การเอาตัวรอดของชาวฟรีแลนซ์ ในยุคโควิด-19

By จูนจูน พัชชา พูนพิริยะ
ในช่วงวิกฤติโควิด 19 แบบนี้ หนึ่งในอาชีพที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้ใครคือสายงานฟรีแลนซ์ เพราะการจัดการรายรับแบบ irregular income ในช่วงเวลาปกติก็ถือว่าท้าทายแล้ว ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ยิ่งท้าทายเข้าไปใหญ่ ทำให้ชาวฟรีแลนซ์หลายคนต้องปรับไลฟ์สไตล์ตัวเอง และรัดเข็มขัดกันมากขึ้นเพราะไม่รู้ว่าจะมีงานมาอีกทีเมื่อไร รายรับจะหายไปอีกนานไหม และจูนเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทั้งจากธุรกิจบาร์ที่ต้องปิดชั่วคราว และงานฟรีแลนซ์ที่เข้ามาน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นในบทความนี้ จูนมีวิธีจัดการเงินแบบของจูนสำหรับสายงานฟรีแลนซ์มาให้ดูกันค่ะ
Conscious Consumption 2.0
อย่างแรกที่เราพอทำได้ และคิดว่าทุกคนรู้ตัวดีว่าควรทำได้แล้วก็คือ การประหยัดไว้ก่อน เหมือนที่เหล่ากูรูทางการเงินหลาย ๆ คนออกมาเตือนว่าใครมีเงินสดตอนนี้ ควรกอดมันไว้ให้แน่นที่สุด หรือบางคนก็แนะนำว่าควรคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนซื้อของใหญ่ ๆ ที่ต้องผ่อน อย่างรถ คอนโด ฯลฯ ในช่วงนี้ไปเลย พูดง่าย ๆ คือมีสติก่อนซื้อให้ได้มากที่สุด ซึ่งก็ทำให้คิดถึงคำ ๆ หนึ่งอย่าง ‘Conscious Consumption’ ขึ้นมา
ก่อนหน้านี้จูนมีโอกาสได้อ่านบทความหนึ่งเมื่อเดือนมกราคมปี 2020 จากบริษัท Mintel บริษัท Market Research จากอังกฤษที่เขียนถึงเทรนด์พฤติกรรมการใช้เงินของคนในช่วงปี 2020 เอาไว้ ซึ่งหนึ่งในเทรนด์ที่น่าสนใจคือพฤติกรรม ‘Conscious Consumption’ หรือ ‘การบริโภคอย่างมีสติ’ ที่เคยถูกพูดถึงมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2019 แม้ว่าก่อนหน้านี้เราอาจจะคุ้นคำ ๆ นี้จากกลุ่มคนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เพราะมันหมายถึงการตระหนักรู้ว่าการบริโภคของเราส่งผลต่อภาพรวมในสังคมอย่างไร (เสื้อผ้าจากโรงงานที่ใช้แรงงานถูกกฎหมาย วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ฯลฯ) แต่ในปี 2020 นี้ Conscious Consumption ที่เราน่าหยิบมาใช้ มีความหมายมากไปกว่านั้น การมีสติในการบริโภคถูกแปรความหมายไปถึงการใส่ใจเรื่อง ’การใช้จ่ายเงินส่วนตัว’ มากขึ้น นั่นหมายถึงการซื้อของด้วยความอยากได้แบบทันทีทันใดของคนที่จะลดลงไป ใส่ใจในการลงทุน มากกว่าการซื้อด้วยอารมณ์ และสิ่งนี้อาจจะกลายเป็นที่มาของ Conscious Consumption รุ่น 2.0 ที่ชาวฟรีแลนซ์ (หรือแทบจะทุกคนที่ได้รับผลกระทบตอนนี้) ควรหยิบมาใช้ เพราะนอกจากมันจะดีต่อเงินในบัญชีเราตอนนี้แล้ว มันอาจจะส่งผลดีต่อโลกของเราในระยะยาวด้วย
ถ้าใครเคยได้ยินโปรเจกต์อย่าง Buy Nothing Project หรือ The Year of Less ที่สะท้อนความเป็นสาย มินิมอลได้ชัดเจน จะรู้ว่า Conscious Consumption คือพฤติกรรมเพื่อสังคมที่แฝงไปด้วยแผนการประหยัดเงินชั้นดี เพราะแนวคิดนี้สนับสนุนให้เราใช้จ่ายให้น้อยลง ช้อปปิ้งให้น้อยลง คิดก่อนซื้อให้มากขึ้น และต้องมั่นใจว่าเราจะซื้อแต่ของที่มีคุณภาพและจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น และด้วยเทรนด์ของการคิดหนักก่อนซื้อ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ต้องการประหยัดเงินมากขึ้น หรือกลัวว่าผลิตภัณฑ์นั้น ๆ จะไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพอ ทำให้เราได้รู้จักกับระบบจ่ายเงินแบบใหม่ที่ใช้คอนเซปต์แบบ Shop Now, Pay Later มากขึ้น ทั้งบริษัทอย่าง AfterPay และ Klarna ที่มีบริการให้คนซื้อของออนไลน์ บริษัทจ่ายแทนให้ก่อน ส่วนลูกค้าค่อยผ่อนจ่ายทีหลัง ซึ่งบริษัทรีเทลยักษ์ใหญ่อย่าง H&M ก็หันมาใช้แล้ว และนั่นหมายความว่ามีแนวโน้มที่ผู้บริโภคอย่างเราอาจจะหันมาช้อปปิ้งผ่านระบบนี้มากขึ้นด้วย
TIPS: ถ้าจะลองปรับใช้ Conscious Consumption 2.0 ในการประหยัดเงินในบัญชี ให้เริ่มด้วยจากการจดลิสต์ของที่ช่วงนี้เรา ‘ใช้น้อยลง’ แน่ ๆ จากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่าง เครื่องสำอางค์หรือเสื้อผ้าใหม่ที่เคยซื้อทุกเดือน ให้ตัดออกจากช้อปปิ้งลิสต์ไปก่อน ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ อย่าง ประกันรถยนต์ ที่ถ้าทำได้ให้ลดวงเงินประกันให้ต่ำเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้รถที่น้อยลงในช่วงนี้
Emergency!
เมื่อเรามีเวลาว่างมากขึ้นจากการที่งานฟรีแลนซ์มันเข้าน้อยลง ก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะเอาเวลานี้มาวางแผนทางการเงินซะใหม่ บางคนอาจจะมีบัญชีเงินใช้ และบัญชีเงินเก็บไว้อยู่แล้ว แต่การมีเงินอีกก้อนที่เก็บไว้ในกรณีฉุกเฉินซึ่งแยกกับบัญชีเงินออมก็ถือเป็นเรื่องที่น่าทำเหมือนกัน ถ้าเราลองเสิร์ชดู จะเจอวิธีแบ่งเงินมาเก็บในบัญชีฉุกเฉิน หรือ Emergency Fund อยู่หลายแบบ ทั้งการแบ่งออกมาจากเช็ครายรับเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือตั้งยอดรายรับประจำเดือนทุกเดือนเอาไว้ และถ้าเดือนไหนทำได้เกินเป้า ก็ให้นำเงินที่เกินนั้นมาสำรองไว้ในบัญชีฉุกเฉิน หรือจะลองรับงานสักงาน ที่ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ต้นเลยว่า ถ้าได้เงินจากงานนี้แล้ว จะไม่แตะสักบาท และจะเอาเข้าบัญชีฉุกเฉินทันที
วิธีที่จูนใช้เพื่อช่วยกำหนดยอดในบัญชีฉุกเฉินว่าควรเก็บเท่าไร คือการเอารายจ่ายของตัวเองในแต่ละเดือน (ประเมินให้สูงๆ ไว้ก่อนเลย เผื่อพลาด) แล้วตีเป็นตัวเลขเฉลี่ยออกมา จากนั้นเอาไปคูณ 6 แล้วจะได้เงินสำรองฉุกเฉินที่พร้อมใช้หากจำเป็น และไม่ต้องไปยุ่งกับบัญชีเงินเก็บของตัวเองเลย ซึ่งหากเรามีเผื่อไว้ ก็จะอยู่รอดผ่านเหตุการณ์ไม่คาดคิดแบบนี้ไปได้แบบเหงื่อไม่ตกถึง 6 เดือน โดยเงินในบัญชีฉุกเฉินควรเก็บไว้ในบัญชีที่สามารถนำออกมาใช้ได้เลย อาจผูกกับแอปพลิเคชันของธนาคารไว้เพื่อความสะดวกในการนำออกมาใช้ (แต่ก็อย่าสะดวกเกินไปจนเผลอเอามาใช้เรื่องอื่น ๆ ล่ะ)
TIPS: ยิ่งถ้างานที่เราทำอยู่ในสายฟรีแลนซ์ ซึ่งมีความมั่นคงน้อยกว่างานประจำที่ได้รับเงินเดือนคงที่ เรายิ่งควรเผื่อเงินสำรองในบัญชีฉุกเฉินไว้มากกว่าปกติ
Reach Out
เราเข้าใจดีว่าช่วงนี้อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับหลาย ๆ คน แต่การขอความช่วยเหลือก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย สำหรับชาวฟรีแลนซ์ การพูดคุยตกลงเพื่อหาทางลดภาระทางการเงิน หรือเพิ่มรายรับในช่วงเวลานี้ อาจจะเป็นผลดี ลองติดต่อหาคอนแทคลูกค้าที่เคยมีอยู่แต่ไม่ได้ติดต่อกันไปนานแล้ว เขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือ ในการหาทีมมาซัพพอร์ทโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังจะทำช่วงนี้ หรือคุยกับลูกค้าที่ดีลงานกันไว้อยู่ให้ช่วยแนะนำงานอื่น ๆ ให้ต่อ หรือขอขยายสเกลโปรเจกต์ที่ทำอยู่ในช่วงนี้ดู เช่นเดียวกันกับการสร้างคอมมิวนิตี้ หรือหาเพื่อนในแวดวงเดียวกัน ผ่านทางแพลตฟอร์ม โซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อฝากประชาสัมพันธ์ หรือแลกเปลี่ยนแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เจอก็ได้
TIPS: ลองออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเองและฝึกทักษะอื่น ๆ เสริมในช่วงนี้ดู เผื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าที่มีอยู่ หรือเราอาจจะได้ฝึกสายอาชีพใหม่ได้อีกในอนาคต
อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่สายงานฟรีแลนซ์เท่านั้นที่ต้องประสบปัญหาจากสถานการณ์โควิด-19 ในครั้งนี้ ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันกับเรา และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคมไม่ว่าจะมาในรูปแบบของเงินสนับสนุน หรือกำลังใจที่มีค่า ก็จะสามารถทำให้เราผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ!
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow