ไปหน้า Krungsri.com
ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา
กดนัด
กดนัด

ประกันออมทรัพย์ ยิงนัดเดียวได้ถึงสอง

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ยิงนัดเดียวได้ถึงสอง
 
ใครหลายคนสนใจในการทำประกันเพราะอยากมีประกันไว้สักฉบับ เพื่อเพิ่มความมั่นคง แถมยังได้ความคุ้มครองมาอีกด้วย แต่อีกหลายเสียงก็มักชอบพูดว่าการทำประกันก็เหมือนจ่ายเบี้ยกินเปล่าทิ้งไปทุก ๆ ปี ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่ แล้วถ้าเป็นประกันออมทรัพย์ ที่มีทั้งความคุ้มครองและเงินออมในกรมธรรม์ด้วยล่ะ มาเป็นคู่แบบนี้แล้วจะดีหรือไม่ และเราควรต้องมีติดตัวไว้บ้างหรือเปล่า มาลองดูกัน

ประกันออมทรัพย์คืออะไร

“ประกันออมทรัพย์” คือ ประกันที่ออกแบบมาให้ผู้ถือกรมธรรม์ออมเงิน ที่มีความคุ้มครองแถมมาด้วย ซึ่งการออมเงินจะจ่ายเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ในสัญญา โดยมีทั้งแบบเป็นรายงวด และแบบเป็นก้อนใหญ่ทีเดียวเมื่อครบสัญญา หรือถ้ากรณีที่ผู้ถือกรมธรรม์เสียชีวิตระหว่างสัญญา (ระหว่างส่งกรมธรรม์ประกันชีวิต) ก็จะได้รับเงินที่เรียกว่าจำนวนเงินเอาประกัน (แล้วแต่แบบประกัน บางแบบอาจบวกเพิ่มให้อีกเท่าหนึ่งของทุนประกัน เมื่อเจ้าของกรมธรรม์เสียชีวิต)

อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าประกันออมทรัพย์จะต้องเป็นการออมเงินยาวนานจนเกือบทั้งชีวิต เพราะผู้ถือกรมธรรม์สามารถเลือกได้เองว่าจะออมกี่ปีดี เช่น ออมขั้นต่ำเป็นเวลา 5 ปี หรืออาจจะยาวนานจนกระทั่ง 20 ปี เลยก็ได้

หากจะให้พูดง่ายๆ การซื้อประกันออมทรัพย์ก็เหมือนกับการซื้อความคุ้มครองที่เจ้าของกรมธรรม์สามารถออมเงินไปพร้อม ๆ กับการได้รับความคุ้มครอง ซึ่งเราสามารถซื้อสัญญาความคุ้มครองอื่น ๆ เพิ่มเติมไปด้วยได้นอกเหนือจากเรื่องของการออมทรัพย์ที่เป็นสัญญาหลัก อย่างความคุ้มครองโรคมะเร็ง โรคร้ายของผู้หญิง และ ฯลฯ

ว่าแต่การมีประกันออมทรัพย์ติดตัวนั้นจะมีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง หากพร้อมแล้วขอเชิญไปติดตามกันได้เลย
 

ข้อดี ของประกันออมทรัพย์

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ยิงนัดเดียวได้ถึงสอง

1. เห็นจำนวนเงินที่จะได้แบบชัดเจน

การซื้อประกันออมทรัพย์นั้นข้างปลอดภัย เพราะไม่ต้องกังวลกับสภาพเศรษฐกิจว่าจะดีหรือร้าย และจะมาทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับลดลงหรือไม่ เนื่องจากการทำประกันแบบสะสมทรัพย์จะกำหนดทั้งเบี้ยที่ต้องชำระในแต่ละงวด ทุนประกันคุ้มครอง และผลประโยชน์ที่ผู้ถือกรมธรรม์จะได้ในแต่ละปี ๆ เป็นตารางมาให้ดูตั้งแต่แรกอยู่แล้ว รวมไปถึงการมีรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าต้องชำระกี่งวด ถ้าหากยกเลิกในงวดนี้จะได้รับเงินจำนวนเท่าไร หรือถ้าถือจนครบสัญญาแล้วจะได้รับเงินจำนวนไหน ทำให้เราสามารถวางแผนและประมาณการเงินก้อนในอนาคตได้ทันทีเมื่อดูกรมธรรม์ ตั้งแต่วันแรกที่ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เอาไว้ในมือ

2. ได้ความคุ้มครองชีวิต

เพราะการทำประกันชีวิตจะทำให้มีเงินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเมื่อผู้ทำประกันเสียชีวิตลง ถือเป็นเงินที่สามารถช่วยเยียวยาครอบครัวได้หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา อย่างน้อยก็ช่วยในการตั้งรับกับความสูญเสียได้ดีกว่าแบบที่ไม่มีอะไรเลย

3. ช่วยดูแลลูกแทน

ในกรณีที่ทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เอาไว้ให้ลูก ซึ่งพ่อหรือแม่เป็นคนจ่ายเบี้ยประกันออมทรัพย์นั้นๆ และได้ซื้อ “สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองผู้ชำระเบี้ย” เอาไว้ด้วย (เบี้ยประกันจะคำนวณจากอายุของผู้ปกครอง อายุลูก ระยะเวลาการชำระเบี้ย) แล้วพ่อหรือแม่เสียชีวิต เกิดเหตุทุพพลภาพ ทางบริษัทก็จะส่งกรมธรรม์ฉบับนั้นแทน แต่ตัวผู้ถือกรมธรรม์ (ลูก) ก็ยังจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนนั้นๆ เหมือนเดิม อันนี้ถือเป็นข้อแตกต่างเลยถ้าเทียบกับการออมเงินแบบปกติที่เราจะได้เพียงแค่ตัวเงินและดอกเบี้ยปันผลเท่านั้น ถือได้ว่าถ้าเราเป็นอะไรไปจริงๆ ลูกก็ยังมีเงินก้อนช่วยในการใช้ชีวิตต่อ และเป็นเหมือนตัวแทนช่วยดูแลเขา

4. ผลตอบแทนไม่เสียภาษี

การออมเงินในประกันชีวิตนั้นผลตอบแทนที่ได้จะไม่ต้องเสียภาษี แตกต่างจากการฝากในธนาคาร ซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือลงทุนในหุ้นกู้ ที่ต้องเสียภาษีอีกถึง 15% ทำให้เราได้ผลตอบแทนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย และไม่ถูกหักอะไรเลย

5. ช่วยลดหย่อนภาษีได้

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือประกันออมทรัพย์ที่มีอายุกรมธรรม์มากกว่า 10 ปีขึ้นไป ซึ่งสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดจำนวนเงินไม่เกิน 100,000 บาท (ลดหย่อนได้ตามจำนวนปีที่คุณชำระเบี้ยประกันชีวิต)

แล้วข้อเสียของการลงทุนในประกันแบบสะสมทรัพย์จะมีอะไรบ้าง

ข้อเสีย

1. สภาพคล่องไม่เท่าฝากธนาคาร

เพราะไม่ใช่การออมเงินแบบฝากเงินเหมือนที่เราฝากกับธนาคาร ดังนั้นการถอนจะไม่ง่าย รวดเร็ว แบบถอนปุ๊ปได้เงินปั๊ปเลย เพราะถ้าอยากเอาเงินออกมาใช้ก่อนที่จะครบตามสัญญาในกรมธรรม์ ผู้ถือกรมธรรม์จะต้องทำเรื่อง “เวนคืนกรมธรรม์” ก่อน และจำนวนเงินที่เวนคืนก็อาจจะถูกหักไปส่วนหนึ่ง เนื่องจากการทำประกันออมทรัพย์เป็นการลงทุนในระยะยาว

2. ผลตอบแทนของประกันออมทรัพย์ไม่สูงมาก

การออมในประกันออมทรัพย์ป็นการออมที่ทุนประกันไม่ค่อยสูง ถ้าเปรียบเทียบกับแบบประกันอื่นๆ ในจำนวนเงินที่จ่ายเบี้ยประกันที่เท่ากัน และผลตอบแทนจากการออมก็ไม่สูงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ เหมาะจะมีไว้ออมเรื่อยๆ ให้อุ่นใจ พร้อมความคุ้มครองที่ทำให้เรารู้สึกมั่นคง แต่ถ้าอยากได้ผลตอบแทนสูงๆ ก็ควรนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น (ซึ่งก็ตามมาด้วยความเสี่ยงอื่นๆ เหมือนกัน)
 
ถ้าลองอ่านเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียแล้วตัดสินใจว่าจะซื้อประกันแบบสะสมทรัพย์ มาดูกันค่ะว่าก่อนซื้อเราจะต้องดูอะไรบ้าง
 

สิ่งที่ต้องคำนึงก่อนซื้อประกันออมทรัพย์

1. มีความต้องการแบบไหน

ประกันออมทรัพย์ เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองชีวิต และการออมเงิน แต่ถ้าเราต้องการเน้นความคุ้มครองชีวิตมากกว่า ก็ควรเลือกกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองชีวิตสูงๆ หรือถ้าอยากได้ผลตอบแทนสูงๆ ก็ควรลงทุนในสินทรัพย์แบบอื่น ซึ่งควรดูผลตอบแทนในส่วนที่เป็นอัตราเงินคืนว่าคุ้มค่าตามที่ตั้งใจไหม โดยอาจจะลองคำนวณผลตอบแทนที่แท้จริงแบบเป็นอัตราร้อยละ (%) ค่า IRR (Internal Rate of Return) หรือถ้าจะลองนำจำนวนเงินที่ได้รับทั้งหมดมาหักลบกับเบี้ยประกันที่ส่งไปดูก็ได้
 
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ยิงนัดเดียวได้ถึงสอง

2. กำลังในการจ่ายเบี้ยประกัน

ตามความเหมาะสมควรจ่ายเบี้ยประกันชีวิตนั้นไม่ควรเกิน 10% ของรายได้ต่อปี หรือหากใครมีภาระหนี้สินอย่างอื่นเพิ่ม ก็อาจปรับลดเบี้ยประกันลงตามความเหมาะสมได้ค่ะ เพราะถึงแม้ว่าถ้าจ่ายเบี้ยประกันสูง ก็จะได้จำนวนเงินเอาประกันที่สูง พร้อมจำนวนเงินที่ได้รับสูงตามไปด้วย แต่ถ้าเลือกแบบสูงเกินไปก็อาจจะเกินกำลังตัวเอง เมื่อจ่ายหลายๆ งวดก็จะทำให้รู้สึกเหนื่อย และอาจจ่ายได้ไม่ครบตามสัญญาได้

3. เป้าหมายทางการเงิน

ลองสำรวจดูว่าตัวเราอยากได้ระยะเวลาคุ้มครองสั้น หรือระยะยาว ตั้งใจว่าจะเก็บเงินก้อนไว้ 5 ปีแล้วค่อยเอาออกมาใช้ การเลือกทำประกันออมทรัพย์อายุกรมธรรม์ 5 ปี ก็จะเหมาะสม หรืออีก 10 ปีจะเกษียณแล้วตั้งใจทำประกันแบบสะสมทรัพย์ระยะเวลากรมธรรม์ 10 ปี แล้วเอาเงินก้อนออกมาใช้หลังเกษียณ ก็เป็นการวางแผนที่ดีเหมือนกัน

4. ความน่าเชื่อถือของบริษัท

ควรเลือกบริษัทที่น่าเชื่อถือ มีความมั่นคงทางการเงิน มั่นคง โดยดูจากประวัติ การถือหุ้นของบริษัทว่าบริษัทแม่ที่เป็นบริษัทใหญ่มีสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงมากแค่ไหน เพราะถ้าบริษัท ไม่สามารถจ่ายเงินประกันให้เราได้ ก็จะได้รับผลกระทบ และควรเลือกตัวแทนประกันชีวิตที่มีบริการหลังการขายดีด้วย จะทำให้รู้สึกอุ่นใจ ช่วยแก้ปัญหา หรือตอบข้อสงสัยในภายหลังได้
 
ทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อประกันออมทรัพย์หรือประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองพร้อมกับได้ออมเงินไปด้วย และเพื่อให้คุณบรรลุเป้าหมายการบริหารเงินและบริหารความเสี่ยงด้วยเช่นกัน
 
คำนวณหาสูตรการออมเงินที่เหมาะกับคุณ

วางแผนให้จบ ครบทุกเรื่องการเงิน
  • วางแผนลงทุน
  • วางแผนภาษี
  • วางแผนเกษียณ
  • วางแผนชีวิต
คุยกับเรา