ไปหน้า Krungsri.com
ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา
กดนัด
กดนัด

กองทุน LTF - อดีต ปัจจุบัน อนาคต

กองทุน LTF - อดีต ปัจจุบัน อนาคต
เมื่อพูดถึงเรื่องการลงทุน อาจเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับใครหลายๆ คน ลำพังแค่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนก็แทบจะมากกว่ารายได้แล้ว “เก็บก่อนใช้” เป็นคำที่หลายคนเคยได้ยินมาบ้าง และเข้าใจเป็นอย่างดี แต่...มันเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายเลย เราทุกคนรู้ว่าการเก็บเงินและการลงทุนเป็นเรื่องที่ต้องทำเพื่อให้ไปถึงความมั่งคั่งที่ตั้งใจในอนาคต

“รายจ่าย” เหมือนเป็นตัวฉุดที่ทำให้เราไปถึงความมั่งคั่งนั้นได้ช้าลง แล้วจะทำอย่างไรล่ะ? เพิ่มรายได้ หรือลดรายจ่าย ทั้งสองวิธีเป็นสิ่งที่จะทำให้เรามีเงินเหลือเก็บ เมื่อเรามีเงินเหลือเก็บก็เหมือนกับได้เริ่มต้นสู่การลงทุนแล้ว ซึ่งคนส่วนใหญ่คือ การเก็บเงินสดไว้ในธนาคารที่อาจได้ผลตอบแทนไม่สูงนัก
 
“การบริหารเงินเก็บ” เป็นขั้นตอนถัดไปที่จะทำให้เงินเก็บของเรานั้นงอกเงยและไปถึงความมั่งคั่งได้เร็วขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่แค่การฝากเงินไว้กับธนาคารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องนำเงินเก็บนั้นมาลงทุนที่จะทำให้ผลตอบแทนนั้นสูงขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงและความผันผวนที่มากขึ้น พูดง่าย ๆ คือมีทั้งกำไรและขาดทุนนั่นเอง
 
การลงทุนที่ประสบความสำเร็จมักมี 2 ส่วนประกอบกัน นั่นคือความรู้ในการลงทุนว่าในแต่ละช่วงวัฏจักรของเศรษฐกิจควรลงทุนอะไรและอย่างไร รวมถึงการติดตามข้อมูลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และอีกสิ่งหนึ่งคือวินัยในการลงทุน การกำหนดจำนวนเงินออมในแต่ละเดือนและมีวินัยในการเก็บออมอย่างสม่ำเสมอจะเป็นเหมือนตัวช่วยที่จะทำให้เราไปสู่เป้าหมายการลงทุนได้เร็วขึ้น

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่าลงทุนแบบ DCA หรือ Dollar Cost Average ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสร้างวินัยในการลงทุนให้กับตัวเองได้ มนุษย์เงินเดือนหลาย ๆ คนใช้เครื่องมือ DCA กันอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะการลงทุนใน LTF เนื่องจากเป็นการออมอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือทำให้เราไม่ต้องหาเงินก้อนมาลงทุนในช่วงปลายปี

“จากอดีตถึงปัจจุบันของกองทุน LTF”

ในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในการลงทุนที่คนไทยรู้จักมากที่สุด และเป็นเหมือนการเปิดประตูให้กับใครหลายคนเข้ามาสู่โลกของการลงทุน นั่นก็คือกองทุนหุ้นระยะยาวหรือ LTF นั่นเอง กองทุนประเภทนี้เกิดขึ้นในปี 2547 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาตลาดทุนไทย เพื่อเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศ อันจะส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นในระยะยาว และส่งเสริมการออมภาคสมัครใจ แต่ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดนั่นคือตัวนักลงทุนนั่นเอง ทั้งได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและได้เริ่มเข้าสู่โลกการลงทุน แม้ว่าบางคนอาจเข้ามาลงทุนเพราะได้ลดภาษี
 
กองทุนก็คือการเอาเงินของเราไปกองรวมๆ กัน และจ้างให้บริษัทจัดการกองทุนเป็นผู้ดูแลและบริหาร ปัจจุบันธุรกิจกองทุนในประเทศไทย มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) อยู่ที่ประมาณ 5 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 1 ใน 3 ของ GDP ของประเทศไทย มีจำนวนกองทุนกว่า 1,600 กองทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จำนวน 25 แห่ง สำหรับกองทุนประเภท LTF มีทั้งหมด 90 กองทุน และมีมูลค่ากว่า 380,000 ล้านบาท หรือประมาณ 7.5% ของกองทุนทั้งหมดในประเทศ
 
กองทุน LTF - อดีต ปัจจุบัน อนาคต
Source: AIMC ณ วันที่ 7 มกราคม 2562
  • หากดูจากขนาดกองทุนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจะพบว่า เป็นชนิดกองทุนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยกว่า 40% ต่อปีในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา
  • ในปีแรกที่มีกองทุน LTF เกิดขึ้น สามารถระดมทุนได้เพียง 5,000 ล้านบาท หลังจากผ่านไป 14 ปีมีเงินลงทุนรวมอยู่ใน LTF กว่า 380,000 ล้านบาท แสดงถึงความนิยมในกองทุน LTF ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ผลตอบแทนคือแกนของการลงทุน”

ความเข้าใจนี้นั้นถูกต้อง ไม่ว่าเราจะลงทุนอะไรสิ่งที่คาดหวังจากการลงทุนก็คือผลตอบแทน นักลงทุนที่ลงทุนกองทุน LTF ก็เช่นกัน นอกจากจะได้บริหารภาษีแล้วยังได้ผลตอบแทนด้วย เห็นได้ชัดว่าในปีที่หุ้นขึ้นเยอะๆ จะมีคนเข้ามาลงทุนใน LTF มากกว่าปีที่หุ้นไม่ขึ้น การลงทุนในหุ้นนั้นมีทั้งปีที่ได้กำไรและปีที่ขาดทุน เรื่องของผลตอบแทนในแต่ละปีนั้นเป็นความไม่แน่นอน แต่การลงทุนอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอจะช่วยในการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ความผันผวนและการลงทุนนั้นเป็นของคู่กัน รูปด้านล่างเป็นผลตอบแทนของดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์ หรือ SETTRI ชัดเจนว่าในปีที่หุ้นขึ้นนั้น ขนาดของกองทุน LTF จะเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งมาจาก 2 ส่วนคือ การเพิ่มขึ้นของมูลค่ากองทุนตามตลาดหุ้น และการเพิ่มขึ้นจากการที่นักลงทุนเข้ามาลงทุนใน LTF มากขึ้น
 
กองทุน LTF - อดีต ปัจจุบัน อนาคต
Source: AIMC, Bloomberg ณ วันที่ 7 มกราคม 2562

“ถ้ากองทุน LTF ไม่ได้นำมาคิดภาษี จะเกิดอะไรขึ้น?”

กองทุน LTF มีขนาดประมาณ 380,000 ล้านบาท ซึ่งหากปี 2562 เป็นปีสุดท้ายที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากกองทุน LTF ในปี 2563 เราก็ยังสามารถซื้อกองทุนประเภทนี้ได้ แต่กองทุนประเภทนี้จะกลายสภาพเป็นกองทุนเปิดทั่วไป ที่ซื้อแล้วไม่ได้รับสิทธิลดหย่อนทางภาษี 
 
กองทุนประเภท LTF นำไปลดหย่อนภาษีไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้น? แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ได้รับกระทบคือตลาดหุ้นไทยที่ขาดเงินใหม่ไปลงทุน และอาจมีการขายเงินก้อนที่ลงทุนไปแล้วออกมาบางส่วนเนื่องจากครบกำหนดเงื่อนไขในการได้รับประโยชน์ทางภาษี ซึ่งอาจทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงและปริมาณเงินลงทุนในตลาดหุ้นน้อยลง
 
ปัจจุบันสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กำลังอยู่ในระหว่างการวางแผนแก้ปัญหา โดยเตรียมแผนเลิกกองทุน LTF เพื่อให้กระทบตลาดหุ้นน้อยที่สุด และกำลังหากองทุนรูปแบบใหม่เข้ามาทดแทน ซึ่งกองทุนรูปแบบใหม่จะต้องช่วยในการแก้ปัญหาที่พบเจอจากกองทุน LTF คือ ต้องเน้นประโยชน์ของผู้มีรายได้น้อย ต้องให้คนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนได้มากขึ้น และต้องตอบโจทย์เป้าหมายกองทุนระยะยาวคือการเกษียณนั่นเอง

“เราเรียนรู้อะไรจากการลงทุนในกองทุน LTF”

“แม้กองทุนจะหายไปแต่วินัยยังคงอยู่” ไม่ว่าจะมีการต่ออายุกองทุน LTF หรือมีการนำกองทุนประเภทใหม่ขึ้นมาทดแทน หรือแม้ว่าจะไม่มีทั้งสองสิ่งเกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากการลงทุนใน LTF ก็คือ “วินัยการลงทุน ประสบการณ์การลงทุน และความรู้การลงทุน” ซึ่งเป็นเหมือนหนึ่งในเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จจากการลงทุนในอนาคต
 
การลงทุนจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีวินัยและมีความสม่ำเสมอ ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้เครื่องมือ DCA เป็นตัวช่วย พร้อมทั้งความรู้การลงทุน และเลือกการลงทุนให้เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต มารู้จัก LTF ให้มากขึ้นและกองทุนเด่นประจำธนาคารกรุงศรีอยุธยา
 
LTF เป็นการลงทุนระยะยาวในหุ้น ผู้ลงทุนความทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
 
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1572 กด 5 หรือขอรับหนังสือชี้ชวนธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา