อยากมี Passive Income ควรเริ่มต้นอย่างไร?

Passive Income

ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้น บวกกับรายได้ที่ยังมีอยู่เท่าเดิม การสร้างช่องทางหารายได้ที่มากกว่าหนึ่งช่องทางจึงกลายเป็นเรื่องที่คนยุคใหม่ตื่นตัวและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

Passive Income เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากเงินเดือนที่ได้อยู่เป็นประจำ เพียงแค่คุณรู้จักวิธีการสร้าง Passive Income ซึ่งในบทความนี้จะมาบอกวิธีการ แต่ก็ต้องลงทุนลงแรงและใช้เวลาระยะประมาณหนึ่งเลยทีเดียว แต่ Passive Income นี้จะสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ทำความรู้จักกับ Active Income และ Passive Income

ก่อนจะทราบถึงวิธีการสร้าง Passive Income เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ปกติแล้วมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ นั้นมีรายได้มาจากทางไหนบ้าง โดยในที่นี่จะขอแบ่งออกเป็น 2 ทาง ได้แก่
  • Active Income

ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ รายได้ที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ซึ่งคุณต้องใช้ทั้งแรง เวลา และสุขภาพในการแลกมันมา หากวันใดที่เราหยุด ก็จะไม่มีรายได้ ถ้าคุณต้องการจะเพิ่มรายได้ในส่วนนี้ให้มีมากขึ้นก็จำเป็นต้องเพิ่มเวลาในการทำงาน หรือไม่ก็ต้องเพิ่มความสามารถด้านการทำงานเพื่อแลกกับผลตอบแทนของรายได้ที่สูงขึ้น
  • Passive Income

เกิดจากการที่เราลงทุนลงแรงไปในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นจะเกิดดอกผลให้ได้เก็บกินไปตลอดไดยไม่ต้องใช้เวลาหรือลงแรงอีก ซึ่งดอกผลที่ได้มานั้นจะมีได้หลายรูปแบบ เช่น เงินปันผล กำไร หรือค่าเช่า ดังนั้นการสร้าง Passive Income เป็นเรื่องที่จะต้องใช้เวลาพอสมควรในการเพิ่มพูนรายได้

ซึ่งรายได้จาก 2 ช่องทางนี้จะเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนกันทำให้เราเข้าใกล้สู่คำว่า ‘อิสรภาพทางการเงิน’ ได้เร็วยิ่งขึ้น
 

Passive Income มีอะไรบ้าง

สำหรับใครที่อยากจะให้เงินทำงานแทนเรา การเลือกสร้างรายได้แบบ Passive Income ก็ดูจะเป็นช่องทางที่ช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานในรูปแบบ Active Income ได้เป็นอย่างดี

เพิ่มรายได้แบบ Passive Income
จากตารางด้านบนจะเป็นช่องทางการสร้างรายได้แบบ Passive Income ผ่านวิธีการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ที่คุณน่าจะเคยได้ยินวิธีการเหล่านี้กันดีอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ทราบว่า วิธีการเหล่านี้สร้างผลตอบแทนแบบ Passive Income ให้กับคุณได้อย่างไรบ้าง ในวันนี้เรามีคำตอบมาให้ครับ เป็นวิธีการลงทุนที่เหมาะสำหรับมือใหม่หัดสร้างรายได้แบบ Passive Income เพราะเป็นการลงทุนที่มีมืออาชีพคอยดูแลและบริการจัดการกองทุนให้ รวมถึงมีตัวเลือกที่สามารถลงทุนได้หลากหลาย สามารถเลือกได้ตามความเสี่ยงที่รับไหว เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน, กองทุนรวมตราสารหนี้, กองทุนรวมผสม, กองทุนรวมหุ้น เป็นต้น โดยผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมจะได้จากส่วนต่างราคาจากการขายหน่วยลงทุน และเงินปันผล  การลงทุนในหุ้นนั้นมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงและยังมีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ทุกวัน โดยผลตอบแทนจะได้มาในรูปของเงินปันผลหรือส่วนต่างกำไรจากการขายหุ้น ซึ่งการลงทุนในหุ้นนั้นสามารถทำได้ง่ายเพียงแค่เปิดพอร์ตการลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แต่การลงทุนนี้ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงหากไม่ทำการศึกษาให้ดี การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่าเป็นวิธีการลงทุนที่นิยมมากในปัจจุบัน แต่ต้องใช้เงินลงทุนสูงพอสมควร เพื่อให้ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ และได้ผลตอบแทนเป็น “ค่าเช่า” โดยอสังหาริมทรัพย์ที่คนนิยมปล่อยเช่าในปัจจุบัน ก็คือ คอนโด บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โดยมีทั้งปล่อยเช่ารายเดือน รายปี หรือรายวัน

หรือถ้าหากมีเงินลงทุนไม่มาก แต่ไม่มีความชำนาญด้านอสังหาฯ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เป็นรูปแบบการลงทุนอย่างหนึ่งที่คล้ายกับการซื้ออสังหาฯแล้วปล่อยให้เช่า

โดยกองทุนรวมอสังหาฯ จะระดมเงินลงทุนจากนักลงทุนแล้วนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า และมุ่งเน้นให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ซึ่งผลตอบแทนหรือรายได้ที่ได้รับนั้นก็จะจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับนักลงทุน
  • ค่าลิขสิทธิ์
เป็นวิธีการลงทุนด้วยทรัพย์สินทางปัญญาและความสามารถ เช่น การเขียนนิยาย, การทำซาวน์เพลง, การถ่ายภาพลง Shutterstock ฯลฯ ที่ช่วยสร้างรายได้แบบ Passive Income ให้กับผู้สร้างผลงานได้ตลอดจากยอดการ Download หรือการซื้อ-ขายลิขสิทธิ์โดยตรง
  • การลงทุนอื่นๆ
การลงทุนไม่จำกัดแค่ที่กล่าวไปในข้างต้นแต่ยังมีการลงทุนในแบบอื่นๆ ตามความถนัด ความชอบ ของแต่ละคน เช่น การสร้างเว็บไซต์, การขายของออนไลน์, การทำธุรกิจเครือข่าย, การทำธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นวิธีการลงทุนที่ทำให้คุณมีรายได้แบบ Passive Income ด้วยเช่นเดียวกัน
 

เริ่มต้นสร้าง Passive Income ได้ด้วยตัวคุณเอง

สำหรับมือใหม่ที่มีเงินลงทุนไม่มากและต้องการเริ่มสร้าง Passive Income ด้วยตัวเองก็สามารถเลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมได้ โดยอาจจะเริ่มจากการลงทุนในรูปแบบที่ง่าย แต่ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ นั่นก็คือ การลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน

โดยการลงทุนแบบ DCA เป็นการลงทุนทีละนิดด้วยจำนวนเงินที่เท่าๆ กันในความถี่ที่เท่ากัน เช่น จะลงทุนในทุกสัปดาห์หรือในทุกๆ เดือน จะทำไปในระยะเวลานานแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความสามารถในการลงทุนที่เหมาะสมของแต่ละคน
 

แล้วจะ DCA ครั้งละเท่าไหร่ดี? นี่อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย

สมมติว่ามีรายได้เงินเดือน 15,000 บาท ต้องการมีรายได้จาก Passive income เดือนละ 5,000 บาท และจะนำเงินไปลงทุนในตราสารทางเงิน โดยคาดหวังผลตอบแทนเป็นเงินปันผล 5% ต่อปี แสดงว่า เราจะต้องเก็บเงินให้ได้ 1,200,000 บาทจึงจะได้ตามเป้าหมาย

ซึ่งถ้าเราลองเริ่มต้นเก็บเงินเดือนละ 10% ของเงินเดือน หรือก็คือ 1,500 บาท โดยระหว่างนี้คุณจะได้ผลตอบแทนกลับมาตามจำนวนเงินที่ลงทุน แต่ก็อย่าเพิ่งนำเงินส่วนนี้มาใช้นะครับ ให้นำเงินที่ได้จากการลงทุนไปลงทุนต่อ โดยคุณจะใช้เวลา 30 ปี ในการมีเงิน 1,200,000 บาท

และในอนาคตเงินเดือนของคุณจะไม่ได้อยู่ที่ 15,000 บาท เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คุณก็จะมีประสบการณ์ทำงานเพิ่มมากขึ้น และมีเงินเดือนหรือรายได้ที่เพิ่มเป็นเงาตามตัวไปด้วย เท่ากับว่า เงินสำหรับการออมต่อเดือนของคุณก็ควรเพิ่มขึ้นมาด้วย

เช่น เมื่อรายได้ 15,000 บาท คุณออม 10% ของเงินเดือน แต่ถ้ารายได้วันนี้มี 30,000 บาทต่อเดือน ก็อาจออมเพิ่มเป็น 20% ต่อเดือน หรือเดือนละ 6,000 บาท ก็จะทำให้คุณถึงเป้าหมายที่จะมีรายได้จาก Passive Income เดือนละ 5,000 บาท ซึ่งช่วยให้สำเร็จในเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมากเลยทีเดียว

ดังนั้น การสร้าง Passive Income ด้วยการลงทุนแบบ DCA ก็ต้องการเวลาในการสร้างพอสมควร แต่อย่าเพิ่งท้อไปก่อนนะครับ เพราะความสำเร็จจากการมีรายได้จาก Passive Income จะสวยงามและทำให้คุณมี “อิสรภาพทางเงิน” ได้อย่างแท้จริง

วิธีการลงทุนแบบ DCA นี้จึงถือเป็นตัวช่วยการสร้างรายได้ Passive Income ที่ดีอีกตัวหนึ่ง เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเงินลงทุนก้อนโตในครั้งแรก และเมื่อตั้งใจทยอยลงทุนแบบ DCA ที่ช่วยสร้างวินัยด้านการออมในระยะยาวเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะช่วยทำให้มีเม็ดเงินจำนวนมากขึ้นนั่นเอง

หรือถ้าใครมีวิธีการหาช่องทางการสร้าง Passive Income ในแบบที่ถนัดก็อาจจะลองสร้างพื้นฐานการลงทุนด้วยตัวเองที่แน่นหนาและมั่นคงไว้ก่อน แล้วค่อยต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ ตามความเชี่ยวชาญในการวางแผนทางการเงิน ที่จะมีเพิ่มมากขึ้นจากประสบการณ์ด้านการลงทุนในอนาคต

สรุป

ในปัจจุบันแหล่งรายได้ไม่จำเป็นต้องมาจากการทำงานเพียงอย่างเดียว Passive Income จึงถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการหารายได้ที่สามารถทำควบคู่กันได้กับงานประจำ โดยมีวิธีการหลากหลายรูปแบบที่ทำให้เราได้รับผลตอบแทนเข้ากระเป๋าอย่างสม่ำเสมอ และถ้าหากตั้งใจสะสมผลตอบแทนที่ได้ไปเรื่อยๆ แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณเกษียณจากการทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น

แต่ถ้าคุณยังไม่มั่นใจว่า การลงทุนแบบ Passive Income ในรูปแบบใดที่จะเหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นสร้างพอร์ตการลงทุนของคุณเองมากที่สุด คุณสามารถใช้เครื่องมือวางแผนทางการเงินจากกรุงศรี เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการลงทุนระยะยาวได้ง่ายๆ หรือหากต้องการคำปรึกษากรุงศรีพร้อมมีที่ปรึกษาทางการเงิน ที่จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง :