เพื่อคุ้มครองคุณและครอบครัว
ควรซื้อประกันเพิ่มให้พ่อแม่ไหม ? ปิดช่องว่างในวัยเกษียณ

Posted On 28 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
แม้สิทธิบัตรทองและประกันสังคมจะช่วยครอบคลุมการรักษาพื้นฐาน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านเครือข่ายโรงพยาบาล ระยะเวลารอคอย รวมถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ไม่ครอบคลุม ซึ่งอาจกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในอนาคต การเลือกทำประกันสุขภาพเสริมสำหรับผู้สูงอายุจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยปิดช่องว่างทางการเงิน ให้สิทธิ์การเข้าถึงโรงพยาบาลเอกชนและรักษาความมั่งคั่งของครอบครัวในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
ลองจินตนาการถึงวันที่คุณพ่อคุณแม่มีอาการป่วยกะทันหัน หรือตรวจพบโรคเรื้อรังที่ต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง สิ่งแรกที่หลายครอบครัวนึกถึงคือสิทธิพื้นฐานจากรัฐ อย่างบัตรทอง หรือประกันสังคม แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือ “สิทธิที่มีอยู่นั้น เพียงพอต่อคุณภาพชีวิตและเงินในกระเป๋าจริงหรือไม่ ?” การพึ่งพาเพียงสิทธิสวัสดิการพื้นฐานในวันที่ค่าแพทย์และเทคโนโลยีทางการแพทย์พุ่งสูงขึ้นทุกปี อาจทำให้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่แม้รักษาได้ แต่ก็ไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการมีประกันสุขภาพเสริมสำหรับผู้สูงอายุจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยอุดช่องว่างจากความเสี่ยงในยุคนี้
เจาะปัจจัย ! ทำไมบัตรทองไม่พอสำหรับผู้สูงอายุ ?
สิทธิบัตรทอง เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานทางการแพทย์ที่ครอบคลุมการรักษาหลากหลาย ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การผ่าตัด ไปจนถึงสิทธิพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ การฟื้นฟูสมรรถภาพที่บ้าน รวมถึงบริการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง (Long-Term Care) อย่างไรก็ตาม ในมิติของการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงิน ยังมีข้อจำกัดสำคัญที่ต้องพิจารณา ดังนี้
ข้อจำกัดด้านเครือข่ายบริการ
ผู้ป่วยต้องใช้สิทธิตาม “หน่วยบริการประจำ” หรือสถานพยาบาลตามเครือข่ายที่ สปสช. กำหนด โดยต้องลงทะเบียนย้ายหน่วยบริการตามทะเบียนบ้าน การเข้าถึงโรงพยาบาลเอกชน หรือโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ที่มีคิวแน่นมักทำได้ยาก หากไม่ใช่กรณีวิกฤตฉุกเฉิน
จำนวนคนและระยะเวลารอคอย
เนื่องด้วยจำนวนผู้ใช้สิทธิที่มีจำนวนมาก ทำให้การเข้าถึงการผ่าตัด หรือการตรวจพิเศษ เช่น MRI หรือ CT Scan อาจต้องรอคิวนาน ซึ่งอาจส่งผลต่อการลุกลามของโรคในผู้สูงอายุ
ทางเลือกด้านความสะดวกสบาย
สิทธิตามสวัสดิการของรัฐมักมีข้อจำกัดเรื่องค่าห้องพิเศษ หรือบริการบางส่วนที่ผู้ป่วยต้องการเพิ่มเติม เช่น การระบุตัวแพทย์เฉพาะทาง หรือการเลือกเข้าพักในห้องเดี่ยวเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อแทรกซ้อน ซึ่งส่วนต่างเหล่านี้กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวต้องแบกรับเอง
ข้อจำกัดประกันสังคมผู้สูงอายุ
สำหรับผู้ประกันตนที่ใช้สิทธิประกันสังคมมาอย่างต่อเนื่อง สิทธินี้ให้การดูแลครอบคลุมทั้งการรักษาพยาบาล เงินชดเชยทุพพลภาพ และการตรวจสุขภาพตามรายการที่กำหนด แต่มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ดังนี้
การสิ้นสุดสภาพการเป็นผู้ประกันตน
เมื่อเกษียณอายุการทำงานและหยุดส่งเงินสมทบ หากไม่ได้ต่ออายุเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 สิทธิในการรักษาพยาบาลจะสิ้นสุดลง หรือเปลี่ยนเป็นสิทธิอื่น ทำให้บางครอบครัวอาจพบช่องว่างในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลและการเลือกโรงพยาบาล
ข้อจำกัดการเบิกจ่าย
การใช้สิทธิรักษาพยาบาลต้องผูกกับโรงพยาบาลตามสิทธิ หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอื่นที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน ผู้ป่วยมักต้องสำรองจ่ายเอง หรือเบิกได้ตามเพดานที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายจริงในปัจจุบัน
ช่องว่างของเทคโนโลยีการรักษา
ยาบางกลุ่ม หรือเทคโนโลยีการผ่าตัดสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำสูง (Targeted Therapy หรือ Robotic Surgery) อาจไม่อยู่ในบัญชีการเบิกจ่ายมาตรฐาน ทำให้สิทธิประกันสังคมไม่สามารถตอบโจทย์การรักษาที่ดีที่สุดในบางกรณีได้
ทำไมควรมีประกันสุขภาพเสริมสำหรับผู้สูงอายุ ?
หากวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสุขภาพในผู้สูงอายุจะพบว่า มีโอกาสเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง หรือหลอดเลือดสมอง ซึ่งต้องอาศัยการรักษาระยะยาวและมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น การมีประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุเสริมในส่วนนี้จะมีประโยชน์ในเชิงวางแผนการเงินและคุณภาพชีวิต 3 ด้านหลัก ได้แก่
การบริหารจัดการค่ารักษาแบบเหมาจ่าย
ประกันสุขภาพรุ่นใหม่มักออกแบบมาเป็นแบบเหมาจ่าย ที่ครอบคลุมทั้งค่าห้อง ค่าแพทย์ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลทั่วไป ซึ่งจะช่วยปิดความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากสิทธิสวัสดิการของรัฐ โดยเฉพาะเมื่อต้องนอนพักฟื้นเป็นเวลานาน หรือมีการใช้อุปกรณ์พิเศษในการผ่าตัด
ความสำคัญของประกันอุบัติเหตุเสริม (PA)
ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการหกล้มสูงกว่าวัยอื่น ซึ่งมักนำไปสู่ภาวะกระดูกหัก หรือการบาดเจ็บที่ศีรษะ ประกันอุบัติเหตุจะช่วยให้เข้าถึงการรักษาในแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนได้อย่างรวดเร็ว โดยมีวงเงินแยกต่างหากจากประกันสุขภาพหลัก ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเก็บของครอบครัวที่จะลดลงจากอุบัติเหตุเล็กน้อยที่เกิดขึ้น
รักษาความมั่งคั่ง
แม้จะเป็นการรักษาพยาบาลครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่สามารถดึงเงินออมที่ใช้สำหรับการเกษียณหรือเงินลงทุนของลูกหลานไปทั้งหมดได้ ซึ่งเป็นผลกระทบทางการเงินที่รุนแรงที่สุด ดังนั้น การจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพจึงเป็นการ “ล็อกเพดานค่าใช้จ่าย” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหนี้สินหรือขาดสภาพคล่องทางการเงินในระยะยาว
ควรซื้อประกันเพิ่มให้พ่อแม่ไหม ใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน ?
การตัดสินใจเลือกซื้อ
ประกันสุขภาพผู้สูงอายุเพิ่ม ในขณะที่มีสิทธิการรักษาขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว ควรพิจารณาจาก 4 ปัจจัย ดังนี้
- สุขภาพและประวัติโรคประจำตัว : หากพ่อแม่มีโรคประจำตัว หรือโรคหนักที่ต้องรักษาตลอดเวลา ควรเลือกประกันที่ครอบคลุมโรคเหล่านั้น
- ระบบโรงพยาบาลที่ต้องการใช้งาน : หากต้องการเลือกโรงพยาบาลเอกชน ห้องพิเศษ หรือหมอเฉพาะทางที่ประกันสังคมหรือบัตรทองไม่สามารถให้บริการได้ การมีประกันสุขภาพเสริมจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษาได้มากขึ้น
- ความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันในระยะยาว : เนื่องจากเบี้ยประกันสุขภาพจะปรับเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ การวางแผนงบประมาณจึงต้องคำนึงถึงกระแสเงินสดในอนาคต เพื่อให้สามารถถือกรมธรรม์ได้ต่อเนื่องจนถึงอายุ 80-90 ปี
- เป้าหมายการบริหารความเสี่ยง : หากเป้าหมายคือการสร้าง “ความอุ่นใจและสภาพคล่อง” เพื่อไม่ให้ลูกหลานต้องควักเงินก้อนใหญ่ในยามฉุกเฉิน การทำประกันเสริมคือทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าเมื่อต้องเผชิญความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ปิดช่องว่างค่ารักษาด้วยประกันเสริม เพื่อความมั่นคงของครอบครัว
บัตรทองและประกันสังคมเป็นพื้นฐานที่ดีในการดูแลสุขภาพ แต่ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นและโรคเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การเลือกประกันสุขภาพเสริมสำหรับผู้สูงอายุ จะช่วยเสริมความคุ้มครองให้มีทางเลือกในการรักษาที่มากขึ้นและลดภาระการเงินของครอบครัวได้อย่างมาก ควรเลือกประกันที่ตรงกับความต้องการและกำลังจ่าย เพื่อให้ครอบครัวมั่นใจและอุ่นใจว่าจะมีสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอสำหรับดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการเงินจากค่ารักษาพยาบาล แผน
ประกันรักษาพยาบาลจากกรุงศรี ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ด้วยจุดเด่นด้านความคุ้มครองที่ยืดหยุ่น ครอบคลุมทั้งกรณีเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ ช่วยให้การวางแผนเกษียณของครอบครัวเป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน เช็กเบี้ยประกันและซื้อออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1572
ข้อมูลอ้างอิง :
- คลายข้อสงสัยใช้สิทธิ ‘บัตรทอง’ บริการอะไรบ้าง ที่ครอบคลุม-ไม่ครอบคลุม !!?. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 จาก https://www.thecoverage.info
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกประกันสุขภาพเสริมสำหรับผู้สูงอายุ (FAQs)
A : สามารถทำได้ แต่บริษัทประกันอาจมีเงื่อนไข เช่น ยกเว้นความคุ้มครองในโรคที่เป็นมาก่อนการทำประกัน หรืออาจมีการเพิ่มเบี้ยประกันตามความเสี่ยง แนะนำให้ชี้แจงข้อมูลสุขภาพตามจริงเพื่อประโยชน์ในการเคลม
A : สิทธิข้าราชการครอบคลุมได้ดีมากในโรงพยาบาลรัฐ แต่การมีประกันเสริมจะช่วยใน 2 กรณีหลัก ได้แก่ ความรวดเร็วและตัวเลือก เมื่อต้องการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนโดยไม่ต้องรอคิว หรือต้องการเทคโนโลยีการรักษาที่กรมบัญชีกลางอาจยังไม่รองรับเต็มจำนวน และค่าใช้จ่ายส่วนเกิน เช่น ค่าห้องพิเศษที่สูงกว่าเกณฑ์เบิกจ่าย หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์บางประเภทที่ต้องสำรองจ่ายเอง ประกันเสริมจะสามารถเข้ามาเติมเต็มส่วนต่างเหล่านี้ได้
A : สำคัญมาก เพราะประกันสุขภาพไม่ได้คุ้มครองทันทีที่เซ็นสัญญา โดยทั่วไปจะมีระยะเวลารอคอย 30 วันสำหรับโรคทั่วไปและ 90-120 วันสำหรับโรคร้ายแรง หรือเนื้องอก ดังนั้น ควรวางแผนทำประกันในวันที่คุณพ่อคุณแม่ยังมีสุขภาพดีอยู่ หากตรวจพบโรคในช่วงระยะเวลารอคอย บริษัทประกันภัยจะไม่คุ้มครองค่ารักษาในโรคนั้นตลอดอายุสัญญา
A : ปัจจุบันตามเกณฑ์ใหม่ของ คปภ. บริษัทประกันภัยไม่สามารถปฏิเสธการต่ออายุกรมธรรม์ เพียงเพราะลูกค้ามีการเคลมสูง หรือเคลมบ่อยได้ ตราบใดที่คุณยังจ่ายเบี้ยประกันภัยตามกำหนดและไม่มีการปกปิดข้อมูลสุขภาพที่เป็นสาระสำคัญตอนเริ่มทำสัญญา จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องไปจนถึงอายุขัยที่ระบุในสัญญา