วิธีสร้างต้นทุนความสำเร็จจากการทำสิ่งที่ชอบ
By เมษ พิชญพล
“คนเราเอาเวลาไปทำอะไรหมด และส่วนใหญ่เราใช้เวลาไปกับอะไรมากที่สุด?”
ผมเคยได้ยินหลายคนชอบบ่นว่า ไม่มีเวลาให้ฟังอยู่เสมอ ได้ฟังเรื่องซ้ำเดิมจากคนรอบตัวบ่อยเข้า ทำให้ผมต้องกลับมาตั้งคำถามเงียบ ๆ กับตัวเองว่า “คนเราเอา ‘เวลา’ ไปทำอะไรหมด และส่วนใหญ่เราใช้เวลาไปกับอะไรมากที่สุด”
คุณว่าในช่วงชีวิตของคน ๆ หนึ่ง จะมีเวลาใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้กี่วัน ตรรกะง่าย ๆ ตรงนี้ ผมมีคำตอบมาให้คุณได้คิดเล่นๆ ว่า ถ้าคนเรามีอายุเฉลี่ย 60 ปี ในขณะที่ 1 ปี เท่ากับ 365 วัน คนเราก็จะมีชีวิตแค่ 21,900 วันเท่านั้น หรือลองเป็นคิดตัวเลขกลม ๆ ให้เห็นภาพง่ายกว่านั้นก็คือ 3,120 สัปดาห์
ดังนั้น ถ้าคนเราต้องเรียนหนังสือ 20 ปี กว่าจะจบออกมาเป็นตัวของตัวเองเต็มที่ เท่ากับว่า คุณเคยมีเวลาเสาร์-อาทิตย์ที่จะได้อะไร ๆ ตามใจชอบ “บ้าง” แค่ 1,040 ครั้งเท่านั้น
แต่ถ้าวันนี้คุณอายุ 40 แปลว่า คุณกำลังใช้จ่ายวันหยุดอันแสนวิเศษของคุณให้หมดไปแล้ว 2,080 สัปดาห์ วันหยุดที่เหลืออีกแค่ 1,040 ครั้ง จะเพียงพอสำหรับการทำตามความชอบของคุณแค่ไหน เรื่องนี้ไม่มีใครตอบได้ นอกจากตัวคุณเองเท่านั้นที่เป็นเจ้าของชีวิตของตัวเอง (อ่านก้าวแรกของธุรกิจ ส่องกระจกมองตัวเอง)
หลายคนอาจโอดครวญว่า ผมยังหัดกีตาร์ยังไม่ถึงไหนเลย บางคนฝันที่จะเปิดร้านเบเกอรี่ ก็ยังไม่ได้แม้แต่จะหัดทำขนม หรือบางคนวางแผนไปเรียน MBA เพราะชอบเรื่องการบริหาร อยากทำธุรกิจของตัวเอง มีโปรเจกต์เต็มหัว ไหนจะหนังที่อยากดู ทะเลที่อยากไปดำน้ำ ฯลฯ ลิสต์รายการยาวเป็นหางว่าวกันเลย
คุณว่า แปลกไหมครับ ที่คนเรามักใช้เวลาทำสิ่งที่ตัวเองชอบในแบบที่มีความสุข หากได้ลงมือทำ ได้ทำ..แค่เพียงนิดเดียว
จากสถิติที่เคยมีคนสำรวจพบว่า คนส่วนใหญ่บนโลก ใช้เวลาถึง 80% หมดไปกับสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ เลือกเรียนคณะที่ไม่รู้ว่าเรียนทำไมมาตั้ง 4 ปี พอจบก็ออกมานั่งตากแอร์อยู่ในออฟฟิศที่น่าเบื่ออีกครึ่งค่อนชีวิต ตอนทำงานก็นั่งมองนาฬิกาทั้งวัน รอว่าเมื่อไรจะห้าโมงเสียที จะได้รีบหนีกลับบ้าน หรือเอาเวลาที่เหลือหลังเลิกงานไปทำสิ่งที่ชอบ
ถ้านับชั่วโมงทำงานเฉลี่ย 40 ปี ทำงานจันทร์ถึงศุกร์วันละ 8 ชั่วโมง เท่ากับว่าชีวิตเราหมดไปกับการทำงานที่เรามักจะงง ๆ ว่า เราชอบมันจริงหรือเปล่า เกือบ 90,000 ชั่วโมง! แล้วเราก็เอาแต่ผัดผ่อนว่า เดี๋ยวลาพักร้อนปีนี้เราจะเริ่มนะ เดี๋ยวปีใหม่จะได้ฤกษ์เปลี่ยนแปลงตัวเองเสียที
แต่คนที่ประสบความสำเร็จของโลก ไม่เคยมีคำว่า “เดี๋ยวก่อน” เพราะเขาใช้คำว่า “เดี๋ยวนี้” กับทุกอย่างที่อยากทำ ถึงขนาดใช้คำว่า “อยากทำงานจนรอพระอาทิตย์ขึ้นแทบไม่ไหว” หรือบางคนพากันบ่นว่า “อยากมีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมง”
Amadeus Mozart ซ้อมเปียโนแทนการกินข้าว ตั้งแต่เด็กจนโต
 
Bill Gates หมกมุ่นกับการเขียนซอฟต์แวร์ จนตีสามตีสี่ ตั้งแต่สมัยยังเป็นแค่เด็กนักเรียน
 
Steve Jobs มีความสุขเหลือเกินกับนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เขาคิดในหัวถึงขนาดลาออกจากมหาวิทยาลัย
 
เฉินหลง ฝึกซ้อมท่าตกตึกซ้ำ ๆ เป็นพันครั้ง เพราะเขาหลงรักในงานแสดง
 
Tiger Woods หลงรักในกีฬากอล์ฟและจับไม้หวดลูก ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ยอมเสียเวลาไปทำอย่างอื่น
 
Howard Schultz ต้องตระเวนชิมกาแฟเป็นร้อยแห่ง กว่าจะให้กำเนิดร้านสตาร์บัคส์อันเลื่องชื่อ
จุดเริ่มต้นของคนทั้งหมดนี้ คุณเคยได้ยินไหมว่ามีใครเกี่ยงงอนข้ออ้างกับตัวเอง มีใครพูดถึง “รายได้ค่าตอบแทน” ไหม หรือมีสักคนที่บ่นเรื่อง “ไม่มีเวลา” เพื่อผัดผ่อนด้วยการบอกตัวเองว่า “เอาไว้ก่อน” หรือ “รอให้พร้อมกว่านี้ก่อน” ไม่มีซักคนครับที่ทำแบบนั้น
ผมรู้ว่า เวลาในชีวิตของเรามันมีอยู่จำกัดนะครับ เพราะพระพุทธเจ้ายังเคยตรัสว่า เวลาในชีวิตที่เรามีค่า “เป็นดั่งน้ำค้าง” ในยามเช้า ที่เราเห็นน้ำค้างพรมอยู่บนยอดหญ้า ใสดั่งเกล็ดแก้วที่มีคนเอามาวางเกลื่อนไว้ แต่แค่เพียงชั่วกระพริบตาหยาดน้ำค้างนั้นก็ไม่อยู่เสียแล้ว
บางครั้งพระพุทธองค์ก็เปรียบชีวิตว่า “สั้นดั่งหนึ่งพยับแดด” ดูเหมือนมีตัวมีตนให้สัมผัสจับต้องได้ ทั้ง ๆ ที่เราเห็นมันระยิบระยับอยู่เบื้องหน้าแท้ ๆ แต่พอเข้าใกล้ มันกลับวับหายไปกับตา ชีวิตก็เป็นเช่นนั้น เผลอแป๊บเดียวก็หายไป ทั้งสั้น ทั้งไม่มีตัวตน
ผมเชื่อว่า เมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้ คุณน่าจะตอบคำถามที่ผมถามเอาไว้เมื่อข้างต้นได้แล้วว่า
ผมเชื่อว่า เมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้ คุณน่าจะตอบคำถามที่ผมถามเอาไว้เมื่อข้างต้นได้แล้วว่า
ผมเชื่อว่า เมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้ คุณน่าจะตอบคำถามที่ผมถามเอาไว้เมื่อข้างต้นได้แล้วว่า
“แล้วที่ผ่านมามัวเอาเวลาไปทำอะไรหมด” รวมถึงคำถามที่ว่า “คุณได้ทำในสิ่งที่คุณรักบ้างหรือยัง” หรือที่ผ่านมา คุณมัวแต่ทำสิ่งชั่วคราวที่คนประสบความสำเร็จเขาทำด้วยเวลาสั้น ๆ จนเสียเวลายาวนานเหมือนชั่วโคตร (อ่านวาดฝันมีธุรกิจใหญ่ ทำอย่างไรฝันถึงจะกลายเป็นจริง)
ดังนั้น ลองเปลี่ยนงานอดิเรกจากที่เคยทำชั่วคราว มาเป็นทำสิ่งที่รักจนอยากใช้เวลาให้ยาวนานเหมือนชั่วโคตรดูสิครับ ผลลัพธ์มันต้องออกมายอดเยี่ยม จนสามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ได้อย่างแน่นอนครับ
คนส่วนใหญ่ใช้เวลาถึง 80% หมดไปกับสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ
เลือกเรียนคณะที่ไม่รู้ว่าเรียนทำไมมาตั้ง 4 ปี
พอจบก็ออกมานั่งตากแอร์อยู่ในออฟฟิศที่น่าเบื่อ
อีกครึ่งค่อนชีวิต ตอนทำงานก็นั่งมองนาฬิกาทั้งวัน
รอว่าเมื่อไรจะห้าโมงเสียทีจะได้รีบหนีกลับบ้าน
หรือ เอาเวลาที่เหลือหลังเลิกงานไปทำสิ่งที่ชอบ

 
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow