ข้อดีเพื่อการประหยัดภาษีด้วยการซื้อประกันให้พ่อ
By Krungsri Guru
"เบี้ยประกันสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่ สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้"
การที่ได้เห็นคุณพ่อ คุณแม่มีสุขภาพดี รวมทั้งได้รับการรักษาที่เหมาะสมเมื่อยามเจ็บไข้ ย่อมเป็นสิ่งที่ลูก ๆ ทุกคนปรารถนา นอกเหนือจากการดูแลเอาใจใส่ท่านด้านความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่เราสามารถเพิ่มหลักประกันด้านสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่ได้ คือ การทำประกันสุขภาพให้ท่านครับ เพื่อน ๆ ทราบหรือไม่ว่า วันนี้เราสามารถนำเบี้ยประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ทำให้คุณพ่อ คุณแม่มาหักลดหย่อนภาษีได้แล้วนะครับ
ผมจะขออธิบายความหมายให้เข้าใจง่าย ๆ ของประกันสุขภาพกันก่อน นั่นก็คือ ประกันที่ให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าห้องพักผู้ป่วย ค่ายา ค่าอาหารในกรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาล รวมถึงค่ารักษาพยาบาลเมื่อไปพบแพทย์ โดยคุ้มครองการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ รวมถึงการประกันภัยอุบัติเหตุ (อ่าน "การเงิน-ภาษี” วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง)
“ภาษีประกันลูกกตัญญู”
 
กำหนดให้บุตรสามารถนำเบี้ยประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ทำให้กับคุณพ่อคุณแม่ของตนเองมาหักลดหย่อนได้ไม่เกินคนละ 15,000 บาท โดยท่านทั้งสองต้องมีเงินได้พึงประเมินได้ไม่เกิน 30,000 บาท และหากพี่น้องร่วมกันซื้อประกันสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่ ลูกทุกคนสามารถนำเบี้ยประกันภัยไปลดหย่อนโดยเฉลี่ยจากเบี้ยประกันที่จ่ายจริง สิทธิ์ลดหย่อนนี้ใช้ได้กับบุตรชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น และไม่นับรวมถึงบุตรบุญธรรมครับ
นอกจากคุณพ่อคุณแม่ของเราแล้ว เรายังสามารถนำเบี้ยประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ทำให้แก่คุณพ่อคุณแม่ของคู่สมรสไปหักลดหย่อนได้เช่นกัน ในกรณีที่คู่สมรสไม่มีรายได้ในระหว่างปีภาษีนั้น ๆ โดยสามารถยกเว้นภาษีเงินได้ตามจำนวนเบี้ยประกันที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินคนละ 15,000 บาท
สำหรับค่าลดหย่อนในส่วนของประกันสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่นี้ เป็นส่วนที่เพิ่มเติมจากค่าลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคุณพ่อคุณแม่ที่กำหนดให้หักลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท สำหรับเพื่อน ๆ ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่มีอายุหกสิบปีขึ้นไป โดยท่านมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ขอหักลดหย่อนไม่เกิน 30,000 บาท นี่แหละครับ อีกหนึ่งข้อดีของการเป็นลูกกตัญญู นอกจากเราจะได้ดูแลคุณพ่อคุณแม่แล้ว เรายังได้รับผลประโยชน์ทางภาษีอีกด้วยนะครับ (อ่านวิธีจัดการภาษีเงินได้อย่างฉลาด)
ขอเพิ่มเติมอีกนิดในส่วนของการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี เพื่อน ๆ อย่าสับสนระหว่างประกัน “สุขภาพ” ที่ทำให้กับคุณพ่อคุณแม่ กับประกัน “ชีวิต” ที่ทำให้ตัวเองนะครับ เราสามารถลดหย่อนเบี้ยประกัน “ชีวิต” ของตัวเราเองได้สูงสุดปีละ 100,000 บาท แต่ลดหย่อนเบี้ยประกัน “สุขภาพ” ของตัวเองไม่ได้นะครับ ประกันชีวิต  เป็นการประกันคนละด้านกับประกันสุขภาพ ประกันชีวิตให้ความคุ้มครองในด้านชีวิต คือ บริษัทประกันจะจ่ายความคุ้มครองให้กับผู้รับผลประโยชน์หากเราเสียชีวิต หรือเราได้รับเงินคืนเมื่อจ่ายเบี้ยประกันครบกำหนดตามสัญญา โดยหากเราต้องการความคุ้มครองด้านสุขภาพเพิ่มเติมด้วย เราก็สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมจากประกันชีวิตได้ เช่น สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ สัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุ สัญญาเพิ่มเติมชดเชยรายได้ สัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง แต่สัญญาเพิ่มเติมจากประกันชีวิตที่ทำให้ตัวเราเองนั้น ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ครับ
 
การดูแลคุณพ่อคุณแม่ให้มีความสุขสบายทางกายเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน แต่การดูแลท่านให้มีความสุขทางใจก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน อย่าลืมให้เวลาพูดคุย เอาใจใส่ ใช้เวลาร่วมกันในวันหยุดนะครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow