ข้อคิดก่อนตัดสินใจลงทุนกองทุนรวม LTF
By Krungsri Plearn Plearn
อีกนิดเดียวก็จะสิ้นปี 2561 แล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงกำลังวางแผนลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีกันอยู่ใช่ไหมครับ ถ้าหากท่านกำลังต้องการวางแผนภาษีผ่านผลิตภัณฑ์กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF ลองอ่านข้อมูลด้านล่างก่อน คุณจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเช่น จำนวนลงทุนคุณควรเป็นเท่าไร กองทุนรวม LTF ตัวไหนที่น่าลงทุน เป็นต้น เชื่อว่ามีประโยชน์กับท่านแน่นอนครับ
3 ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจลงทุนกองทุนรวม LTF
1. กองทุนรวม LTF คืออะไร และทำไมเราถึงควรลงทุนใน LTF
กองทุนรวม LTF คือ กองทุนรวมที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดทุน (ตลาดหุ้น) โดยใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีเป็นเครื่องมือจูงใจให้ตัดสินใจลงทุนในตลาดหุ้นกันมากขึ้น สิทธิลดหย่อนภาษีนี้จะสิ้นสุดในปี 2562 สัดส่วนลงทุนในหุ้นไทยมีอย่างน้อย 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มีผู้จัดการกองทุนคอยดูแล ผู้ลงทุนต้องลงทุนตั้งแต่ 7 ปีปฏิทินขึ้นไป
ข้อดีของการลงทุนใน LTF ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี คือ สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ในปีภาษีนั้น แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้
ดังนั้นกองทุนรวมนี้จึงไม่ได้เหมาะสำหรับคนทุกคน แต่จะเหมาะกับคนที่ต้องการลดหย่อนภาษี สามารถรับความเสี่ยงการลงทุนได้สูงและต้องการลงทุนระยะยาว แต่อาจไม่มีความชำนาญในการลงทุนในตลาดหุ้นด้วยตนเอง
2. ควรลงทุนในกองทุนรวม LTF เท่าไร
เห็นคำถามสั้น ๆ แบบนี้ จริง ๆ แล้วมีรายละเอียดเยอะมากครับ เพราะต้องทราบก่อนว่าภาษีคิดอย่างไร ค่าลดหย่อนมีอะไรบ้าง จากนั้นคำนวณรายได้ที่เหลือจากค่าลดหย่อนว่า ท่านยังต้องเสียภาษีเท่าไร สุดท้ายก็ดูว่า เรามีเงินออมเท่าไร ถ้าแบ่งออกมาลงทุนกองทุนรวม LTF แล้วจะไม่กระทบเงินใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ดังนั้นผมจะยกตัวอย่าง เพื่อให้ท่านเห็นภาพง่ายขึ้น
ตัวอย่าง รายได้ 30,000 บาท/เดือน รายได้ทั้งปีเท่ากับ 360,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนส่วนตัว 160,000 บาท รวมถึงหักประกันสังคม 9,000 บาท จำนวนรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีอยู่ที่ 191,000 บาท โดยรายได้ 150,000 บาทแรกนั้น ได้รับการยกเว้นภาษี ดังนั้นจะเหลือยอดเงินคำนวณภาษี 41,000 บาท
ตารางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เงินได้สุทธิ เงินได้สุทธิ
สูงสุดของขั้น
เงินได้สุทธิ
ที่เสียภาษี
อัตราภาษี
(ร้อยละ)
ภาษีในแต่ละ
ขั้นเงินได้
0-150,000 150,000 150,000 ยกเว้น 0
150,001-300,000 150,000 41,000 5 2,050
หากลงทุนซื้อกองทุนรวม LTF แบบเต็มสิทธิ หรือ 15% ของเงินได้ในปีภาษีนั้น จะต้องใช้เงินลงทุน 54,000 บาท (360,000*15%) แต่ส่วนที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อยู่ที่ 41,000 บาทเท่านั้น (จากตารางด้านบน) ฉะนั้น ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่า ตนเองสามารถได้ประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนกองทุนรวม LTF ได้จริง ๆ คือเท่าไร
คำถามสำคัญ แล้วจำเป็นต้องซื้อเต็มสิทธิเลยไหม เนื่องจากการลงทุนใน LTF เป็นการลงทุนระยะยาวที่จะต้องถือไว้จนครบ 7 ปีปฏิทินจึงจะได้รับประโยชน์ในการลดภาษี ผมแนะนำให้ท่านลองดูเงินเก็บตัวเองก่อน ถ้าหากยังมีไม่ถึง 3-6 เท่าของรายจ่ายแต่ละเดือน ผมแนะนำให้เริ่มเก็บเงินก้อนนี้ให้ได้ก่อน เพื่อเป็นเงินสำรองใช้ยามฉุกเฉิน เช่น ตกงานอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ แต่ถ้ามีเงินเก็บมากพอแล้ว ซื้อเต็มสิทธิได้ครับ
3. เลือกลงทุนกองทุนรวม LTF ตัวไหนดี
ระดับความเสี่ยงการลงทุนที่สามารถรับได้ของท่าน กองทุนรวม LTF เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 65% แต่ด้วยการที่เราต้องลงทุนระยะยาว 7 ปีขึ้นไป โอกาสในการขาดทุนก็จะลดลงและหากเรารอได้ ก็ไม่จำเป็นต้องขายกองทุนทันทีเมื่อครบ 7 ปี แต่สามารถรอขายในจังหวะที่มีกำไรแล้ว ทั้งนี้หากท่านไม่ทราบระดับความเสี่ยงที่ท่านสามารถรับได้ ขอเรียนเชิญที่ธนาคารกรุงศรีฯ ใกล้บ้านท่าน เพื่อทำแบบประเมินความเสี่ยงการลงทุนเสียก่อน
สามารถทำได้จากหลายมุมมอง เช่น คุณกำลังลงทุนอะไร เหมาะกับใคร ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ สัดส่วนประเภททรัพย์สินที่ลงทุน ซึ่งนักลงทุนแต่ละคนอาจมีความต้องการหรือสนใจที่แตกต่างกัน ที่อยากเน้นย้ำคือเรื่องค่าธรรมเนียม ผลการดำเนินงานในอดีต ซึ่งยังมีนักลงทุนหลายคนที่ยังไม่มีความเข้าใจในการพิจารณาปัจจัยทั้งสองนี้ จึงขออธิบายในย่อหน้าด้านล่าง
เปรียบเทียบกองทุนรวม สามารถทำได้จากหลายมุมมอง เช่น คุณกำลังลงทุนอะไร เหมาะกับใคร ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ สัดส่วนประเภททรัพย์สินที่ลงทุน ซึ่งนักลงทุนแต่ละคนอาจมีความต้องการหรือสนใจที่แตกต่างกัน ที่อยากเน้นย้ำคือเรื่องค่าธรรมเนียม ผลการดำเนินงานในอดีต ซึ่งยังมีนักลงทุนหลายคนที่ยังไม่มีความเข้าใจในการพิจารณาปัจจัยทั้งสองนี้ จึงขออธิบายในย่อหน้าด้านล่าง
ค่าธรรมเนียม หลายท่านอาจคิดว่ามีแค่ตอนซื้อ ขาย สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน แต่จริงๆแล้วยังมีค่าใช้จ่ายอื่นด้วย คือ “ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม”
จากกราฟแท่งข้างบน ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม คือ 2.3812% ต่อปี (กรอบสีแดง) ค่าธรรมเนียมนี้จะค่อยๆ ตัดออกจากมูลค่าพอร์ตของเรา (NAV) ยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้น คือ หากหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอยู่ ไม่กำไรหรือขาดทุน ไม่มีค่าธรรมเนียมอื่นๆ ยกเว้นค่าธรรมเนียมนี้ หลังลงทุนไป 1 ปี ผลดำเนินงานของกองทุนนี้จะติดลบเท่ากับค่าธรรมเนียมดังกล่าว
ผลการดำเนินงานย้อนหลังในอดีต ต่อจากด้านบน หากจะพิจารณาผลการดำเนินงานกองทุน ท่านควรพิจารณาจากผลการดำเนินงานย้อนหลังสุทธิ ซึ่งหักค่าธรรมเนียมทุกอย่างออกแล้ว เนื่องจากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมหักออกจากมูลค่าหน่วยลงทุนของเราแล้ว แต่ค่าธรรมเนียมที่ยังไม่หักคือ ค่าธรรมเนียมในการซื้อ/ขาย ดังนั้นก่อนเปรียบเทียบผลการดำเนินงานย้อนหลังที่แสดงในหนังสือชี้ชวน อย่าลืมลบค่าธรรมเนียมในการซื้อ/ขายด้วย
หวังว่าข้อมูลการเลือกลงทุนกองทุนรวม LTF นี้ จะมีประโยชน์กับท่านไม่มากก็น้อย หากมีข้อสงสัย ต้องการปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนกองทุนรวม LTF สามารถโทร. 1572 กด 5 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 17.00 น. เพื่อรับคำแนะนำแบบส่วนบุคคลจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินได้เลยครับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น หรือเข้าไปอ่านบทความเพิ่มเติมได้ด้วยตัวเองที่เว็บไซต์ KRUNGSRI Plan Your Money
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow