Philophobia อยากจะมีความรัก แต่ก็กลัว
By Krungsri Society
ฉันเป็นคนหนึ่งที่ครองความโสดอย่างเหนียวแน่นยาวนาน ราวกับกลัวใครมาแย่งตำแหน่งนางงามคานทองไป โสดตั้งแต่เกิด โสดสนิท โสดจนเพื่อน ๆ ที่คบกันมานานเปลี่ยนแฟนกันไปกี่คนแล้วก็ไม่รู้ เพื่อนบางคนก็เริ่มทยอยแต่งงาน ทยอยมีลูก แต่ฉันก็ยัง...โสด !!! ถึงอย่างนั้นทุกวันนี้ฉันก็ใช้ชีวิตอย่างราบรื่นดีนะ ไม่ได้กระตือรือร้นที่จะไขว่คว้าหาความรักแต่อย่างใด เรียกได้ว่า ไม่อยากเอาตัวไปเฉียดกับความรักเลยดีกว่า เอาตรง ๆ ก็มีคนเข้ามาบ้าง แหม…ก็อายุเฉียดเลข 3 หน้าตาก็พอไปวัดไปวาได้ ถ้าบอกว่า เกิดมาไม่เคยเจอคนที่รู้สึกถูกใจ หรือเข้ามาจีบเลยก็จะเป็นการโกหกเนอะ แต่พอฉันเจอเหตุการณ์ที่จะพาหัวใจไปเสี่ยงกับความรัก ฉันจะมีเกราะเสริมใยเหล็กพันชั้น วิ่งหนีทุกครั้งตั้งแต่ยังไม่เริ่ม รายไหนที่รุกหนักจนต้องเผชิญหน้ากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันถึงกับเหงื่อซึม ใจสั่น มือ-เท้าชา อยากพาตัวเองออกมาจากสถานการณ์กดดันไว ๆ ไป ๆ มา ๆ ฉันเลยอยู่เป็นโสดมาตลอด
ทุกวันนี้ฉันไม่ค่อยมีสังคมเท่าไรนอกจากเพื่อนสนิทไม่กี่คน ฉันรู้สึกสบายใจมากกว่าเวลาอยู่คนเดียว ทำอะไรคนเดียว ไม่ต้องมานั่งปวดหัวร้อนใจกับเรื่องความรัก ไม่ต้องคอยพะวงกลัวนู่นนี่ อ๋อ...ลืมบอกไปอีกอย่างเห็นโสดแบบนี้ แต่คะแนนทฤษฎีด้านความรักเต็ม 100 นะจ๊ะ เพื่อน ๆ ต่างยกให้ฉันเป็นศิราณีประจำกาย พอมีสายเรียกเข้า ไลน์แจ้งเตือน รู้เลยทันทีว่าเพื่อนมีปัญหาความรักแน่นอน ยิ่งฟังมาก ยิ่งเห็นมาก ฉันยิ่งกลัวความรัก ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดว่า ความโสดของฉันเป็นเรื่องประหลาดล้ำอะไรนะ ใคร ๆ ก็โสดได้ มีคนโสดมากมาย แต่วันหนึ่งฉันก็ได้รู้ว่าบนโลกนี้มีโรคชื่อว่า Philophobia หรือ โรคกลัวการตกหลุมรัก อยู่ด้วย
 
Philophobia หรือโรคกลัวการตกหลุมรัก เป็นโรคชนิดหนึ่งในทางจิตเวช มาจากภาษากรีกสองคำรวมกัน คือ Philo แปลว่า ความรัก ความชอบ มารวมกับคำว่า Phobia แปลว่า ความกลัว
นักจิตวิทยาสันนิษฐานว่า ปัจจัยที่เป็นต้นเหตุของโรคกลัวความรักอาจมาจากเรื่องใกล้ตัว ที่ส่งผลให้ผู้ป่วยพยายามจะหนีความรู้สึกรัก หรือไม่อยากเข้าใกล้ความรู้สึกพิเศษกับใครอย่างจริงจังเลยสักคน และแม้จะเกิดความรู้สึกพิเศษกับใครขึ้นมาบ้าง ทว่าสุดท้ายแล้วก็มักจะไม่กล้าเปิดใจให้กับความรัก
พอมานั่งคิดดูอย่างจริงจังฉันคงไม่ได้สวย โสด สตรอง แบบที่ปลุกใจตัวเองมาตลอดหรอก หากแต่เป็นโรคกลัวความรักต่างหาก ซึ่งทุกอย่างคงสะสมมาจากประสบการณ์ที่ฉันพอเจอมาทั้งจากทางตรงและทางอ้อม ตั้งแต่เห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน ฉันก็ไม่อยากมีอนาคตแบบนั้น ต่อมามีคนที่ฉันไว้ใจมากต่อหน้าดี แต่ลับหลังกลับเอาฉันไปนินทาว่าร้ายให้คนอื่นเกลียดโดยที่ฉันไม่รู้ตัว ก็ทำให้ฉันไม่ไว้ใจใครอีกเลย หรือแม้แต่เรื่องเล่าจากเพื่อนที่มาปรึกษา ก็ทำให้ฉันขยาดความรักได้เหมือนกัน ฉันเลยเลือกที่จะปิดกั้นตัวเอง ลึก ๆ แล้วก็อยากมีใครสักคนที่ยอมรับในตัวตนของฉัน หัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกัน คอยดูแลเป็นที่พักพิงยามอ่อนล้า แต่เพราะฉันกลัว กลัวอนาคตจะเจอเรื่องร้าย ๆ กลัวว่าถ้าฉันผูกพันกับใครสักคนแล้วจะยึดติด ถ้าวันหนึ่งต้องเลิกลากันฉันคงรับไม่ไหว พอมีใครเข้ามาหรือฉันเกิดความรู้สึกพิเศษกับใคร ฉันจะกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่กล้าเสี่ยง คิดวิตกกังวลไปล่วงหน้าสารพัด สุดท้ายก็พาตัวเองออกมา และคิดว่าโสดน่ะดีแล้ว
จริง ๆ Philophobia หรือโรคกลัวการตกหลุมรัก ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อผู้คนรอบข้าง แต่ถ้ายังคงเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อาจจะกลายเป็นคนเก็บตัว ไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้คน หลีกหนีจากสังคม อยู่ในโลกแคบ ๆ ที่มีแค่ตัวเอง ไร้สีสัน สุดท้ายอาจจะเครียดและกดดันจนซึมเศร้าส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งผู้ป่วยโรคนี้ควรยอมรับให้ได้ว่าตัวเองมีอาการกลัวความรัก ไม่ได้เข้มแข็งอะไร แล้วก็ปรับวิธีคิดและวิธีมองโลก รู้จักยืดหยุ่นบ้าง รู้จักจัดการกับความผิดหวัง ระบายปัญหากับใครสักคน อย่าคิดแง่ร้ายตีตนไปก่อนไข้ อย่าคิดว่ามีความรักแล้วจะมีแต่เรื่องแย่ ๆ ร้าย ๆ เหมือนที่ได้ฟังมาเสมอไป ลองเปิดใจ และก้าวเข้าหาความสุขทีละนิด ๆ แต่ถ้าใครรู้ตัวว่ามีอาการมากควรไปปรึกษากับจิตแพทย์ อย่ากลัวหรือคิดว่าคนอื่นจะมองเราผิดปกติ ให้คิดซะว่าการไปพบจิตแพทย์คือการไปพูดคุย แบ่งปันปมลึก ๆ ในใจให้ใครสักคนฟัง
แนวทางการรักษาโรคกลัวความรัก 3 วิธี
 
  • การเผชิญหน้า (Exposure Therapy) ง่าย ๆ เลยคือ กลัวอะไรก็ต้องเผชิญหน้า
  • การบำบัดเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy) คนเราเมื่อความคิดเปลี่ยน พฤติกรรมหรืออารมณ์ต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนไป
  • รักษาด้วยยา เป็นแนวทางเสริมสำหรับผู้ป่วยที่มีความเครียดสูง หรือมีความรู้สึกกังวลทุกครั้งเมื่อเจอกับความกลัว วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมอารมณ์และการแสดงออกของตัวเองได้ดีขึ้น
หลังจากนี้ ฉันคิดว่าจะค่อย ๆ พาตัวเองก้าวออกมาจาก Comfort Zone ทีละนิด เลิกมองโลกในแง่ลบ เลิกมโน ไม่คาดหวัง เลิกกลัวตั้งแต่ยังไม่เริ่ม บางครั้งฉันคงต้องปล่อยให้หัวใจนำทางบ้าง เพราะชีวิตยังมีเรื่องราวดี ๆ รออยู่อีกมากมาย มีสีสันที่สวยงามรอคอยให้แต่งแต้มในความทรงจำ มีประสบการณ์ข้างหน้าที่ยังรอให้ไปเก็บเกี่ยว อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเพื่อน ๆ คนไหนที่ป่วยเป็นโรค Philophobia หรือโรคกลัวการตกหลุมรักเหมือนกับฉัน อย่าลืมว่า การเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ หรือเปิดใจให้กว้างพร้อมรับความรัก ก็อาจจะทำให้เรามีความสุขขึ้นได้นะคะ
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow