มูลนิธิพระดาบส องค์กรการกุศลสาธารณะเพื่อผลิตนักเรียนช่างของพระราชา

by krungsri Plearn เพลิน

ความรู้และความสามารถในการประกอบอาชีพ คือ อาวุธสำคัญในการดำเนินชีวิต นั่นเป็นสิ่งที่ “มูลนิธิพระดาบส” ได้มอบให้แก่นักเรียนช่างของพระราชา


หากพูดถึงประเทศไทยเรานี้ยังมีคนที่รอคอยโอกาสอีกมากมาย โดยเฉพาะคนที่ขยันแต่ไม่มีโอกาส ไม่มีเวทีเพื่อแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา ทั้งที่จริงแล้วคนไทยมีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลกเลยทีเดียว และถึงแม้ว่าบางครั้งโอกาสมาถึงข้างหน้าเราแล้ว แต่ถ้าเราไม่พร้อมและไม่มีความรู้ เราก็ไม่สามารถคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ได้

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเล็งเห็นว่าจุดนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข จึงมีพระราชดำริจัดตั้งองค์กรการกุศลสาธารณะชื่อว่า "มูลนิธิพระดาบส" เพื่อผลิตนักเรียนช่างของพระราชาขึ้น

โดยที่มาของชื่อ "โครงการพระดาบส" นี้มาจากในอดีตที่ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งชื่อว่า "พระดาบส" ใครที่เป็นลูกศิษย์ของท่านได้จะต้องเป็นคนที่มีความตั้งใจและอดทน เพราะพระดาบสนั้นจะจำศีลอยู่ในป่าลึก ใครจะไปหาท่านได้ต้องลุยป่า ลุยน้ำลึกเข้าไปเท่านั้น แล้วใช่ว่าเมื่อเจอตัวท่านแล้วจะได้เป็นลูกศิษย์เลยทันที ยังมีด่านทดสอบทั้งเรื่องความตั้งใจและความอดทน เพื่อให้แน่ใจว่าคนที่จะมาเป็นลูกศิษย์เป็นคนที่อยากได้วิชาจากท่านอย่างแท้จริง  

ส่วนค่าเล่าเรียนวิชา พระดาบสก็ไม่ได้คิดแม้แต่น้อย แต่ต้องคอยปรนนิบัติรับใช้เท่านั้น เช่น ทำความสะอาดพื้นบริเวณโดยรอบ หาผลไม้มาถวาย และเมื่อได้วิชาความรู้อย่างครบถ้วนก็กราบลากลับบ้านเมือง เพื่อนำวิชาความรู้ไปเผยแพร่ต่อไปได้ อันเป็นที่มาของชื่อ โครงการพระดาบส
 
มูลนิธิพระดาบส
เครดิตภาพ: Thairath

มูลนิธิพระดาบสทำการเปิดสอนเพื่อสร้างอาชีพด้านงานช่างเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นช่างรถยนต์ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างไฟฟ้า ช่างซ่อมบำรุง หลักสูตรวิชาชีพช่างเชื่อม แต่ก็ยังมีหลักสูตรวิชาชีพการเกษตรพอเพียง หลักสูตรวิชาชีพเคหบริบาล หลักสูตรวิชาชีพช่างไม้เครื่องเรือนอีกด้วย

แต่สำหรับมูลนิธิพระดาบสนี้ นอกจากจะสอนเรื่องวิชาชีพแล้วยังมีการสอนเรื่องจรรยาบรรณในการประกอบอาชีพด้วย ซึ่งประชาชนสามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปซ่อมได้ในราคามิตรภาพ ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น พัดลม เตารีด โทรทัศน์ วิทยุต่าง ๆ แล้วรายได้หลังจากที่หักค่าใช้จ่ายก็จะเก็บไว้เป็นทุนให้กับผู้ที่จบการศึกษาจากมูลนิธิพระดาบสต่อไป 
 
จริง ๆ แล้วโครงสร้างของ "มูลนิธิพระดาบส" เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นโครงสร้างของแผนการที่ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพได้เป็นอย่างดี และการสร้างงานสร้างอาชีพก็เป็นการลดปัญหาสังคมได้มากมาย ทั้งเรื่องยาเสพติดและอาชญากรรมต่าง ๆ
 
แต่ด้วยเพราะปัจจุบัน "มูลนิธิพระดาบส" จัดตั้งมาแล้วกว่า 40 ปี แน่นอนว่าต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้ทันสมัยเข้ากับปัจจุบันมากขึ้น นักเรียนช่างที่สามารถซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอในการประกอบอาชีพ เพราะบริษัทที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีบริการรับซ่อมสินค้า หรือบางบริษัทก็มีนโยบายเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้เลยทันทีหากเกิดปัญหา รวมถึงราคาของเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยนี้ก็ราคาถูกลงกว่าเมื่อก่อนมาก บางครั้งต้นทุนการซ่อมแซมกับการซื้อใหม่แทบไม่ต่างกัน ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะซื้อใหม่แทน จึงขึ้นอยู่กับนักเรียนช่างเช่นกันว่าจะนำความรู้และความสามารถที่ได้รับไปปรับใช้และต่อยอดอย่างไร

ทางมูลนิธิเองก็อาจเพิ่มเติมการเรียนการสอนเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมที่กำลังเป็นที่นิยมของตลาด หรือเป็นวิชาชีพอื่นที่กำลังเป็นที่ต้องการในปัจจุบัน ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะจริง ๆ แล้วการเขียนโปรแกรมไม่ต้องอาศัยความรู้พื้นฐานมากนัก แต่ต้องอาศัยความเข้าใจและใช้ความคิดเชิงตรรกะเยอะ ซึ่งปัจจุบันในต่างประเทศก็มีการบรรจุหลักสูตรการเขียนโปรแกรมเข้าเป็นหลักสูตรพื้นฐานเรียบร้อยแล้วด้วย เป็นหนึ่งในแนวคิดที่อาจช่วยให้นักเรียนในโครงการมูลนิธิพระดาบสได้พัฒนาความรู้และสามารถสร้างอาชีพได้อย่างมั่นคงต่อไป
 
เครดิตภาพ:mediastudio
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow