ประกันบ้าน มีประโยชน์กว่าที่คิด
By Krungsri Guru
บ้าน นอกจากจะเป็นที่พักอาศัย เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในครอบครัวแล้ว บ้านยังนับเป็นหนึ่งในการลงทุนก้อนใหญ่ในชีวิต เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุดสำหรับหลาย ๆ คน ดังนั้น การพิจารณาซื้อกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับบ้าน จึงเป็นหนึ่งทางเลือกในการสร้างความคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้าน รวมทั้งจำกัดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัว
โดยปัจจุบัน ประกันที่เกี่ยวกับบ้าน มีรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้
ประกันอัคคีภัย
เป็นการคุ้มครองความเสียหายกับบ้านอันเนื่องมาจากเหตุตามที่ระบุในกรมธรรม์ เช่น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า แก๊สรั่ว ประกันอัคคีภัยนี้เป็นประกันที่มีอายุสั้น นั่นคือ ต้องมีการซื้อประกันรายปี หรือทุก ๆ 2-3 ปี ในส่วนของเบี้ยประกันจะแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท ซึ่งหลัก ๆ แล้วจะขึ้นอยู่กับระยะความคุ้มครอง โดยระยะเวลาคุ้มครองที่นานกว่าจะมีเบี้ยประกันที่ต่ำกว่า หากเกิดอัคคีภัยขึ้นบริษัทประกันจะจ่ายความคุ้มครองให้กับเจ้าของบ้าน หรือธนาคารในกรณีที่บ้านติดจำนองกับธนาคาร ซึ่งปัจจุบันกฎหมายบังคับให้ทำประกันอัคคีภัยสำหรับบ้านใหม่ เช่น บ้านเดี่ยวจะมีเบี้ยประกันไม่เกิน 0.1% ของมูลค่าบ้าน
ประกันภัยพิบัติ
ให้ความคุ้มครองจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว ตามรายละเอียดในกรมธรรม์ เช่น การให้ความคุ้มครองกรณีแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงขนาดมากกว่า 7.0 ตามมาตราริกเตอร์ หรือพายุที่มีความเร็วลมตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในส่วนของกรณีน้ำท่วมนั้น ประกันภัยพิบัติจะไม่ครอบคลุมกรณีที่บ้านอยู่ในพื้นที่ที่ถูกระบุไว้ว่าเป็นพื้นที่รองรับน้ำ พื้นที่กักเก็บน้ำ หรือทางน้ำผ่าน ซึ่งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ เราต้องอ่านกรมธรรม์ให้เข้าใจก่อนตกลงทำสัญญาเสมอ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องทำประกันภัยพิบัติครับ
ประกันสินเชื่อบ้าน
หรือประกันคุ้มครองหลักทรัพย์ (TMRA) ใจความสำคัญของประกันประเภทนี้ คือ การให้ความคุ้มครองในกรณีที่ผู้ที่ขอสินเชื่อเสียชีวิต หรือไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระค่าบ้านได้อีกต่อไป ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น บริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบชำระหนี้สินในส่วนที่เหลือให้กับธนาคารผู้ออกสินเชื่อ การทำประกันสินเชื่อบ้านนี้ จึงเป็นการสร้างหลักประกันว่า หนี้สินในการผ่อนบ้านจะไม่ตกเป็นภาระของคนที่เหลือในครอบครัว ดังนั้น ประกันประเภทนี้จึงมีประโยชน์มากสำหรับหัวหน้าครอบครัวที่มีรายได้น้อย และต้องรับภาระในการขอสินเชื่อเพียงคนเดียว สำหรับครอบครัวที่มีความสามารถในการชำระหนี้ทั้งหมดได้อยู่แล้ว ประกันตัวนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องจำเป็นครับ เนื่องจากเบี้ยประกันมีมูลค่าค่อนข้างสูง โดยต้องชำระเป็นเงินก้อนเพียงครั้งเดียว
หลาย ๆ ครั้งที่ประกันตัวนี้จะถูกนำเสนอเมื่อมีการขอสินเชื่อในการกู้ซื้อบ้าน เพราะนอกจากจะเป็นการคุ้มครองครอบครัวของผู้ขอสินเชื่อแล้ว ยังเป็นการคุ้มครองธนาคารผู้ออกสินเชื่ออีกด้วย ดังนั้น ธนาคารผู้ออกสินเชื่อจึงมักจะมีข้อเสนอ เช่น ลดดอกเบี้ยการผ่อนให้หากผู้ขอสินเชื่อตัดสินใจทำประกันตัวนี้ อย่างไรก็ตาม ประกันประเภทนี้ไม่ได้ถูกบังคับด้วยกฎหมายนะครับ ดังนั้น ธนาคารผู้ให้สินเชื่อไม่มีสิทธิ์บังคับให้ผู้ขอสินเชื่อซื้อ ไม่ว่าจะเป็นประกันที่ออกโดยธนาคารเอง รวมทั้งไม่มีสิทธิ์บังคับหากผู้ขอสินเชื่อต้องการซื้อประกันกับบริษัทอื่นที่เสนอเบี้ยประกันที่ดีกว่า
การดูแลรักษาทรัพย์เป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการหาทรัพย์ การสร้างความคุ้มครองผ่านการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราจำกัดความเสียหายจากสิ่งที่ไม่คาดคิด รวมถึงช่วยลดผลกระทบที่อาจจะเกิดกับคนในครอบครัว ถึงแม้เราจะไม่สามารถควบคุมเรื่องร้าย ๆ ได้ แต่อย่างน้อยเราก็สามารถจำกัดความเสียหายได้ครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow