10 ข้อคิดเพื่อชีวิตทำงานประจำแบบกำไรทางอ้อม

By Krungsri Guru
การทำงานทำให้คนเรามีความสุขได้จริงหรือ จริง ๆ แล้วหากเรามีงานที่ทำแล้วสามารถเติบโต พัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ได้รับคำชมเชยเมื่อทำสิ่งที่ถูกต้อง และได้รับคำแนะนำเมื่อทำสิ่งที่ผิดพลาดไป แล้วสามารถบรรลุเป้าหมายการทำงานได้อย่างดี เป็นใครก็คงมีความสุข แต่ว่าคงมีน้อยคนที่จะมีสิ่งเหล่านี้ครบ เรามาดูกันดีกว่าว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม เราก็สามารถมีความสุขกับการทำงานได้ เพียงทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้
1. สร้างสัมพันธ์
 
คงเป็นไปไม่ได้ หากคนเราจะเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้เลยสักคน แต่หากว่าเราไม่สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ได้ก็อาจจะถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาบางสิ่งบางอย่าง อย่าหลอกตัวเองว่าเราดีอยู่แล้ว เพราะคนทุกคนจะต้องทำงานร่วมกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และปรับตัวเข้าหากันทั้งสองฝ่าย การทำงานสมัยนี้บอกได้เลยว่าไม่มีใครทำงานคนเดียวได้ ยังไงก็จะต้องทำงานร่วมกันกับทีม บางครั้งทีมงานก็อยู่ในออฟฟิศเดียวกับเรา บางครั้งก็ต้องทำงานร่วมกับทีมงานต่างประเทศที่หน้าตาก็ยังไม่เคยเห็นกันเลย อาจจะได้ยินแต่เสียง และหากมนุษยสัมพันธ์เราไม่ดีเอาเสียเลย ก็จะทำให้ชีวิตการทำงานของเราลำบากขึ้น ไม่ว่าเราจะเก่งงานแค่ไหนก็ตาม หากเราไม่สามารถเข้ากับคนที่เราทำงานด้วยได้เลยก็จะทำให้ชีวิตการทำงานของเราลำบากอยู่ดี
2. การทุ่มเทที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วง
 
หากเรารับปากกับใครแล้วว่าเราจะทำอะไรให้ และจะเสร็จได้เมื่อไหร่ เราก็จะต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เรารับปากไปแล้ว หากจะล่าช้ากว่าที่บอกเอาไว้ก็ควรจะต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อยวันสองวันด้วยเป็นมารยาทในการทำงานที่ดี ดังนั้น ก่อนเราจะรับปากใครว่าจะทำอะไรให้ ให้คิดวางแผนให้รอบคอบเสียก่อนว่าเรามีงานที่หน้าตักกี่อย่าง ต้องเสร็จเมื่อไหร่บ้าง และจะทำงานชิ้นนั้นให้เขาเสร็จได้เมื่อไหร่นั่นเอง
3. เป็นตัวเองแต่พอดี
 
ประเภทสุดมั่น พระเอกมั่น นางเอกมั่น ที่เราเห็นในละคร ในภาพยนตร์ ตามความเป็นจริงแล้วเราก็ต้องดูเวลา สถานที่ และกาลเทศะให้ดีว่าเราควรจะทำอะไรในเวลานั้น ๆ ไม่ใช่ผู้ใหญ่กำลังพูดก็แทรก เพราะว่าเรามีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านพูด จะให้ดีรอให้ท่านพูดเสร็จก่อนแล้วค่อยหาจังหวะเสริมความคิดของเราเข้าไปทีหลัง เป็นต้น บางอย่างเราควรพูดอย่างมั่นใจ ฉะฉาน บางอย่างเราควรนอบน้อมถ่อมตน ก็ต้องดูสถานการณ์กันนะครับ
4. โลกส่วนตัวสูง (เป็นบางเวลา)
 
ส่วนใหญ่แล้วการทำตัวแบบฉันไม่แคร์ กรณีนี้วนกลับไปดูที่ข้อที่ 1 ได้เลยครับ การที่เรามีโลกส่วนตัวสูง ไม่สุงสิงกับใคร ไม่แคร์คนอื่น ไม่ช่วยเหลือคนอื่นเมื่อเขาขอความช่วยเหลือจากเรา ทีนี้ทุกคนจะลืม จะเมินเรา ดังนั้นเวลาเราต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ตามจะทำให้ชีวิตลำบากอีกแล้วครับ ใคร ๆ ก็ชอบคนยิ้มง่าย คุยง่าย เป็นมิตร ช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่เราทำได้ ถ้าจะเอานิสัยแมวมาใช้เอาไว้ตอนอยู่กับเพื่อนสนิทจะดีกว่านะครับ
5. รู้จักตั้งเป้าหมายชัดเจน
 
การมีเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้านายของคุณ หากคุณทำงานโดยมีเป้าหมายว่างานชิ้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของคุณจะต้องเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ เป้าหมายการวางแผนการทำงานให้ประสบความสำเร็จ แม้ว่าอาจจะมีทำไม่สำเร็จบ้าง แต่ก็ต้องเป็นสิ่งที่เราลงมือทำอย่างเต็มที่แล้วเท่านั้น อาจจะมีปัจจัยอื่นภายนอกที่ทำให้เราทำไม่สำเร็จ เป็นต้น ถ้าทำได้แบบนี้รับรองว่าความก้าวหน้าจะอยู่ไม่ไกล
6. ฝึกบุคลิกภาพ
 
บุคลิกและการแต่งกายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะสามารถช่วยกำหนดความสำเร็จทางการทำงานของคุณได้ อย่าแต่งมากหรือน้อยเกินไป และที่สำคัญ อย่าแต่งอะไรที่ไม่ใช่ตัวคุณ เราเห็นคนอื่นใส่สวย ไม่ได้หมายความว่าเราเอามาใส่แล้วจะสวยเหมือนกัน เพราะคนเรามีสรีระร่างกายที่ไม่เหมือนกัน ให้เลือกเสื้อผ้าที่สำรวม เหมาะสม แต่เมื่อคุณใส่แล้วสบายตัว สบายใจ ไม่รู้สึกอึดอัด และคล่องตัว
7. การยับยั้งชั่งใจ
 
การทำงานร่วมกับผู้อื่นก็จะต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างไม่มากก็น้อย นี่เป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้วิธีการควบคุมอารมณ์และควบคุมตนเอง เพราะไม่ว่าจะยังไงก็ตาม หากเราโกรธแล้วไปดุด่าพนักงานคนอื่นต่อหน้าทีมงาน ไม่เพียงแต่จะทำให้พนักงานคนนั้นเสียหน้าแล้ว ยังจะทำให้ทีมงานทั้งทีมเสียความรู้สึกอีกด้วย ถือเป็นการเรียนรู้การจัดการปัญหาของการทำงานร่วมกับคนอื่นอีกทางหนึ่งได้อย่างดีทีเดียว
8. ให้เกียรติหัวหน้า
 
แม้ว่าคุณอาจจะอายุใกล้เคียงกับหัวหน้า ได้ออกไปทานข้าว สังสรรค์ร่วมกับหัวหน้า อย่าทำตัวสนิทจนเผลอจะกลายเป็นดูไม่ให้ความเคารพ ไม่ให้เกียรติแทน
9. เรียนรู้ทักษะที่จะนำมาพัฒนาตนเองได้
 
การทำงานเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เพื่อที่จะนำมาพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เราควรจะหาเวลานอกเวลาทำงานเพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตนเอง ทำให้เราสามารถทำหน้าที่ของเราได้ดีขึ้น ทำให้เรามีความเข้าใจธุรกิจมากขึ้น สามารถวางตัวให้เป็นประโยชน์ต่อบริษัท ต่อธุรกิจการงาน ต่อหน้าที่ของเราได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งเรามีความเข้าใจในธุรกิจ และหน้าที่การงานก็ยิ่งจะทำให้เราสามารถดันให้ตัวเองก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
10. ความคิดสร้างสรรค์
 
การทำงานประจำเหมือนเป็นการฝึกสมองอีกอย่างหนึ่ง ยิ่งเวลาประชุม จะต้องมีไหวพริบติดตัว บางทีเราควรจะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่เราทำอยู่ได้ การเป็นคนอะไรก็ได้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีเสมอไป เราต้องพยายามคิดเผื่อว่าเราจะทำอะไรให้งานที่ทำอยู่ดีขึ้นได้บ้าง
การทำงานประจำไม่ได้มีแต่เรื่องน่าเบื่อนะครับ จริง ๆ แล้วการทำงานประจำ มีเรื่องอะไรใหม่ ๆ มาให้เราได้ฝึก ได้ทำ ได้เรียนรู้ทุกวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ทีนี้พอเรามีแนวคิดบวกเกี่ยวกับงานที่เราทำอยู่แล้ว เราก็สามารถบริหารจัดการความคิด เวลา และรายได้อย่างสบาย ๆ จนสามารถหารายได้ทางอ้อมได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน การทำอาชีพเสริม หรือแม้แต่บริหารเวลาเพื่อคนที่คุณรัก ลองนำแนวคิดเหล่านี้ไปใช้กันดู กำไรชีวิตทางอ้อมจากการทำงานเริ่มได้ที่ตัวคุณนะครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow