ไปหน้า Krungsri.com
ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา
กดนัด
กดนัด

5 วิธีหาเงินล้านแรกที่หลายคนไม่รู้ [ฉบับ Plan Your Money]

5 วิธีหาเงินล้านแรกที่หลายคนไม่รู้

“การหาเงินล้านแรก” สำหรับบางคน อาจเป็นคำพูดที่ฟังดูเหมือนการหมกมุ่นกับเงินหรือความรวยเพียงเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วเป้าหมายหาเงินล้านแรกมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น เพราะเป้าหมายนี้สำหรับหลายๆ คน ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้พลังใจทั้งความเพียรและความมุ่งมั่นอย่างมาก นอกจากนี้ ระหว่างทางไปสู่จุดหมายก็จะช่วยขัดเกลากรอบนิสัยให้เรามีวินัยทางการเงินที่แข็งแรง และ “รวย” อย่างมั่นคง

ทั้งนี้ วิธีการที่จะไปถึงเป้าหมายก็มีหลากหลายวิธีที่เผยแพร่กันทั่วไป แต่วิธีการที่คนทั่วไปรู้นั้นเหมาะกับคุณจริงหรือเปล่า บทความนี้จะนำเสนออีก 5 วิธีหาเงินล้านแรก ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ ไม่แน่ว่าบางทีคุณอาจเจอเส้นทางสู่เป้าหมายเงินล้านของคุณสักวิธีในบทความนี้ก็ได้

ลงทุนกับการศึกษาและพัฒนาตนเอง

สิ่งที่เป็นพื้นฐานก่อนที่จะออกไปหารายได้ให้มากขึ้น คุณควรเพิ่มพูนความรู้และลงทุนกับการพัฒนาตัวเองก่อน ซึ่งเปรียบเสมือนการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
 
ความรู้แรกที่ควรมี คือ ความรู้ด้านการเงิน เพราะความรู้เรื่องเงินคือปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้คุณสร้างเงินล้านแรกขึ้นมาได้ คุณควรเริ่มจากการใส่ใจการใช้จ่าย ศึกษาวิธีบริหาร และการลงทุน หาความรู้จากแหล่งต่างๆ เช่น อ่านหนังสือหรือบทความในอินเทอร์เน็ต พูดคุยกับคนที่มีความรู้ ดูรายการด้านการเงิน หรือกระทั่งลงเรียนคอร์สการเงินต่างๆ เป็นต้น
 
5 วิธีหาเงินล้านแรกที่หลายคนไม่รู้

นอกจากนี้ ในอีกด้านหนึ่ง คุณควรจัดสรรเวลาและแรงใจแรงกายสำหรับการพัฒนาตัวเอง เช่น การเรียนภาษาเพิ่มเติม การฝึกฝนทักษะเฉพาะทาง การพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารและทักษะระหว่างบุคคล หรือทักษะอื่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าในตัวคุณ เพราะการพัฒนาตัวเองหมายถึงการเพิ่มมูลค่าของตัวคุณ เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโอกาสเลื่อนขั้น ปรับเงินเดือน หรือเปิดช่องทางไปทำงานกับที่ใหม่ที่ให้ผตอบแทนดีกว่า หรือแม้กระทั่งเตรียมตัวสำหรับการเป็นเจ้าของกิจการเองซึ่งเป็นวิธีหาเงินล้านที่ได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่ง

สร้างเครือข่าย (Connection) ที่มีคุณภาพ

ปัจจัยข้อสำคัญที่จะทำให้คนคนหนึ่งหรือธุรกิจธุรกิจหนึ่งเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วนอกจากความ “เก๋า” หรือ “กึ๋น” ของเจ้าตัวแล้ว ก็มาจาก Connection ที่กว้างและแข็งแรง เพราะการจะเติบโตได้จำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้อื่น กระทั่งการเรียนรู้งานจากผู้อื่นเองก็สำคัญเช่นกัน
 
การมี Connection นั้น หลายคนอาจมองว่าหมายถึง “การเล่นเส้น” ซึ่งมีความหมายค่อนข้างแย่ แต่จริงๆ การสร้างเครือข่ายที่ดี มีคุณภาพ หมายถึง การที่เราร่วมแรงร่วมใจ ผลักดัน สนับสนุนกัน หรือการสร้างชุมชนที่เราจะร่วมแบ่งปันความรู้และความฝัน เมื่อเส้นทางใดที่มีเพื่อนร่วมเดิน เรามักจะไปได้ไกลกว่าการเดินเพียงลำพัง นอกจากนี้ การนำตัวเองไปอยู่ในสังคมที่แวดล้อมด้วยคนที่มีแนวคิดการเงินและการทำงานที่ดี จะช่วยปรับทัศนคติ (Attitude) และแนวคิด (Mindset) ของเราให้ดีหรือเอื้อต่อความสำเร็จยิ่งขึ้นด้วย

เป็นเจ้าของระบบที่สร้างเงินได้ด้วยตัวเอง

Robert T. Kiyosaki ผู้เขียนหนังสือด้านการเงินชื่อดังอย่าง “Rich Dad & Poor Dad” และเจ้าของผลงาน Best seller อีกหลายเล่ม ได้เขียนถึงวิธีการหาเงินไว้ในหนังสือ “Cashflow Quadrant” หรือที่รู้จักกัน คือ “เงิน 4 ด้าน” โดยวิธีการหาเงินนั้นมีอยู่ 4 วิธี ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
  1. ไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน ได้แก่ คนที่เป็นลูกจ้าง และคนที่เป็นนายจ้างตัวเอง
  2. ไม่ทำงานก็ยังมีเงิน ได้แก่ คนที่เป็นเจ้าของระบบหรือกิจการที่ดำเนินไปได้เอง และนักลงทุน
แน่นอนว่า วิธีที่จะหาเงินล้านได้ง่ายกว่า คือ วิธีหาเงินในกลุ่มที่ 2 ซึ่งในหัวข้อนี้พูดถึง การเป็นเจ้าของกิจการหรือสร้างระบบให้งานขับเคลื่อนได้ด้วยตนเอง หรือ Business Owner
 
การเป็นเจ้าของกิจการ คือ การทำงานเพื่อตัวเอง และจ้างผู้อื่นมาทำงานให้เรา เป็นวิธีหาเงินล้านที่จำเป็นต้องลงแรงหนักเพียงช่วงก่อตั้ง ตั้งแต่การคิดโมเดลธุรกิจ การหาแนวทางให้กิจการเป็นที่รู้จัก และ “ขาย” ได้ รวมถึงการวางระบบการทำงานต่างๆ และการคัดสรรพนักงาน (Employee) เพื่อมาทำงานตามระบบที่วางไว้ และเมื่อระบบกิจการของคุณแข็งแรงดี มันก็จะขับเคลื่อนไปได้ด้วยตัวของมันเอง เหมือนการผลักเฟืองหอนาฬิกาเพียงครั้งเดียว แม้อาจต้องใช้พละกำลังมาก แต่ผลที่ได้คือนาฬิกาที่หมุนได้เป็นเดือนหรือนานเป็นปี
 
นอกจากนี้ ในปัจจุบันเป็นยุคของ Startup เป็นยุคของ “The Ordinary” หรือ “คนธรรมดา” ที่ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่มีอิทธิพลต่อโลก โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างระบบและให้ระบบหรือคอมพิวเตอร์เป็นฟันเฟืองที่ทำงานแทนมนุษย์ ทำให้ต้นทุนที่เป็นตัวเงินต่ำมากๆ แต่อาจเติบโตได้มากกว่า 100 เท่า เช่น ธุรกิจที่เป็นสื่อกลางระหว่างลูกค้าและผู้รับจ้าง ธุรกิจเกี่ยวกับการให้ข้อมูล ธุรกิจทำบัญชีแบบ out source ฯลฯ

เก็บออมสินทรัพย์

ในอดีต หากอยากรวย เรามักถูกสอนมาว่า ต้องเก็บออมเงินให้มากๆ แต่สำหรับปัจจุบัน การ “ฝังเงินลงดิน” หรือเก็บเงินไว้เฉยๆ นั้นหมายถึง การปล่อยให้เงินเสื่อมมูลค่าลง จากภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนตลอดเวลาหรือเงินเฟ้อ
 
การเก็บออมในยุคนี้ ควรเป็นการสะสมสินทรัพย์ เพราะสินทรัพย์หมายถึงสิ่งที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นได้ โดยสิ่งที่เราจะเก็บออมสินทรัพย์นั้น จริงๆ แล้ว คือ การเปลี่ยนเงินเป็นสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ซึ่งจะยังคงมูลค่าหรือเพิ่มมูลค่าจากเงินตั้งต้น เช่น เงินฝาก หุ้น กองทุน บ้าน ทองคำ หรือสิ่งของอื่นๆ ที่มูลค่าจะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา เป็นต้น
 
ทั้งนี้ คุณสามารถตรวจสอบ หรือรวมมูลค่าของสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อดูว่าคุณออมสินทรัพย์ได้เท่าไรแล้ว ด้วยการทำงบดุลส่วนบุคคลที่เป็นการสรุปสินทรัพย์และหนี้สิน เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนจัดการว่าควรมีสินทรัพย์ประเภทใดกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปรับให้เหมาะกับสถานการณ์การเงินหรือความจำเป็นตามแต่ละบุคคล เช่น มีความจำเป็นต้องใช้เงินมากก็ควรมีสินทรัพย์สภาพคล่องมาก หรือหากมุ่งทำกำไรก็อาจจะปันส่วนให้สินทรัพย์เพื่อการลงทุนมากขึ้น เป็นต้น เพื่อเพิ่มรายได้จากสินทรัพย์

ตัวอย่างตารางสรุปสินทรัพย์ (แบบงบดุลส่วนบุคคล)
5 วิธีหาเงินล้านแรกที่หลายคนไม่รู้
วางแผนการลงทุนจากสินทรัพย์
แม้วิธีหาเงินล้านวิธีนี้จะมีเผยแพร่กันอยู่ทั่วไป แต่ด้วยประสิทธิภาพที่ช่วยร่นระยะทางสู่เป้าหมายเงินล้านได้ วิธีการนี้จึงน่านำเสนออยู่เสมอ และด้วยลักษณะพิเศษที่เหมือนการเปิดก๊อกน้ำรายได้รองทิ้งไว้เฉยๆ โดยไม่ต้องทำอะไรมาก จึงอยากแนะนำวิธีการนี้อีกครั้ง นอกจากนี้ วิธีการหารายได้ประเภทนี้ยังจัดอยู่ในกลุ่ม “ไม่ทำงานก็ยังมีเงิน” ตามการจัดประเภทของ Robert T. Kiyosaki เช่นเดียวกับการเป็นเจ้าของกิจการ
 
วิธีการข้อนี้เป็นขั้นต่อมาของการออมสินทรัพย์ เพราะเมื่อทราบว่าเรามีสินทรัพย์ในแต่ละประเภทเท่าไร และมีเป้าหมายทางการเงินแบบไหน ควรแบ่งสรรออมสินทรัพย์ส่วนใดมากกว่ากัน ซึ่งวิธีการนี้จะพูดถึงการลงทุนโดยเปลี่ยนสินทรัพย์สภาพคล่องเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยการวางแผนกระจายการลงทุนให้ถึงเป้าหมายเงินล้าน
 
ตัวอย่างตารางการวางแผน
รายได้ 30,000 บาท กันเงินจำนวน 65% หรือประมาณ 20,000 บาท ของรายได้เป็นค่าใช้จ่าย เหลือเงิน 10,000 บาท สำหรับแบ่งสะสมสินทรัพย์ที่เป็นเงิน และสินทรัพย์เพื่อการลงทุน เพื่อเป้าหมาย 1,000,000 บาทแรก
ผลิตภัณฑ์ลงทุน จำนวนเงินแบ่งซื้อ
สินทรัพย์ 10,000 บาท
อัตราผลตอบแทน
ต่อปี
รวมเงินต้อนและผลตอบแทน (บาท)
ปีที่ 1 ปีที่ 2 ปีที่ 3 ปีที่ 4 ปีที่ 5
เงินฝากประจำ 2,000 บาท (20%) 1% 24,240 48,722 73,449 98,424 123,648
กองทุนรวมหุ้น 6,000 บาท (60%) 10% 79,200 166,320 262,152 367,567 483,524
กองทุนตราสารหนี้ 2,000 บาท (20%) 5% 25,200 51,660 79,443 108,615 139,246
รวม 128,640 266,702 415,044 574,606 746,418
จะเห็นได้ว่าในระยะเวลา 5 ปี ก็สามารถเข้าใกล้เงินล้านแรกได้แล้ว ทั้งนี้ หากต้องการไปให้ถึงเป้าหมายเร็วกว่านี้ คุณสามารถเปลี่ยนอัตราการลงทุนให้หลากหลายหรือนำสินทรัพย์สภาพคล่องมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่าในระยะยาวแบบมั่นคงก็ได้เช่นกัน ด้วยวิธีนี้ คุณอาจถึงความสำเร็จในเวลาเพียง 2-3 ปี เท่านั้น

วิธีหาเงินล้านแรกที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ที่รวบรวมมาในบทความนี้ อาจจะช่วยให้คุณค้นพบทางที่เหมาะหรือเกิดไอเดียต่อยอดการหาเงินล้านอีกวิธีได้ เพียงแต่สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ วิธีการคือเครื่องมือที่ใช้เพื่อทำให้ความสำเร็จเป็นจริงได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้หากไม่แน่ใจในวิธีการของตนเองหรือมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านี้ ก็ลองหาที่ปรึกษาการเงินที่เชื่อถือได้ช่วยออกแบบการเก็บออมและการลงทุนเพื่อให้คุณไปถึงเป้าหมายได้จริง
 
ติดต่อวางแผนการออมและการลงทุน