ดอกเบี้ยจากการเป็นหนี้ ไม่ใช่ฝันร้าย ขจัดได้ แค่วางแผนดี ๆ

By จักรพงษ์ เมษพันธุ์
ขึ้นชื่อว่า“ดอกเบี้ย”ใครได้ยินก็คงต้องเป็นกังวล และไม่ค่อยอยากจะมีค่าใช้จ่ายรายการนี้กันสักเท่าไหร่ แต่ด้วยภาระที่ต้องกินต้องใช้ ประกอบกับหลายครั้งยังไม่พร้อมที่จะจ่ายด้วยเงินสด ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถยนต์ ของใช้ และสิ่งอำนวยความสะดวก หลายคนจึงต้องพึ่งบริการสินเชื่อสถาบันการเงิน
ที่จริงการกู้ยืมเงิน ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีไปเสียหมด สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องพิจารณาใช้ตามความจำเป็นของชีวิต และอีกเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ ต้องรู้จักวางแผนการเงินก่อนใช้ด้วย ทั้งนี้ หลักเกณฑ์สำคัญที่อยากแนะนำให้คุณผู้อ่านใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการเงินทั้งก่อนและหลังการกู้ยืมเงิน ก็คือ
ก่อนกู้ยืมเงิน

  • ตรวจสอบความจำเป็นของการใช้จ่ายเป็นลำดับแรกว่า เรามีความจำเป็นต้องใช้สินเชื่อนั้นจริงหรือไม่ เลื่อนความต้องการออกไปก่อนได้หรือเปล่า
  • เมื่อพิจารณาแล้วว่า จำเป็นต้องใช้จ่าย และมีความจำเป็นต้องใช้สินเชื่อ ก็ให้ลองหาข้อมูลเปรียบเทียบสินเชื่อและดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร เพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุดและผลตอบแทนที่เหมาะสมที่สุด
  • พิจารณาค่าผ่อนชำระโดยรวมให้ดีว่า อยู่ในเกณฑ์ที่เรารับไหว ไม่ทำให้สภาพคล่องเราเสียหาย หรือทำให้เงินขาดมือ ไม่พอกินพอใช้ในวันข้างหน้า ในขั้นตอนนี้ผมแนะนำให้ลองทำงบรายรับ-รายจ่าย ดูว่าถ้ามีรายการผ่อนเพิ่มขึ้นมาแล้วจะเป็นอย่างไร
  • ส่วนลดจากหลากหลายร้านอร่อย เช่น have a ซี๊ดดด Cold Stone Creamery
หลังการกู้ยืมเงิน

  • ผ่อนชำระคืนให้ตรงเวลา เพื่อลดปัญหาเรื่องของดอกเบี้ยปรับและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้เรามีรายจ่ายสูงขึ้นไปอีก นอกจากนี้การชำระคืนตรงเวลายังช่วยรักษาเครดิต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อในครั้งต่อไปด้วย
  • ถ้าสินเชื่อที่เรากู้ยืมเงินมา เป็นสินเชื่อประเภทลดต้นลดดอก ก็อาจพิจารณาวางแผนเพิ่มเงินค่างวด หรือที่นิยมเรียกกันว่า “โปะ” เงินเพิ่มจากเงื่อนไขการผ่อนที่ตกลงกันไว้ เพื่อให้หนี้หมดเร็วขึ้น และช่วยประหยัดดอกเบี้ยโดยรวมได้
  • ในบางกรณี อาจพิจารณารีไฟแนนซ์สินเชื่อที่ใช้ โดยการมองหาสินเชื่อที่มีเงื่อนไขดีกว่า มาปิดชำระหนี้เดิม และผ่อนชำระกับสินเชื่อใหม่ เพื่อลดภาระการผ่อน ซึ่งจะช่วยลดดอกเบี้ยได้อีกด้วย
  • ควบคุมวงเงินหนี้ อย่าสร้างหนี้เพิ่มมากเกินไปจนเกินความสามารถในการผ่อนชำระ เพราะหลายครั้งที่เราคิดว่าผ่อนรายการละเล็กละน้อย ไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไรมาก สุดท้ายแล้วอาจทำให้มีภาระผ่อนสูงเกินไป และส่งผลกับสภาพคล่องในที่สุด
  • เก็บเอกสารหลักฐานการชำระเงินไว้ให้เป็นระเบียบ ทั้งนี้เพื่อใช้ตรวจสอบกับทั้งทางสถาบันการเงินและกับข้อมูลเครดิตของตัวเอง
ทีนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่า กลับมาจะงานท่วมหัว จนไม่อยากไปเที่ยวยาว ๆ แล้วใช่ไหมคะ Work Hard Play Hard มีโอกาสหยุดยาวทั้งที ออกไปเที่ยวพักผ่อนเก็บเกี่ยวความสุขให้เต็มที่กันดีกว่าค่ะ ถ้าเริ่มดีตั้งแต่ต้นทาง ทีนี้พอกลับมาเคลียร์งานหลังหยุดยาว ก็ทำได้ไม่ยากแล้วค่ะ เที่ยวกลับมาแล้วก็ยังสบายใจ ไม่ต้องกลับมานั่งปั่นงานชดใช้กรรม งานก็ไม่สะดุด เจ้านายก็แฮปปี้ ทีนี้ขอลาพักร้อนคราวหน้าก็ง่ายเลย ส่วนใครที่ยังต้องทำงานในวันหยุด ไม่ต้องเศร้าไปนะคะ ลองเข้าไปดูวิธีทำงานวันหยุดอย่างไร ให้ยิ้มได้แล้วพอหาวันหยุดได้เมื่อไรค่อยไปเที่ยวกันนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ก็คือ ในกรณีที่เราเริ่มมีปัญหา เริ่มจะผิดนัดชำระ ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามกำหนด ไม่ว่าจะด้วยเหตุอันใดก็ตาม อย่าหนีปัญหา ให้หันหน้าเข้าสู้กับปัญหา โดยในเบื้องต้นให้ทำการพูดคุยเจรจากับทางสถาบันการเงินก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกัน ไม่ควรปล่อยปละละเลยและทิ้งทุกอย่างไว้จนบานปลาย
ครั้งหนึ่งผมเคยให้คำปรึกษาแก้ปัญหาหนี้กับพนักงานประจำท่านหนึ่ง ซึ่งมีรายรับต่ำกว่ารายจ่ายอยู่หลายพันบาท หลังพยายามลดรายจ่ายอยู่นาน แต่ก็ลดอะไรไม่ได้อีก
หลังตรวจดูรายละเอียดหนี้ พบว่า ท่านนี้มีหนี้ทั้งในสถาบันการเงินและนอกระบบอยู่รวมกันหลายแสนบาท ผมจึงให้คำแนะนำเพื่อแก้ปัญหาทีละขั้น เริ่มจากคุมรายจ่าย เจรจากับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้แต่ละแห่ง (ขอลดดอกเบี้ย หรือผ่อนเฉพาะดอกเบี้ย รวมไปถึงการขอผ่อนผันการชำระชั่วคราว) ซึ่งสุดท้ายตกลงกับธนาคารเป็นผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยชั่วคราวได้ทั้งหมด ซึ่งก็พอช่วยเรื่องสภาพคล่องได้ระดับหนึ่ง
จากนั้นก็เริ่มมองหาสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์รวมหนี้เป็นก้อนเดียว เปลี่ยนหนี้จากนอกระบบที่ดอกเบี้ยแสนโหดมาอยู่ในระบบที่มีข้อเสนอที่ดีกว่า และช่วยลดภาระได้อย่างมาก เมื่อสภาพคล่องมากขึ้น ก็ให้นำสภาพคล่องส่วนเกินมาทยอยโปะหนี้ทีละน้อย
 
สุดท้ายมองหารายรับที่อาจจะมีเข้ามาในช่วงเวลาอันใกล้ เช่น โบนัส หรือคอมมิชชั่น แล้ววางแผนกันส่วนหนึ่งมาชำระหนี้ เพื่อลดมูลหนี้ลง และอาจหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่ม เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระยะยาว
 
ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำ และแก้ปัญหาไปทีละขั้น ก็สามารถผ่านปัญหาไปได้ในที่สุด
สำหรับหนี้ เวลาไม่เคยช่วยแก้ปัญหาอะไร หากปล่อยปัญหาทิ้งไว้ แถมเวลาที่ผ่านไป ยังอาจทำให้เราต้องเสียดอกเบี้ยค่าปรับและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามที่ตกลงทำสัญญากันไว้ตั้งแต่วันที่ขอสินเชื่ออีกด้วย จำไว้ว่า การเป็นหนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่การวางแผนและการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ดีต่างหาก ที่จะนำปัญหาและความทุกข์ในระยะยาวมาให้
เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนกู้ยืม หาเงื่อนไขทางการเงินที่ดีที่สุดสำหรับความจำเป็นของเรา บริหารจัดการหนี้อย่างมีระบบและเป็นระเบียบ และหากเกิดปัญหา ก็หันหน้าเข้าแก้ไข อย่าปล่อยปละละเลย หนี้ไม่ใช่ปีศาจ ดอกเบี้ยไม่ใช่ฝันร้าย เราทุกคนสามารถขจัดมันได้ แค่วางแผนกันดี ๆ ครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow