[เล่าประสบการณ์] นิสัยอะไรที่เราจะได้กลับมา หลังจากไปเรียนและใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น

[เล่าประสบการณ์] นิสัยอะไรที่เราจะได้กลับมา หลังจากไปเรียนและใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น

By Japan salaryman
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกคน บทความนี้เป็นบทความที่ผมเองค่อนข้างตื่นเต้นที่จะได้เขียนมันออกมา เนื่องจากผมมีประสบการณ์ใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นรวม 7 ปี ซึ่งแบ่งเป็น 4 ปีในชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัย และอีก 3 ปีในชีวิตการทำงานในบริษัทญี่ปุ่น ทั้ง 7 ปีนี้เป็น 7 ปีที่ผมได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ เป็นจำนวนมาก เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนญี่ปุ่น เป็น 7 ปีที่สุข เศร้า เหงา ทุกข์ มีทุกอารมณ์ปะปนกันไป และในทุก ๆ ปีช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนผมจะหาโอกาสกลับมาประเทศไทย ทุก ๆ ครั้งที่กลับบ้าน พ่อและแม่ รวมถึงผู้ใหญ่รอบตัวจะชอบทักว่า “ผมดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น” ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเค้าเห็นอะไรในตัวเรา การใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นได้หล่อหลอมอะไรบางอย่างในตัวเราหรือไม่

จนกระทั่งช่วงปี 2013 บริษัทแม่ได้ออกคำสั่งให้ผมกลับมาทำงานในบริษัทลูกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นับถึงวันนี้ที่กำลังเขียนบทความนี้อยู่เวลาก็ผ่านมา 7 ปีกว่า ๆ แล้ว ผมจึงลองระลึกดูอีกครั้งว่า ตลอด 7 ปีที่ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ผมได้เรียนรู้อะไร และการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจะทำให้เราติดนิสัยอะไรของคนญี่ปุ่นกลับมาบ้าง ลองอ่านไปพร้อม ๆ กันนะครับ
1. มีความรับผิดชอบต่อตัวเอง เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
ข้อนี้ผมอยากแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังพิจารณาว่าจะส่งลูกไปเรียนต่างประเทศได้อ่าน

แต่เดิมผมไม่เคยมีโครงการไปเรียนต่างประเทศมาก่อน ตอนนั้นยอมรับว่า ผมรับผิดชอบตัวเองเฉพาะเรื่องเรียน ส่วนเรื่องอื่น ๆ ผมไม่ค่อยเอาไหน ผมทำกับข้าวไม่เป็น ผมไม่ค่อยทำงานบ้าน (จะทำเฉพาะตอนที่คุณแม่เอ่ยปาก) เป็นคนไม่ค่อยวางแผนในชีวิต จนกระทั่งผมได้ไปใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น สิ่งแวดล้อมรอบข้างเปลี่ยนไปทั้งหมด ไม่มีใครทำอาหารให้ทาน ไม่มีใครทำงานบ้านให้ ทุก ๆ อย่างผมต้องทำด้วยตัวเอง ตั้งแต่นั้นมาผมรู้สึกว่า ผมเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ เป็นทีละอย่างสองอย่าง จากที่ไม่เคยทำอาหารไทย ผมก็เริ่มทำเป็นทีละเล็กทีละน้อย ตัวผมเองยังตกใจเลยครับว่า ในช่วงปีแรกที่ผมใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น ผมสามารถทำแกงเขียวหวานให้เพื่อน ๆ ชาวญี่ปุ่นและคนต่างชาติทานได้ จากที่ไม่เคยทำกับข้าวมาก่อนเลย ในเรื่องการเรียนและการทำงาน ก็ไม่มีใครคอยจ้ำจี้จ้ำไชเราเหมือนตอนที่เราอยู่ในประเทศไทย ทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนวางแผนมากขึ้น พอเราทำแบบนี้ทุกวัน ผ่านไปหลาย ๆ ปี มันก็เลยกลายเป็นนิสัยและความเคยชินครับ ซึ่งนี่น่าจะเป็นสาเหตุให้คนรอบข้างทักผมว่า “ผมเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น” หลังจากกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น
[เล่าประสบการณ์] นิสัยอะไรที่เราจะได้กลับมา หลังจากไปเรียนและใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น
2. รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง เมื่อเห็นคนไม่ตรงต่อเวลา หรือไม่รักษาสัญญา
ตอนใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เรื่องการรักษาเวลาถือเป็นมารยาทขั้นพื้นฐานในการใช้ชีวิต ในแวดวงการทำงานจะรู้กันว่า “ห้ามสาย” ถ้านัดหมายคนอื่นไว้ให้ไปถึงก่อนเวลา 5-10 นาที เพราะสายครั้งเดียว อาจเสียความเชื่อมั่นเชื่อใจจากคู่ค้าไปเลยก็ได้ นอกจากนั้นการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นจะรายล้อมไปด้วยเรื่องเวลาทั้งสิ้น รถไฟหรือรถประจำทาง ก็มีการระบุเวลาที่จะมาถึง และพยายามจอดป้ายให้ตรงกับเวลาที่กำหนดไว้ด้วย ทำให้คนญี่ปุ่นสามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างเที่ยงตรงภายใต้สภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ หลังจากที่ผมใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น 7 ปี และกลับมาที่ประเทศไทย จึงสังเกตเห็นความแตกต่างหลาย ๆ อย่างเรื่องการบริหารจัดการเวลาที่เกิดขึ้นในไทยและญี่ปุ่น เวลานัดใคร ส่วนตัวแล้วจะพยายามไปถึงก่อนเวลานัดหมาย 5-10 นาที โดยเฉพาะเมืองไทยที่มีสภาพรถติดค่อนข้างมาก ยิ่งต้องเผื่อเวลามากขึ้นกว่าปกติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลายครั้งคือ คนที่เรานัดด้วย มาสายกว่าที่ได้นัดเอาไว้ทำให้เรารู้สึกค่อนข้างหงุดหงิดครับ ช่วงหลัง ๆ ถ้านัดกันในห้างสรรพสินค้าผมจะใช้วิธีการนัดที่ร้านหนังสือ เวลาที่ต้องรอคนอื่น จะได้มีอะไรทำ และไม่รู้สึกหงุดหงิดใจครับ
[เล่าประสบการณ์] นิสัยอะไรที่เราจะได้กลับมา หลังจากไปเรียนและใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น
3. มีนิสัยรักความสะอาด
ผมจำได้แม่นเลยว่า ปีแรกที่ผมเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัย ที่หอพักมีจัดอบรมเรื่องการแยกขยะ และการกำหนดเวรการดูแลทำความสะอาดหอพักไว้ด้วย เพราะเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นในแต่ละเขตพื้นที่จะมีการกำหนดวันทิ้งขยะ เช่น ในเมือง Beppu ที่ผมอาศัยอยู่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย จะมีการแยกขยะตามประเภทต่าง ๆ อย่างชัดเจน เช่น ถุงขยะสีเขียว ใช้ใส่ขยะที่เผาไฟได้ และรถขยะจะมาเก็บทุกวันอังคารและวันศุกร์ ถุงขยะสีชมพู ใช้ใส่ขยะประเภทกระป๋อง ขวดน้ำ ขวด PET และรถขยะจะมาเก็บวันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน ถุงขยะใสไม่มีสี ใช้ใส่ขยะที่ไม่สามารถเผาได้ และรถขยะจะมาเก็บวันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 1 และ 3 ของเดือนเป็นต้น
[เล่าประสบการณ์] นิสัยอะไรที่เราจะได้กลับมา หลังจากไปเรียนและใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น
ข้อมูลจากเว็บไซต์เมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ https://www.city.beppu.oita.jp/
นอกจากนั้นถ้าสังเกตให้ดี ๆ คนญี่ปุ่นจะมีนิสัยรักความสะอาดดังที่เราจะได้เห็นตามข่าวต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เช่น หลังการแข่งขันกีฬา หรือการจัดงานรื่นเริงต่าง ๆ ตามที่สาธารณะที่โดยปกติแล้วจะมีขยะเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน ที่ช่วยกันเก็บขยะที่อยู่รอบ ๆ ตัว คนละไม้คนละมือ ทำให้พื้นที่นั้น ๆ สะอาดอีกครั้งในเวลารวดเร็ว ซึ่งสิ่งนี้น่าจะเป็นจิตสาธารณะอย่างหนึ่งที่ฝังอยู่ในความคิดของคนญี่ปุ่นครับ หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นนาน ๆ เราจะมีนิสัยเหล่านี้ติดกลับมาครับ แม้ในไทยอาจจะไม่ได้แยกขยะชัดเจนเหมือนกับที่ญี่ปุ่นทำ แต่อย่างน้อยทุกครั้งที่ใช้พื้นที่สาธารณะ หรือเห็นพื้นที่รอบตัวไม่สะอาด ผมจะรู้สึกว่า อยากร่วมด้วยช่วยกันทำให้มันสะอาดขึ้นมาครับ
[เล่าประสบการณ์] นิสัยอะไรที่เราจะได้กลับมา หลังจากไปเรียนและใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น
นอกจาก 3 ข้อนี้ยังมีนิสัยอีกหลายอย่างที่ติดกลับมาหลังจากใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น เช่น
  • ผมกลายเป็นคนที่ชอบจัดระเบียบสิ่งรอบตัว ชีวิตมีการวางแผนมากขึ้น รู้จักใช้ Organizer หรือ Planner ในการวางแผนชีวิตในทุก ๆ วัน
  • ก่อนทานอาหารยังติดพูดคำว่า Itadakimasu (แปลว่า จะทานแล้วนะ ในภาษาญี่ปุ่น) และหลังทานอาหารเสร็จจะติดพูดคำว่า Gochisosama Deshita (แปลว่า ขอบคุณสำหรับมื้ออาหารที่แสนอร่อย ในภาษาญี่ปุ่น) เพราะที่นั่นคือวัฒนธรรม พูดทุกครั้งก่อนและหลังทานอาหาร
  • ติดนิสัยโค้งตัวขอโทษหรือขอบคุณ กลับมาที่ไทยยังทำงานในบริษัทญี่ปุ่น และมีลูกค้าเป็นคนญี่ปุ่น ทำให้มีโอกาสที่จะโค้งตัวขอโทษ และขอบคุณอยู่บ่อย ๆ
  • ติดนิสัยพูดขอโทษเอาไว้ก่อน เพราะคนญี่ปุ่นพูดขอโทษกันบ่อยมาก
  • ถ้าเดินผ่านคนญี่ปุ่นในบริษัทจะติดพูดทักทายตลอดทุกครั้ง โดยจะพูดว่า Otsukaresama Des (ขอบคุณที่เหน็ดเหนื่อย / เหนื่อยหน่อยนะ ในภาษาญี่ปุ่น)
  • เวลาส่งแขก ก็จะยืนรอจนกว่า แขกจะห่างออกไปลับสายตา
  • ไม่พูดจาบนรถไฟ ไม่คุยโทรศัพท์ ตามมารยาทที่ปฏิบัติมาในญี่ปุ่น
  • กินเผ็ดได้น้อยลง เพราะตอนอยู่ญี่ปุ่น อาหารที่นั่นไม่ค่อยเผ็ดเลย
  • ทานรสอ่อนมากขึ้น และเลิกนิสัยการปรุงอาหาร เพราะที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีโอกาสได้ปรุง กินราเมงก็จะไม่ได้เห็นพวงเครื่องปรุงเหมือนในประเทศไทยที่มีไว้ให้ปรุงครบรส น้ำปลา น้ำตาล พริก น้ำส้ม แต่ที่ญี่ปุ่นจะมีเครื่องปรุงแค่ไม่กี่อย่างที่ให้ได้ปรุงกัน
นี่อาจจะเป็นตัวอย่างเพียงแค่ไม่กี่ประสบการณ์ที่ผมได้ประสบมาจากประเทศญี่ปุ่น ผมเชื่อว่าเพื่อนท่านอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์การใช้ชีวิตในญี่ปุ่นอาจได้รับประสบการณ์ที่เหมือนผม หรือแตกต่างกันไปบ้าง แต่โดยรวมแล้ว ผมรู้สึกว่าผมโชคดีที่มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นมากถึง 7 ปี ช่วงเวลาเหล่านั้น ได้บ่มเพาะให้ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดความอ่าน มีวินัย และรู้จักยอมรับในความแตกต่างมากขึ้น เพื่อน ๆ คนไหนที่อ่านบทความนี้ แล้วรู้สึกว่า อยากลองไปสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตในญี่ปุ่นบ้าง ผมสนับสนุนเต็มที่ครับ ถ้าอยากทราบวิธีการทักเข้ามาสอบถามกันได้ใน inbox เพจ JapanSalaryman เลยนะครับ เป็นกำลังใจให้เสมอ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2564 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow