เป็นนักศึกษาอยากเริ่มลงทุน ไม่ยากอย่างที่คิด
By Krungsri Plearn Plearn
นักศึกษาสมัยนี้ ส่วนใหญ่มีเงินเก็บเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น ทั้งเงินเก็บที่ได้จากการเก็บออมค่าขนม เงินเก็บที่ได้รับพิเศษจากครอบครัวตามเทศกาลต่าง ๆ เช่น วันตรุษจีน วันปีใหม่ วันเกิด หรือเงินเก็บที่มาจากการทำงานหารายได้เสริมด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง อย่างการขายของออนไลน์ รับรีวิวสินค้า หรือรับงานฟรีแลนซ์ ซึ่งก็ขอแนะนำว่าเมื่อมีเงินเก็บแล้ว อย่าปล่อยให้เงินเหล่านี้นอนนิ่งอยู่แต่ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เลย เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าดอกเบี้ยเงินฝากก็ไม่ได้มากมายนัก หากเราต้องการให้เงินออมของเราเติบโตรวดเร็วและมากขึ้น ควรนำมาลงทุนให้เงินเติบโตงอกเงยดีกว่า
แต่ก่อนที่จะเริ่มลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจการลงทุน ความเสี่ยง ตลอดจนข้อดี-ข้อเสียของการลงทุนในรูปแบบต่างๆ และสำหรับน้องๆ วัยเรียนที่ต้องทุ่มเทกับการเรียน การอ่านหนังสือ หรือกิจกรรมแน่น ทำให้ไม่มีเวลาดูแลการลงทุนด้วยตัวเอง อยากแนะนำให้ลองมองการลงทุนใน “กองทุนรวม” นะครับ เพราะกองทุนรวมมีผู้เชี่ยวชาญคอยบริหารและปรับสัดส่วนการลงทุนตามภาวะตลาด นอกจากนี้ ถ้าเปิดบัญชีกองทุนรวมกับธนาคารกรุงศรี ยังสามารถทำรายการผ่าน KMA-กรุงศรี โมบาย แอพ จะซื้อจะขายก็ทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว เหมาะกับ lifestyles คนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก
ทำความรู้จักกับ “กองทุนรวม”
กองทุนรวม” (Mutual Fund) คือ การระดมเงินทุนจากนักลงทุนหลายรายมารวมกันให้เป็นเงินลงทุนก้อนใหญ่ โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เป็นผู้ทำหน้าที่ระดมเงินทุน จะนำกองทุนไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และนำเงินกองทุนนั้นไปลงทุนตามนโยบายที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน จากนั้นนักลงทุนแต่ละรายจะได้รับจัดสรร “หน่วยลงทุน” เพื่อแสดงสถานะความเป็นเจ้าของในเงินที่ได้ลงทุนไป ผู้ที่ลงทุนในกองทุนรวมจึงถูกเรียกว่า “ผู้ถือหน่วยลงทุน”
เมื่อ บลจ. นำเงินกองทุนไปบริหารตามนโยบายการลงทุนแล้วเกิดผลตอบแทนขึ้น ผู้ถือหน่วยลงทุนก็จะได้รับผลตอบแทนจากหน่วยลงทุนที่ถืออยู่ในรูปของส่วนต่างกำไร หรือ เงินปันผล ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุน
ถึงตอนนี้หลายคนคงอยากรู้ว่า การลงทุนในกองทุนรวมมีข้อดีอะไรบ้าง ขอแยกให้เป็นข้อๆ เพื่อให้เห็นภาพนะครับ
  • มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการ
  • มีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้เชี่ยวชาญคอยบริหารจัดการ สร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุน
  • กระจายการลงทุนได้ตามต้องการ โดยใช้เงินลงทุนจำนวนไม่มาก
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับกองทุน LTF / RMF เมื่อลงทุนตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร
พอได้รู้ข้อดีของกองทุนรวมก็เริ่มอยากลงทุนแล้วใช่มั้ย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ากองทุนประเภทไหนที่เหมาะกับเรา
เลือกประเภทกองทุนรวมที่ตรงใจ
แม้ว่าการลงทุนจะช่วยให้เงินออมงอกเงยมากขึ้น แต่โอกาสสร้างผลกำไรก็จะมาพร้อมกับความเสี่ยง หรือความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยความเสี่ยงของกองทุนรวมก็จะแตกต่างกันไปตามสินทรัพย์ที่กองทุนนั้นลงทุน เช่น
  • กองทุนรวมตราสารหนี้ คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในเงินฝาก และตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ของภาคเอกชน ผลตอบแทนที่กองทุนได้ร้บจากการลงทุนส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ย และอาจมีส่วนต่างของราคาต้นทุนของตราสารหนี้ที่ลงทุนกับราคาตลาดที่มีการคำนวณทุกวัน ซึ่งอาจทำให้เกิดกำไรหรือขาดทุนได้ กองทุนรวมชนิดนี้เหมาะกับนักลงทุนที่คาดหวังความสม่ำเสมอของผลตอบแทน ยอมรับความเสี่ยงได้ค่อนข้างต่ำถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม ราคาของกองทุนตราสารหนี้อาจมีความผันผวนได้ตามภาวะตลาด ดังนั้น การลงทุนควรเป็นไปตามระยะเวลาที่แนะนำ เช่น กองทุนตราสารหนี้ระยะปานกลาง ควรลงทุนอย่างน้อย 1 ปี
  • กองทุนรวมหุ้น คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หรือ ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์ รวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นๆ การลงทุนในหุ้นมีความผันผวนซึ่งนำไปสู่ทั้งโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูง แต่ก็มีความเสี่ยงที่อาจขาดทุนได้มากเช่นกัน ดังนั้น กองทุนหุ้นจึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และสามารถลงทุนระยะยาวได้
เนื่องจากกองทุนรวมมีหลายประเภท หลายระดับความเสี่ยงตามประเภททรัพย์สินที่ลงทุน ดังนั้น สิ่งที่สำคัญคือการเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของเรา และความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ รวมถึงเลือกลงทุนให้หลากหลาย เพื่อกระจายความเสี่ยง และรักษาระดับผลตอบแทนให้เพียงพอที่จะนำเราสู่เป้าหมายได้
โดยกองทุนที่เรามองว่าน่าสนใจกับวัยเริ่มต้นลงทุน ก็คือ กองทุนรวมผสม เนื่องจากมีการกระจายหลากหลายสินทรัพย์การลงทุน ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้เชี่ยวชาญการลงทุน คอยติดตามภาวะตลาด และปรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมตามแต่ละภาวะตลาดนั้นๆ โดยธนาคารกรุงศรีเอง ก็มีกองทุนผสมแนะนำให้เลือกด้วยกัน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดี๊ดี (KFHAPPY) กองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดีเว่อร์ (KFGOOD) กองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดีเริ่ด (KFSUPER) ซึ่งทั้ง 3 กองทุนเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แตกต่างกันไป
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น้อง ๆ วัยเรียนหรือผู้ที่สนใจน่าจะตัดสินใจเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมกับตัวเองได้แล้ว สิ่งหนึ่งที่เราต้องพึงตระหนักไว้ก็คือว่า เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นการลงทุนก็ย่อมมีความเสี่ยง เราจึงแนะนำให้แบ่งเงินเก็บมาลงทุนในจำนวนหนึ่งก่อน แล้วพอเริ่มคุ้นเคยกับการลงทุน และสามารถรับความเสี่ยงได้เพิ่มขึ้น ก็ค่อยๆ ทยอยลงทุนเพิ่ม โอกาสที่เงินออมจะงอกเงย เก็บเงินก้อนได้ก่อนเรียนจบ ก็มีมากขึ้นแน่นอน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บูธกรุงศรี หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา
คำเตือน : การลงทุนมิใช่การฝากเงิน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินการในอนาคต
กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากการไม่ได้ชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย
กองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ซึ่งอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow