SCBEV(A)

กองทุนรวมออกใหม่

SCBEV(A)

SCBEV(A)

โอกาสลงทุน EV ทั้งซัพพลายเชน ครอบคลุมผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับการขับขี่ ในกองทุนเดียว กับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Electric Vehicles and Future Mobility (ชนิดสะสมมูลค่า) (SCBEV(A))

ทำไมต้อง SCBEV(A) ?

SCBEV(A)
เข้าถึงการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หนึ่งในธีมลงทุนตามเทรนด์โลกอนาคต
ที่มีโอกาสเติบโตสูงจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐซึ่งช่วยให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตขึ้น

SCBEV(A)
ลงทุนครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า
ทั้งผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ผู้ผลิตแบตเตอรี่ ผู้ผลิตวัตถุดิบ (เช่น ลิเทียม) รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ เป็นต้น

SCBEV(A)
กระจายความเสี่ยงผ่านการลงทุนในบริษัททั่วโลกที่เป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
เช่น ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ เป็นต้น โดยพอร์ตการลงทุนประกอบด้วยหุ้นของบริษัทชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ EV เช่น Tesla BYD และ Panasonic เป็นต้น*
  • ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหุ้น และ/หรือ กองทุนรวม ETF ต่างประเทศ ที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า เฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
  • ปัจจุบันกองทุนลงทุนใน KraneShares Electric Vehicles & Future Mobility ETF (KARS) และ iShares Electric Vehicles and Driving Technology UCITS ETF (ECAR)**
  • ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ

เสนอขายผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยาตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

ขอรับหนังสือชี้ชวน และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
* ที่มา : บลจ.ไทยพาณิชย์ ข้อมูล ณ 8 พ.ค. 69
**การลงทุนของกองทุนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายการลงทุน ภาวะตลาด และดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน
หมายเหตุ : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนจำหน่ายหน่วยลงทุนให้กับ บลจ.ไทยพาณิชย์ เท่านั้น

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีใน คู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

  • การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน รวมทั้งไม่ได้อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก จึงมีความเสี่ยงจากการลงทุน ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน
  • ผู้ลงทุนควรลงทุนในกองทุนรวมต่อเมื่อเห็นว่าการลงทุนในแต่ละกองทุนรวมนั้นมีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการลงทุนของผู้ลงทุน และผู้ลงทุนสามารถยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนของกองทุนรวม โดยเฉพาะ นโยบายการลงทุน ความเสี่ยง ผลการดำเนินงานของกองทุนรวม และคู่มือการลงทุนให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในต่างประเทศบางส่วน บริษัทจัดการอาจจะใช้หรือไม่ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศภายใต้ดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือ ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ และเนื่องจากกองทุนรวมมีการลงทุนในต่างประเทศจึงมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ของประเทศที่กองทุนรวมไปลงทุนได้ ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) หรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) จึงมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ซึ่งส่งผลให้ผู้ลงทุนขาดทุนจากการลงทุนบางส่วน หรือทั้งจำนวนได้ และในการขายคืนหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับเงินคืนตามที่ระบุไว้ในโครงการ
  • กองทุนรวมบางประเภทอาจมีความเสี่ยงสูงกว่าความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk profile) ของผู้ลงทุนที่ได้ประเมินไว้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ดังนั้น ผู้ลงทุนจะต้องเข้าใจและรับทราบความเสี่ยงของกองทุนรวมดังกล่าวก่อนทำการลงทุนและหากประสงค์จะลงทุนในกองทุนนั้น ผู้ลงทุนจะต้องลงนามรับทราบและยอมรับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk profile) ของผู้ลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทำการลงทุนทุกครั้ง
  • กองทุนรวม SSF / SSFX เป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการออม Thai ESG / Thai ESGX เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการออมระยะยาว และสนับสนุนการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย LTF เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการลงทุนระยะยาวในหุ้น และ RMF ลงทุนเพื่อเกษียณอายุ ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน ทั้งนี้ การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป การลงทุนในกองทุนเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป และการลงทุนในกองทุนเพื่อการออม (SSF) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ผู้ลงทุนไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ในฐานะผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับบริษัทจัดการเท่านั้น
ผู้ลงทุนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา
อ่านทั้งหมด

เปิดบัญชีกองทุนและสมัครบริการวางแผนลงทุนแบบประจำบน krungsri app ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS, Android และ Huawei

อยู่ที่ไหนก็สามารถลงทุนได้ ให้คุณไม่พลาดทุกโอกาสการลงทุน
Appstore
Googleplay
Huawei
kma-code
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา