4 เคล็ดลับ เปลี่ยนอั่งเปา เป็นทุนด้วยการลงทุนเพื่อลูก

4 เคล็ดลับ เปลี่ยนอั่งเปา เป็นทุนด้วยการลงทุนเพื่อลูก

By Krungsri Plearn Plearn

หากพูดถึงตรุษจีน สิ่งที่เด็ก ๆ ทุกคนเฝ้ารอก็คงจะหนีไม่พ้น “อั่งเปา” หรือซองแดง ซึ่งสีแดงถือเป็นสัญลักษณ์ของความมงคล หรือความโชคดีของชาวจีน โดยในอั่งเป่าก็จะมีเงิน หรือสิ่งของมีค่า หรือที่เรียกว่า “แต๊ะเอีย” เปรียบเสมือนการอวยพรให้ผู้รับมีความโชคดี มีโชคลาภ เจริญก้าวหน้า โดยส่วนใหญ่ เด็ก ๆ ก็จะนำไปใช้ซื้อของที่อยากได้ หรือถ้าพ่อแม่บางคนจะดูแลเงินให้ลูก ๆ ก็อาจจะเก็บเงินเข้าบัญชีไว้ ให้ลูกใช้ตอนโต แต่รู้หรือไม่ว่ามีวิธีที่ดีกว่า ที่จะใช้อั่งเปานี้เพื่อประโยชน์ของลูกอย่างแท้จริง นั่นก็คือการเปลี่ยนอั่งเปาเป็นทุนชีวิตลูก

หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ออมก่อนรวยกว่า” ถ้าเราออมตั้งแต่เด็ก ลงทุนเป็นตั้งแต่เด็ก เราจะยิ่งรวยเร็วขึ้นไปอีกหรือไม่ ตรงนี้คือโอกาสที่พ่อแม่หลาย ๆ คน จะสร้างให้กับลูกตนเองได้ โดยมี 4 เคล็ดลับ เปลี่ยนอั่งเปาเป็นทุนชีวิตลูก ที่พ่อแม่สามารถนำไปใช้ได้ตามนี้
  1. เริ่มจากการปลูกฝังนิสัยการออมเงินให้กับลูก โดยเริ่มแรกอาจจะออมด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด อย่างการหยอดกระปุก เริ่มออมหนึ่งส่วน และที่เหลือค่อยนำไปใช้สอย เป็นการปลูกฝังนิสัยการออมเงินให้ลูกได้วิธีหนึ่ง หรือจะใช้เป็นสูตร 50-50 ก็ได้ เช่น ออมครึ่งหนึ่ง ใช้ครึ่งหนึ่ง เพราะเงินอั่งเปาที่ได้ เหมือนเป็นเงินพิเศษที่เด็ก ๆ ได้รับมา แต่ทั้งนี้พ่อแม่แต่ละคนอาจจะประเมินด้วยตนเอง ว่าสัดส่วนในการแบ่งให้ลูกใช้จ่ายกับออมเงิน ควรจะเป็นเท่าไรเพื่อความเหมาะสมกับลูกของเรา

  2. แน่นอนว่าการออมก็ต้องมาคู่กับการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะดอกผลที่ได้รับจากการลงทุนจะยิ่งทำให้เงินออมของเรางอกเงยได้รวดเร็วขึ้นไปอีก รวมถึงการนำดอกผลไปลงทุนเพิ่มต่อยอดไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นพลังของการทวีคูณ สุดท้ายเมื่อลูก ๆ โตขึ้น ก็จะมีเงินทุนก้อนโตเลยทีเดียว

    มาถึงตรงนี้พ่อแม่หลายท่านอาจจะเกิดคำถามว่า แล้วจะสอนให้ลูก ลงทุนอะไรดี จะต้องเริ่มจากการลงทุนประเภทไหนก่อน เดี๋ยวเราจะไปถึงเคล็ดลับที่ 3 คือการเริ่มลงทุนไปทีละสเต็ป

  3. เริ่มจากการสอนการลงทุนขั้นพื้นฐานที่สุด คือการฝากเงินกับธนาคาร เพราะมีความเสี่ยงต่ำ และยังได้รับการคุ้มครองเงินฝากจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากในวงเงินถึง 1 ล้านบาท ต่อสถาบันการเงินอีกด้วย โดยบัญชีเงินฝากก็มีหลากหลายประเภทให้เลือกลงทุน
    4 เคล็ดลับ เปลี่ยนอั่งเปา เป็นทุนด้วยการลงทุนเพื่อลูก

    * ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% และเงื่อนไขการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

    ที่มาภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์
    https://www.rd.go.th
    ที่มาภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์
    https://www.rd.go.th
    ที่มาภาษีดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
    https://www.1213.or.th
     
    • เงินฝากออมทรัพย์แบบมีสมุดคู่ฝาก มีข้อดีคือมีความคล่องตัวสูง สามารถ ฝาก-ถอน เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และคิดดอกเบี้ยให้ทุกวัน โดยจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่อัตราผลตอบแทนต่ำ และยังต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% กรณีดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนเงินฝาก เข้าเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด จึงเหมาะกับเงินที่ต้องการสภาพคล่องสูง เตรียมไว้ใช้จ่ายทั่วไป ไม่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว
    • เงินฝากออมทรัพย์ออนไลน์แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก มีข้อดีคือ มีความคล่องตัวสูง สามารถ ฝาก-ถอน เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และเปิดบัญชีง่ายด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ต้องไปที่สาขา อีกทั้งยังได้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์แบบมีสมุดคู่ฝาก อย่างเช่นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์มีแต่ได้ ออนไลน์ ของธนาคารกรุงศรีฯ เค้าก็ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 1.5% ต่อปีเลยทีเดียว แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างตรงที่ ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% กรณีดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนเงินฝาก เข้าเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด เหมาะกับเงินที่ต้องการสภาพคล่องสูง เตรียมไว้ใช้จ่ายทั่วไป ต้องการความสะดวกสบาย และผลตอบแทนที่สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ปกติ
    • เงินฝากประจำทั่วไป มีข้อดีคือ อัตราผลตอบแทนสูงกว่าการฝากออมทรัพย์แบบมีสมุดคู่ฝาก และสามารถเบิกถอนเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนข้อจำกัดคือ หากถอนก่อนกำหนดระยะเวลาอาจไม่ได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่ธนาคารประกาศ และจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% สำหรับรับดอกเบี้ย เหมาะกับเงินที่ไม่ต้องนำไปใช้จ่ายในระยะเวลาอันใกล้ และต้องการผลตอบแทนมากกว่าการฝากออมทรัพย์ทั่วไป
    • เงินฝากประจำปลอดภาษี มีข้อดีคือ อัตราผลตอบแทนสูงกว่าการฝากออมทรัพย์และฝากประจำทั่วไป และที่สำคัญได้รับการยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างตรงที่หากถอนก่อนกำหนดระยะเวลาอาจไม่ได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่ธนาคารประกาศ และอีกเงื่อนไขของการฝากเงินประเภทนี้คือ เราจะต้องฝากในจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน ตลอดระยะเวลาที่กำหนด เช่น 24 เดือน หรือ 36 เดือน ถือเป็นการฝึกวินัยการออมและลงทุนที่ดีวิธีหนึ่ง เหมาะกับเงินที่ไม่ต้องนำไปใช้จ่ายในระยะเวลาอันใกล้ และคนที่ต้องการฝึกวินัยการออมและลงทุน

  4. ฝึกฝนการลงทุนผ่านสินทรัพย์ที่หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนมากขึ้น ผ่านการลงทุนในกองทุนรวม โดยข้อนี้พ่อแม่จะต้องศึกษารายละเอียด เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงจากการลงทุนในกองทุนรวมเป็นอย่างดี เพื่อที่จะสามารถแนะนำให้ลูกทราบถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ผลตอบแทนจะมีความไม่แน่นอนตามระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน และเงื่อนไขต่าง ๆ รวมถึงวิธีการศึกษาข้อมูลสำคัญในหนังสือชี้ชวน เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งพ่อแม่ต้องคอยดูแล ชี้แนะ และช่วยตัดสินใจอย่างใกล้ชิด เพราะลูก ๆ ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ อาจจะมีกระบวนการวิเคราะห์ และตัดสินใจ ที่ยังไม่ถี่ถ้วนเท่าที่ควร เพราะกองทุนแต่ละประเภทก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป โดยจะยกตัวอย่าง 5 ประเภทกองทุนรวม ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกัน และสามารถทำความเข้าใจในหลักทรัพย์ หรือสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ที่กองทุนรวมได้นำเงินไปลงทุนได้ไม่ยากตามนี้
    4 เคล็ดลับ เปลี่ยนอั่งเปา เป็นทุนด้วยการลงทุนเพื่อลูก
     
    • กองทุนรวมตลาดเงิน เน้นลงทุนในเงินฝากธนาคารและตราสารหนี้ระยะสั้น อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำมาก
    • กองทุนรวมตราสารหนี้ เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ภาคเอกชน และเงินฝากธนาคาร เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำ
    • กองทุนรวมผสม เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ หรือสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เช่น ตราสารทุน (หุ้น) ตราสารหนี้ เงินฝาก หรือตราสารอื่น ๆ เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงปานกลาง
    • กองทุนรวมตราสารทุน (หุ้น) เน้นลงทุนในตราสารทุนประเภทต่าง ๆ เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ์ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิ์ฯ (Warrant) เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูง
    • กองทุนรวมกลุ่มธุรกิจ เน้นลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) ที่มีธุรกิจหลักประเภทเดียวกัน เป็นอีกกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูง
หวังว่าเคล็ดลับนี้จะเป็นแนวทางให้พ่อแม่ได้เริ่มสร้างทุนชีวิตลูก เพื่อให้พวกเขาเติบโตมาพร้อมชีวิตที่มั่นคง และยังมีนิสัยรักในการออม และการลงทุน เพื่ออนาคตของพวกเขาเอง สำหรับท่านที่อยากทราบรายละเอียดการลงทุนแต่ละประเภทเพิ่มเติม สามารถค้นหารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา www.krungsri.com และแนะนำว่าควรจะศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ และทำความเข้าใจในรายละเอียดและเงื่อนไขอย่างถี่ถ้วน เพื่อจะได้เลือกรูปแบบการออมเงินและลงทุนที่เหมาะสมที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2564 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow