วิชาอะไรที่สำคัญและควรตั้งใจเรียนที่สุด?

By Nani
หลายคนอาจจะบอกว่าเลข เพราะสอนให้เรารู้จักแก้ปัญหา (หรือความจริงแล้วคือช่วยให้เราสามารถเอาไปสอนลูกทำการบ้านเลขได้ในอนาคต) จริงๆ จะว่าไปเลขก็สอนให้เราคิดอะไรเป็นระบบ เป็นตรรกะดีนะ แต่นานิว่ายังไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด
 
"ภาษาอังกฤษไม่ได้พูดเป็นเพื่อให้เรา ‘ได้เปรียบ’ อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานที่คุณต้องมีต่างหาก"
บางคนอาจจะบอกว่าวิชาภาษาอังกฤษ เพราะเป็นภาษาที่จะสามารถช่วยให้สื่อสารกับชาวต่างชาติได้ ทำให้ได้เปรียบคนอื่น อันนี้บอกตรงๆ อาจจะแรง แต่มันเป็นความจริงของโลกปัจจุบันนะคะว่า ภาษาอังกฤษเดี๋ยวนี้ไม่ได้พูดเป็นเพื่อให้เรา ‘ได้เปรียบ’ อีกต่อไปแล้ว คือ พูดเป็นนี่ไม่ได้ทำให้เราดีเลิศ แต่ถ้าพูดไม่เป็นนี่คือแย่เลย เพราะมันกลายเป็นแค่คุณสมบัติขั้นพื้นฐานที่คุณต้องมีต่างหาก
หรือว่าเป็นวิชาภาษาจีนดี? หลายโรงเรียนก็ตื่นตัวสอนวิชากันแล้วซะด้วย อันนี้นานิว่าพอจะจริง เพราะพี่จีนนี่เขามาแรงมาก ภาษาจีนกลายเป็นเหมือนภาษาอังกฤษในยุคก่อนๆ ที่ถ้าใครพูดได้ก็เท่ากับว่าถือไพ่เหนือกว่าอยู่ในมือ เพราะธุรกิจต่างๆ นานา ต่างก็หันหน้าไปทางจีนกันเป็นส่วนใหญ่ ถ้าใครยังไม่เคยเรียนแล้วช่วงปิดเทอมนี้ไม่มีอะไรทำ แนะนำว่าเรียนภาษาจีนเลยค่ะ ผลตอบแทนคุ้มแน่นอน อย่าว่าแต่ภาษาจีนเลย นานิว่าภาษาในอาเซียนนี่ก็สำคัญ ช่วงนี้นานิเรียนจีนอยู่ แต่ถ้าพอพูดได้เมื่อไหร่ ก็คงอยากเรียนไม่ภาษาเวียดนาม ก็อินโดฯ เพราะประเทศเหล่านี้ก็กำลังโตเร็วเหมือนกัน ทำให้แบงก์ต่างชาติรวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่หลายที่เริ่มหันมาให้ความสนใจ ประกอบกับตลาดทุนของเขาก็เริ่มจะมีความทันสมัยมากขึ้น แถมจำนวนคนรวยและคนชั้นกลางก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยเหมือนกัน
บางคนตอบว่า วิชาการเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่โรงเรียนไม่สอน เพราะการเงินจะช่วยให้เรารู้จักใช้รู้จักหา รู้จักใช้ ไม่เป็นหนี้ ไม่เดือดร้อน และไม่โดนหลอก เอาจริงๆ นานิอยากให้โรงเรียนสอนเรื่องแชร์ลูกโซ่ด้วยเลย เพราะบางทีสิ่งที่แย่กว่าการไม่มีเงินเก็บ คือการเอาที่ดินมรดกไปขายเพื่อเข้าแชร์ลูกโซ่ มันเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย จนปัจจุบัน จะเปลี่ยนก็แค่ชื่อและรูปแบบเท่านั้น แต่ก็ยังมีคนโดนหลอกอยู่ดี บอกเลยว่าวิชาการเงินนี่สุดจะสำคัญค่ะ!
หลายคนอาจจะเริ่มรำคาญว่าสรุปวิชาอะไรกันแน่ที่สำคัญ มันก็ฟังดูสำคัญไปหมดทุกอย่าง นานิว่าก็จริงค่ะ ถ้าเรียนได้ทุกอย่างก็ดี เรียนไปเลย แต่สำหรับนานิ วิชาที่สำคัญที่สุดและจะเป็นตัวกำหนดว่าชีวิตนี้เราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ มันคือ ‘วิชาความคิด’

นานิมองว่า ‘วิชาความคิด’ มันเป็นรากฐานของทุกอย่าง คนที่จะสำเร็จได้ต้อง ใจใหญ่ คิดเป็น และสู้ไม่ถอย ซึ่งสามสิ่งนี้มีพื้นฐานมาจาก Mindset ของเราล้วนๆ
วิชาความคิด 101
: สูตรความสำเร็จหรือ Success Recipe มันคืออะไร? มันคือหลักสูตรเร่งรัด 4 ขั้นตอนสำหรับคนที่ต้องการประสบความสำเร็จและต้องการพัฒนาตัวเอง ซึ่งประกอบไปด้วย
 
1. Find Your Goal
หาเป้าหมายของตัวเองให้เจอ อันนี้เป็นพื้นฐานเลย เพราะคนส่วนใหญ่มีเป้าหมายในชีวิต คือ การเรียนให้ดี จะได้จบมาทำงานดีๆ หาเลี้ยงครอบครัวได้ แล้วเกษียณอย่างไม่ลำบาก ฟังดูโอเคแต่จริงๆ มันคือ ‘การฝันอยากเป็นคนธรรมดา’ เลยนะ ชีวิตมันน่าจะมีอะไรสนุกกว่านี้หรือเปล่า? เราน่าจะเกิดมาเพื่อทำประโยชน์อะไรให้กับเพื่อนมนุษย์มากกว่าที่จะทำงาน 9 โมง เลิก 5 โมงหรือเปล่า?
 
2. Add More Courage & Protect Your Dream
เติมความกล้าเข้าไปแล้วปกป้องความฝันของตัวเอง หลายคนอาจจะกลัวไม่กล้าฝัน เพราะเวลาบอกกับใคร คนก็เอาแต่หัวเราะเยาะ ว่าทำไม่ได้หรอก แต่เอาจริงๆ นะ คนที่เก่งจริง เขาไม่หัวเราะความฝันของคนอื่นหรอก เพราะเขารู้ไงว่า ‘มันเป็นไปได้’ คนที่หัวเราะและคิดว่าเป็นไปไม่ได้นั้น เป็นเพราะพวกเขาอ่อนเองต่างหาก ถ้าคุณเป็นเด็กนักเรียน กศน.ที่บอกเพื่อนๆ ว่าอยากเป็นหมอ คุณอาจจะโดนคนรอบข้างหัวเราะเยาะใส่ทุกวัน แต่ถ้าคุณเอาความฝันนี้ไปบอกคุณวิทย์ (นักเรียนกศน. คนแรกที่เพิ่งสอบติดหมอเมื่อไม่นานมานี้) เขาจะไม่หัวเราะคุณ แต่เขาอาจจะให้คำแนะนำ+เทคนิคดีๆ และให้กำลังใจคุณด้วยซ้ำ เพราะเขาทำได้แล้วเขาก็รู้ว่า ‘มันเป็นไปได้’ ดังนั้น ถ้าคุณฝันอยากเป็นอะไรที่คนส่วนใหญ่เป็นไม่ได้แล้วล่ะก็ อย่าเก็บเสียงหัวเราะของเค้ามาบั่นทอนกำลังใจตัวเองเลย อยากเป็นอะไร ให้หาไอดอลที่เป็นแบบนั้น ถ้าอยากเป็นเศรษฐีพันล้าน ก็จงฟังคำสอนของเศรษฐีพันล้าน ไม่ใช่คำดูถูกของคนรายได้หลักหมื่นหลักแสนด้วยกัน
 
3. Enlarge the Goal และ 4. Set a Deadline
ตอนที่นานิสอน น้องๆ หลายคนเขียนเป้าหมายตัวเองว่า โตขึ้นอยากเป็นครู อยากเป็นทหาร อยากเป็นเจ้าของร้านเบเกอรีเล็กๆ นานิเลยถามพวกเขาว่า ทำไมต้องมีคำว่า ‘เล็กๆ’ พ่วงมาด้วย? บอกมาเลยอยากเป็นเจ้าของร้านเบเกอรีที่มีกี่สาขา จ้างพนักงานเป็นสิบเป็นร้อยคน ตอนอายุเท่าไหร่ ใครบอกว่าอยากเป็นครู เป็นทหาร ทำไมต้องจบแค่นี้ กล้าๆ หน่อยบอกมาเลยว่าอยากเป็นผอ. โรงเรียน อยากเป็นนายพลตอนอายุเท่าไหร่
 
ลบเป้าหมายเดิม แล้วเขียนเป้าหมายใหม่โดยเอาเป้าหมายเดิมมาคูณ 10 คูณ 100 เข้าไปให้มันใหญ่ขึ้น
จากนั้นก็ตั้งเวลาให้ตัวเองว่าต้องทำให้ได้ภายในเมื่อไหร่ แบบนี้เราถึงจะมีไฟที่จะตามล่าฝัน เพราะขนาดเวลาครูสั่งการบ้านแล้วไม่บอกว่าต้องส่งเมื่อไหร่ เรายังไม่ค่อยทำเลย คิดว่าเดี๋ยวค่อยทำก็ได้ เราจะไปทำงานที่ต้องส่งก่อน แล้วเป้าหมายชีวิตเราล่ะ? มันสำคัญกว่าการบ้านเป็นร้อยๆ เท่า เราจะผัดวันประกันพรุ่งได้ยังไง จริงไหมคะ
นานิอยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มาร่วมกัน เรียน “วิชาความคิด” และสอนเพื่อส่งให้คนไทยรุ่นใหม่ต่อไป ประเทศเราและคนของเราจะได้พัฒนายิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ
แต่ถึงแม้ว่าวิชาความคิดนั้นจะสำคัญที่สุดก็ตาม นานิก็ยังอยากสนับสนุนให้เราทุกคนเปิดใจให้กับวิชาความรู้ใหม่ๆ จากแขนงอื่นด้วย เพราะจากที่พูดมานี้จะเห็นได้ว่า โลกเราเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก แต่ก่อนรู้แค่ภาษาอังกฤษกับไทย ก็เท่ ก็เก่งแล้ว แต่เดี๋ยวนี้มันแค่พื้นๆ เท่านั้นเอง ดังนั้นอย่ามัวแต่ใช้เวลาของเราไปแต่กับสิ่งที่ไร้ประโยชน์ หรือความบันเทิงที่ไร้คุณค่า เพราะในระหว่างที่เรากำลังดูละคร อ่านนิยายสุดอินเลิฟนั้น โลกมันไม่ได้หมุนช้าลงเพื่อรอเราเลย มันกลับหมุนเร็วเท่าเดิม หรืออาจจะเร็วกว่าเดิมด้วยซ้ำ ทำให้ความรู้ความสามารถที่เราได้มาจากโรงเรียน/มหาวิทยาลัยนั้น มันเข้าใกล้วันหมดอายุเร็วขึ้นทุกที
ดังนั้นแบ่งเวลาว่างให้ดี พักบ้าง have some fun บ้าง แต่ก็อย่าลืมหาเวลาพัฒนาตัวเอง เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพิ่ม ถึงแม้ว่าจะเรียนจบไปแล้วก็ตาม เราทุกคนไม่ว่าจะวัยไหนก็ต้องรู้จักอัพเดตตัวเองให้เหมือนที่คอยอัพเดตแอปพลิเคชันในมือถือ ไม่อย่างนั้นอาจจะตกยุคโดยไม่รู้ตัวนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow