รถ ประกัน ค่าเทอมลูก… แต่ยังอยากไปเที่ยว ทำไงดี
By Krungsri Guru
สำหรับครอบครัวสมัยใหม่ที่มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ทั้งค่าใช้จ่ายในเรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องสุขภาพ ทั้งในด้านการประกันชีวิตและประกันสุขภาพ การเรียนของลูก ๆ และการพักผ่อนหย่อนใจของครอบครัวอีก เราจะจัดการกับการเงินในครอบครัวกันอย่างไรดี จึงจะให้คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับสิ่งที่จำเป็นต่อครอบครัวของเรา
การวางแผนทางการเงินเป็นคำตอบที่ต้องทำร่วมกันในครอบครัว ด้วยการทำบัญชีของรายรับรายจ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยคิดถึงสิ่งที่เรามี คือ รายรับ และสิ่งที่เราต้องใช้จ่าย คือ รายจ่าย และสิ่งที่เราต้องกันไว้สำหรับอนาคตทั้งของตัวเราเองและคนอื่น ๆ ในครอบครัว คือ เงินออม จากนั้นจึงเริ่มทำการแจกแจงเงินในแต่ละส่วน เป็นบัญชีประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
เริ่มต้นจากบัญชีรายรับ โดยเอารายรับของทั้งสองคนในครอบครัวมารวมกันก่อน (ถ้าทำงานกันทั้งคู่นะ) เพื่อให้เห็นตัวเลขที่แท้จริงของรายรับในครอบครัว ปัญชีรายรับ จะเป็นบัญชีหลักที่ทำให้เห็นว่า เรามีรายรับเข้ามาเท่าไหร่นั่นเอง
จากนั้น เราเริ่มทำบัญชีรายจ่าย โดยรวบรวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของคนในครอบครัว เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าประกัน ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร ค่าเครื่องอุปโภคบริโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื้อผ้า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งตัวเลขที่อยู่ในบัญชีนี้ จะแสดงให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งจะมีทั้ง fix cost ที่เราต้องจ่ายในทุกเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าประกัน และค่าใช้จ่ายที่จะแปรผันในแต่ละเดือน เช่น ค่าอาหาร ค่าเครื่องอุปโภคบริโภค ค่าเสื้อผ้า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ซึ่งจะเป็นการทบทวนค่าใช้จ่ายของครอบครัวไปด้วยในตัวว่าเรามีการใช้เงินในจุดไหนที่มากเกินไปหรือไม่ ถ้ามีมากเกินไป เราจะได้นำมาใช้ควบคุมค่าใช้จ่ายนั้น ๆ ได้ตามความเหมาะสมของสถานะทางการเงินของแต่ละครอบครัว
นอกจากบัญชีรายรับ รายจ่ายแล้ว บัญชีต่อมาที่ครอบครัวควรจะต้องมี คือบัญชีฉุกเฉินหรือเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อเป็นการรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาโดยไม่ได้คาดคิด เช่น อุบัติเหตุต่าง ๆ อาการเจ็บป่วยแบบกะทันหันหรือการที่ต้องซ่อมแซมบ้านโดยที่ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน บัญชีส่วนนี้ จัดเป็นบัญชีเงินออมของครอบครัวที่มีความสำคัญมาก ห้ามละเลยเด็ดขาด เพราะเรื่องฉุกเฉินมักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว ถ้าไม่มีเงินออมในส่วนนี้ การดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามา จะทำให้เกิดปัญหากับระบบการเงินของครอบครัวอย่างแน่นอน บัญชีฉุกฉินสามารถสะสมได้ในรูปแบบของการฝากในบัญชีแบบออมทรัพย์ (อ่านข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และบัญชีเงินฝากอื่น ๆ ได้ที่นี่) เพราะสามารถนำเงินออกมาใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการ หรือในรูปของการประกันต่าง ๆ โดยเฉพาะการประกันชีวิตและประกันสุขภาพของคนในครอบครัว ซึ่งจะเป็นการลดความเสี่ยง เมื่อมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของเรานั่นเอง
นอกจากนั้น เราควรมีบัญชีค่าใช้จ่ายเฉพาะกิจ เพื่อเป็นแรงกระตุ้น และสร้างเป้าหมายของการเก็บเงินออมของครอบครัว ซึ่งอาจเป็นบัญชีที่ใช้สำหรับการท่องเที่ยว หรือการพักผ่อนของครอบครัวที่ทำให้เราสามารถแยกงบการเงินออกมาได้เป็นส่วนที่นำมาใช้จ่ายเพื่อการพักผ่อนโดยไม่กระทบต่อบัญชีอื่น ๆ ที่จำเป็นของครอบครัวนั่นเอง
และอีกหนึ่งบัญชี ที่สำคัญมาก ๆ สำหรับทุกครอบครัว นั่นคือ บัญชีเงินออม หรือบัญชีเงินสะสมเพื่อการเกษียณ อย่างลืมว่าเราสามารถทำงานได้จนถึงช่วงอายุหนึ่ง ๆ เท่านั้น ต่อให้เราคิดว่าเรามีความสามารถที่จะทำงานต่อไปได้เรื่อย ๆ แต่การเปลี่ยนแปลง และคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามา ย่อมมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เราต้องเกษียณตัวเองไปในที่สุด การเตรียมพร้อมเพื่อการเกษียณอย่างเป็นสุข จึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการวางแผนการเงินที่บัญชีเงินออมนี่แหละ เราสามารถแบ่งบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุนในแบบต่าง ๆ ทั้งการลงทุนในระยะสั้น และระยะยาว โดยสามารถเลือกลงทุนได้ตามความพึงพอใจของแต่ละบุคคลเลย ถ้าต้องการผลตอบแทนที่สูง และสามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับพอสมควร การลงทุนในตลาดหุ้น กับหุ้นหลากหลายประเภท จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ถ้าคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะรับความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดหุ้น การซื้อพันธบัตร หรือการซื้อกองทุนรวมประเภทต่าง ๆ อาจจะมีความเหมาะสมมากกว่า นอกจากการซื้อเพื่อการออมแล้ว การมองหาการลงทุนที่สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีในแต่ละปี ยังเป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพราะนอกจากจะได้เก็บเงินออมในลักษณะของการลงทุนแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีที่เราจะต้องเสียได้อีกด้วย แต่ในการลงทุนทุกประเภท ขอให้ทำการศึกษาหาข้อมูล และประเมินระดับความเสี่ยงในการลงทุนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และครอบครัวกันก่อนที่จะไปลงทุนนะ เพราะการลงทุนทุกประเภท ย่อมมีความเสี่ยงกันทั้งนั้น
จะเห็นได้ว่าการทำบัญชีแบบนี้ สิ่งที่จะได้มา คือ รายรับ รายจ่าย และเงินส่วนที่เหลือจากรายจ่าย ซึ่งสามารถนำมาจัดสรรต่อให้เป็นเงินฉุกเฉิน เพื่อการท่องเที่ยว และเพื่อการลงทุน

 
ถ้าเราสามารถจัดการวางแผนการเงินแบบนี้ได้ การซื้อบ้าน รถ ประกัน ค่าใช้จ่ายในการเรียนของลูก และการท่องเที่ยวของครอบครัวจะไม่เป็นปัญหาต่อรายรับและรายจ่ายในครอบครัวอย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow