เคล็ดลับลดหย่อนภาษีอย่างชาญฉลาด

 

ใกล้ปลายปี หลายคนคงมีคำถามในใจเรื่องการลดหย่อนภาษี ไม่ว่าจะเป็นนโยบายใหม่ๆ ของภาครัฐที่ออกมาจูงใจให้ลดหย่อนภาษี หรือโปรโมชั่นดีๆ จากสถาบันการเงินมากมาย

แต่อย่างไรก็ตาม การลดหย่อนภาษีนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อ ซื้อ ซื้อ แล้วก็ซื้อ เพื่อให้เราได้จ่ายภาษีให้น้อยลงเพียงเท่านั้น เพราะการทำแบบนั้น มันอาจจะประหยัดภาษีได้ แต่ไม่ได้ประสิทธิภาพที่เพียงพอในการบริหารจัดการการเงินในภาพรวมของเรา

ดังนั้นวันนี้ จึงมีเคล็ดลับในการลดหย่อนภาษีอย่างชาญฉลาดในแบบฉบับของเราเอง แบบที่ไม่ต้องเกรงใจใครมาฝากกัน รับประกันว่าจะทำให้เรานั้นวางแผนภาษีได้อย่างถูกต้องและถูกใจกันเลยทีเดียว ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

1. สร้างความฉลาดด้านการเงินก่อน

สิ่งแรกถ้าเราอยากลดหย่อนภาษีอย่างชาญฉลาด นั่นคือ การสร้างความรู้พื้นฐานที่จำเป็นเสียก่อน ด้วยการศึกษาหาความรู้ว่ามีอะไรที่สามารถลดหย่อนภาษีได้บ้าง ต้องวางแผนแบบไหน อย่างไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เรื่องเหล่านี้ต้องทำความเข้าใจกันให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ในการลดหย่อนภาษี

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การซื้อ LTF* เพื่อลดหย่อนภาษี เราควรเข้าใจก่อนว่า เราต้องการ LTF ไปเพื่ออะไรนอกเหนือจากการลดหย่อนภาษี เช่น เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น (แปลว่าเราต้องรับความเสี่ยงได้) มีกำหนดระยะเวลา (แปลว่า เงินก้อนที่เราจะต้องเป็นเงินที่เราต้องการเก็บออม) และที่สำคัญ เราเข้าใจเงื่อนไขต่างๆ ทางภาษีครบถ้วนแล้วหรือยัง

หมายเหตุ: กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) สามารถลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสิ้นสุดปี 2562 เท่านั้น ตั้งแต่ปี 2563-2567
สามารถลงทุนในกองทุนการออมแห่งชาติ (SSF) ลดหย่อนภาษีได้ เงื่อนไขลดหย่อนภาษีตามกรมสรรพากรกำหนด

2. เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์
การลงทุนและการลดหย่อนภาษีนั้น ไม่ได้มีหลักการที่ต้องทำแบบเป๊ะๆ แต่มันขึ้นอยู่กับความพอใจและความต้องการของเรา ซึ่งต้องตรวจสอบดูว่าเราต้องการการวางแผนการเงินแบบไหนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่เราเป็น

ยกตัวอย่างเช่น เรารู้ตัวดีว่าชีวิตนี้คงไม่มีคู่ ต้องอยู่เป็นโสดอย่างแข็งแกร่ง และไม่ต้องดูแลใคร สิ่งที่ต้องสนใจอาจจะเป็นเรื่องจะทำอย่างไรให้มีเงินใช้จ่ายหลังเกษียณ ซึ่งแบบนี้อาจจะต้องลงทุนหนักๆ ใน RMF เพื่ออนาคต และค่อยมาดูเรื่องอื่นๆ ที่ต้องการตามมา

หรือว่า บางคนนั้นมีความเสี่ยงที่ต้องเผชิญมากมายเหลือเกิน ชีวิตนี้ได้เพลิดเพลินเข้าใกล้ความตายอยู่บ่อยๆ แถมก็ปล่อยคนข้างหลังให้ลำบากไม่ไหว แบบนี้ก็คงต้องตัดใจซื้อประกันชีวิตให้มากกว่า เพื่อจะได้รู้ว่าชีวิตนี้ไม่ต้องมีห่วงอะไรอีกแล้ว

นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของการใช้จ่ายต่างๆ เช่น ชอบท่องเที่ยว ชอบบริจาค ตรงนี้ก็อย่าลืมเก็บใบเสร็จรับเงิน ใบอนุโมทนาบัตรไว้ด้วย เพื่อที่จะได้นำมาช่วยลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้เช่นเดียวกัน

3. ตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอ

ข้อสุดท้ายนั้นเป็นเรื่องของการตรวจสอบ หมั่นเช็คข้อผิดพลาด ซึ่งตรงนี้จะเกี่ยวข้องกับนิสัยที่เปลี่ยนไป เช่น จากเดิมที่เคยโสดตอนนี้กลับมีคนมาดูแลหัวใจ การวางแผนต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนไปตามวาระและโอกาส ไม่ควรจะหยุดที่แผนเดิม แต่ต้องปรับแผนใหม่ให้เหมาะสม เพื่อที่จะได้ลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้อง และส่งผลดีต่อการเงินในกระเป๋าเราไปพร้อมๆ กัน

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ให้ตรวจสอบตัวเอง นั่นก็คือ ลองพิจารณาตัวเองก่อนว่า ทุกวันนี้ เราสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ถูกต้องตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษีและหลักการวางแผนทางการเงินอยู่หรือเปล่า ซึ่งเชื่อเถอะว่า ถ้าหากเราให้ความสำคัญกับมัน และลงทุนในสิ่งที่ตัวเองสนใจแล้วล่ะก็ การประหยัดภาษีที่เกิดขึ้นนี้จะต่อยอดให้ชีวิตเรามีความสุขอย่างก้าวกระโดดแน่นอน