ข้อคิดด้านบวกกับเงินเดือนเพื่อชีวิตทำงานอย่างมีความสุข

By Krungsri Guru
แม้ว่าการทำอาชีพอิสระ หรือการเป็นเจ้าของธุรกิจจะมีข้อดีของมันอยู่แล้ว การเป็นมนุษย์เงินเดือนก็มีข้อดีหลายอย่างนะครับ รายได้แน่นอน เวลาเข้างาน-ออกงานที่กำหนดไว้ เรารู้หน้าที่ แล้วรู้ว่าบริษัทคาดหวังอะไรจากเราบ้าง ได้โบนัส ฯลฯ ใครบอกว่าการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมีแต่เรื่องปวดหัวน่าเบื่อ วันนี้เราลองมาดูข้อดีกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนกันบ้างดีกว่าครับ

ข้อดีของการเป็นมนุษย์เงินเดือน
1. รายได้แน่นอน
 
รายได้แน่นอน ไม่ผันผวนตามยอดขาย หรือตามสภาวะการตลาด เพราะเงินเดือนเป็นรายได้ที่บริษัทองค์กรจ่ายให้ทุก ๆ เดือน แถมหากทำงานดียังมีโอกาสได้เงินเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นค่าโอที หรือโบนัสต่าง ๆ ยิ่งเรามีเงินเพิ่มเยอะ เราก็สามารถนำเงินส่วนนี้ไปเก็บออมเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคตของเราได้นะครับ
2. สวัสดิการ
 
สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย เถียงไม่ได้นะครับว่าการได้รับสวัสดิการจากบริษัทนั้นเป็นเรื่องดีไม่ใช่ย่อยเลย ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม ประกันสุขภาพกลุ่ม ค่ารถ ค่าเดินทาง ดีไม่ดีอาจจะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทำอาชีพอิสระจะไม่ได้รับ และเป็นสิ่งที่สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายบางส่วนไปได้มากพอควรทีเดียว
3. การฝึกอบรมทักษะใหม่ ๆ
 
พนักงานบริษัทจะได้รับการฝึกอบรมเพื่อฝึกสอน หรือพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็นสำหรับการทำงาน บริษัทส่วนใหญ่มักจะเน้นให้บุคลากรพัฒนาตนเองอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมก็คือการจัดการอบรมภายใน และภายนอก ทำให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนได้สิ่งดีๆ ติดตัวกันไปครับ หลายองค์กรมีการฝึกสอนคอร์สที่มีราคาหลักหมื่น จ่ายเองก็คงลำบากจริงไหมครับ ดังนั้นการได้รับการฝึกสอนเหล่านี้ผ่านองค์กรบริษัทนั้นย่อมเป็นข้อดีอีกอย่างครับ
4. ไม่ต้องทำงานทุกวัน
 
การเป็นมนุษย์เงินเดือน มีวันหยุดแน่นอน เพราะบริษัทจะต้องทำการกำหนดวันหยุดประจำปี หยุดทำงานเสาร์อาทิตย์อีกด้วย ทำให้เราสามารถวางแผนจัดการชีวิต และเวลาของเราได้อย่างง่ายดายอีกด้วย นอกจากนี้บริษัทยังมีวันลาหยุดพิเศษให้โดยที่ไม่ต้องโดนหักรายได้อีกเช่นกัน
5. มีสังคม
 
การมีสังคมการทำงานเป็นอีกสิ่งที่ดีที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนจะได้รับ การที่เรามีเพื่อนทำงานนอกจากจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมขององค์กรแล้ว ยังทำให้เรามีโอกาสได้พบกับคนใหญ่คนโต ได้รับรู้ข่าวสังคมของคนในวงการ ทำให้เราทันเหตุการณ์อยู่เสมอด้วยเช่นกัน
6. ไม่ล้มละลาย
 
หากคุณทำธุรกิจ โอกาสเสี่ยงที่ธุรกิจจะขาดทุนจนเจ๊ง และโดนศาลสั่งล้มละลายนั้นมีความเป็นไปได้อยู่ แต่หากเป็นมนุษย์เงินเดือน เลวร้ายที่สุดแล้วก็คือ ว่างงาน ไม่มีเงินเข้า หากเราบริหารเงินดี ๆ ตั้งแต่ต้นจะมีเงินออมเผื่อฉุกเฉิน มีเงินเก็บสำหรับสร้างความมั่งคั่งในอนาคตแล้วก็น่าจะหางานได้ก่อนที่เงินออมฉุกเฉินจะหมดอย่างแน่นอน
7. เปลี่ยนงานได้
 
หากเราถึงจุดที่เรารู้สึกว่าตันกับงานที่ทำอยู่ เราก็สามารถเปลี่ยนงาน เปลี่ยนบริษัทได้ ในเมื่อเราเป็นหนึ่งคนในสังกัด หากเรารู้สึกว่างานที่ทำไม่มีที่ ๆ จะให้เราพัฒนาต่อแล้ว หรือเบื่อ ก็สามารถลาออกแล้วไปเริ่มอะไรใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเองครับ
ทำอย่างไรถึงจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีความสุขได้
จริง ๆ แล้วการเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็สามารถทำให้เรามีความสุขได้นะครับ ไม่ใช่ว่าเช้าเข้า เย็นออก จะต้องซังกะตายไปวัน ๆ เสียเมื่อไหร่ เรามาดู 6 วิธีที่สามารถทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ มีความสุข แถมมีความมั่งคั่งมั่นคงต่อไปในอนาคตได้ด้วยดีกว่าครับ
1. มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง
บางทีเราอาจจะรู้สึกว่างานที่เราทำก็เหมือน ๆ เดิมอยู่ทุกวัน จริง ๆ แล้วหากเราดูลึกลงไปในรายละเอียด ก็ไม่ได้เหมือนกันสักทีเดียวนะครับ ลองใส่ใจดูรายละเอียดของงานแต่ละชิ้นที่เราทำ แล้วเราจะรู้สึกว่ามันมีอะไรที่แปลกใหม่มาอยู่เรื่อย ๆ แล้วจะทำให้เราไม่เบื่อ แถมกระตุ้นให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อีกด้วยครับ
2. วางแผนการเงินของตัวเอง
สิ่งสำคัญอีกอย่างสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ คือ การวางแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพ เพื่อที่หากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือเหตุจำเป็นเราจะมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินที่เรานำออกมาใช้ได้ และหากเราต้องเปลี่ยนงานโดยยังไม่ทันมีงานใหม่รองรับ เราก็สามารถอยู่ได้อย่างเรียกได้ว่าเกือบเหมือนตอนที่เราทำงานระหว่างที่เรากำลังหางานใหม่นั่นเองครับ
3. เปิดบัญชีกองทุนสำรองฉุกเฉิน
โดยบัญชีนี้ ควรมีเงินจำนวนเทียบเท่ากับเงินเดือนของเรารวมกัน 3-6 เดือนเก็บเอาไว้ เป็นบัญชีที่เราสามารถถอนออกมาใช้ได้หากจำเป็น ดังนั้นอาจจะเปิดเป็นบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา แต่ไม่มีเอทีเอ็ม หรือเป็นบัญชีเงินฝากเผื่อถอนก็ได้ครับ
4. ลงทุนในกองทุนระยะยาว
อีกอย่างที่สำคัญก็คือ อนาคตของเรานั่นเองครับ ในเมื่อปัจจุบันเรามีรายได้เข้ามาเป็นประจำ จำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน ก็ให้เราเจียดเงินส่วนหนึ่งไปซื้อกองทุนรวมหุ้นที่เป็นการลงทุนระยะยาว เช่น กองทุนรวมหุ้น กองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ เป็นต้น หากเราเก็บเงินได้มากพอ แล้วต้องการเปิดธุรกิจของตัวเอง ก็สามารถลาออกจากงานมาทำงานที่ตัวเองรักได้เช่นกันครับ
5. ทัศนคติเป็นสิ่งสำคัญ
การมีทัศนคติที่ถูกต้อง คิดในแง่บวก เป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำงาน เพราะสามารถช่วยทำให้โลกดูดีขึ้นได้ แล้วยังทำให้เราเป็นคนที่น่าคบหาอีกด้วย เริ่มได้ง่าย ๆ แค่มองหาสิ่งดี ๆ ในทุกสิ่งที่เราทำนั่นเองครับ
6. รู้จักจัดสรรเวลา
การที่เราสามารถจัดสรรเวลาได้ จะทำให้เราสามารถแบ่งเวลาระหว่างการใช้เวลาทำงานกับการใช้เวลากับคนที่เรารักกับครอบครัวของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรก็ตาม หากเราทำงานหนักเกินไป ไม่ได้มีเวลาให้คนที่สำคัญจริง ๆ ในชีวิตเรา เห็นทีจะต้องมาจัดสรรเวลาใหม่เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องสูญเสียสิ่งสำคัญ ช่วงเวลาสำคัญในชีวิตไปนะครับ หากเราประสบความสำเร็จด้านหน้าที่การงานแต่ไม่มีเวลาให้ครอบครัวเลย ก็เท่ากับว่าเรายังขาดสิ่งสำคัญไปอยู่นะครับ
แม้ว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนอาจจะมีข้อจำกัดหลายอย่าง แต่ก็ยังมีข้อดีอยู่อีกมากนะครับ หากเรามองดูดี ๆ การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานได้ดีตามความคาดหมาย หรือเกินความคาดหมายของบริษัท องค์กร หรือเจ้านาย ก็ยิ่งเป็นพื้นฐานที่ดีให้เราสามารถปรับตัวและขยับขยายไปสู่การทำสิ่งที่เราต้องการ สิ่งที่เรารักจริง ๆ ในอนาคตได้ในที่สุดครับ อีกอย่างหากคุณเปิดบริษัท เปิดธุรกิจของตัวเอง แล้วหามนุษย์เงินเดือนมาทำงานให้คุณไม่ได้ คงลำบากใช่ย่อยเลย จริงไหมครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow