ออมไว้ในหุ้นหรือกองทุน รวยจริงไหม

By Maibat
ประเทศไทยอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน เรามีการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป หนี้ภาคครัวเรือนสูงขึ้น แต่ดอกเบี้ยเงินฝากน้อยจนแทบไม่มี เสียงสะท้อนจากคนที่มีเงินออม คือ รู้สึกอึดอัดกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร เพราะกลัวความเสี่ยง ครั้นจะไปลงทุนทำธุรกิจภาวะก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการเริ่มต้น จะเอาเงินไปลงทุนคอนโดก็กลัวภาวะฟองสบู่
สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้คนนิยมออมไว้ในทรัพย์สินไม่ว่าหุ้นหรือสารพัดกองทุนรวม เพราะเชื่อมั่นว่า ตลาดเหล่านี้มีประสิทธิภาพสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสถาบันการเงิน อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ความมั่งคั่งของคนอเมริกันอยู่ที่ Wall Street และ Silicon Valley เมื่อหันกลับมามองเมืองไทยจะพบว่า จากสถิติผลตอบแทนระยะยาวของประเทศไทย การออมเงินในทรัพย์สินไม่ว่าจะหุ้น กองทุนหุ้น และอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินอย่างมีนัยสำคัญ แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังคงไม่กล้าเสี่ยง กลับยอมรับดอกเบี้ยเงินฝากที่โตไม่ทันเงินเฟ้อ ผมแนะนำว่า “อยากรวยต้องเรียนรู้วิธีคิดของคนที่ประสบความสำเร็จ” ลองสังเกตดูจะรู้ว่าคนรวยไม่นิยมเก็บเงินสดแต่สะสมความมั่งคั่งเอาไว้ในหุ้น กองทุน และอสังหาริมทรัพย์ครับ
อยากรวยต้องเริ่มออมในทรัพย์สิน ให้เงินทำงานให้เรา ซึ่งการออมในทรัพย์สินไม่ใช่ปุ๊บปั๊บได้ แต่เป็นเรื่องที่ใช้เวลาและวินัย
อย่างเช่น ต้องการเก็บเงิน 1 ล้านบาทแรกให้สำเร็จ โดยมีกำลังในการออมเดือนละ 5,000 บาท
  • วิธีแรกเก็บเองไว้ที่บ้าน ต้องใช้เวลา 17 ปีถึงจะครบล้าน
  • วิธีสองฝากเงินธนาคาร สมมุติผลตอบแทนเฉลี่ย 1% ต่อปี ต้องใช้เวลา 16 ปีถึงจะครบล้าน
  • วิธีสามออมในหุ้นหรือกองทุนหุ้น สมมุติผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี ใช้เวลาเพียง 10 ปีก็ครบแล้ว
ซึ่งวิธีที่สามช่วยให้เราเก็บเงินครบล้านได้ไวขึ้นเยอะ ประหยัดเวลาไปหลายปี และในความเป็นจริงเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ทำงานมีรายได้เพิ่มขึ้น หากรู้จักเก็บออมเงินแต่ละเดือนมากกว่า 5,000 บาท ก็ยิ่งทำให้เก็บครบล้านได้ไวขึ้นอีกครับ
หุ้นกับกองทุนรวมต่างกันตรงที่
หุ้นเป็นการนำเงินไปลงทุนในบริษัทที่เราสนใจ ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์ เหมาะกับคนที่มีเวลาศึกษาข้อมูลและต้องการเลือกหุ้นด้วยตนเอง ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับฝีมือการเลือกหุ้นของแต่ละคน
 
ส่วนกองทุนรวมเป็นการนำเงินไปลงทุนในกองทุนที่เราสนใจ ซื้อขายกันกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทลูกของธนาคาร โดยหลักการของกองทุนรวม คือ นำเงินมารวมกันให้มืออาชีพบริหารการลงทุนให้แทน คนที่ทำหน้าที่นี้เรียกว่า ผู้จัดการกองทุน และนอกจากนี้กองทุนรวมยังมีข้อดีอีกอย่าง คือ มีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลาย ตามความสนใจและระดับความเสี่ยงที่รับได้ ได้แก่ พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้นต่างประเทศ น้ำมัน อสังหาริมทรัพย์ และทองคำ เป็นต้น เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาศึกษาข้อมูล หรือคนที่สนใจการลงทุนอื่นนอกจากหุ้นในประเทศ ผลตอบแทนก็ขึ้นอยู่กับฝีมือการเลือกกองทุนของเราและฝีมือบริหารของผู้จัดการกองทุน
คนส่วนใหญ่ที่ไม่ถนัดเรื่องการลงทุน ผมมักแนะนำให้ออมในกองทุนรวม เพราะใช้เวลาเลือกน้อย มีมืออาชีพคอยดูแลให้ ทางเลือกเยอะ ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาทและมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าฝากเงินแบบปกติ ซึ่งเดี๋ยวนี้เปิดบัญชีกองทุนรวมง่ายมาก และผมขอแนะนำให้ผูกบัญชีออมทรัพย์กับบัญชีกองทุนรวมจะได้สะดวกเวลาซื้อขาย และสมัครใช้บริการออนไลน์จะได้สะดวกในการติดตามความเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม โปรดจำไว้ว่าการลงทุนมีความเสี่ยงต้องศึกษาให้ดีว่าเหมาะกับเราค่อยลงทุนครับ
หากสนใจลงทุนในกองทุนรวม สามารถสอบถามหรือรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทุกสาขา หรือโทร. 1572 กด 5 เพื่อรับคำปรึกษาจากบริการ Krungsri Plan Your Money
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow