ใกล้เกษียณแล้ว ขายคืน RMF อย่างไรให้ไม่ผิดเงื่อนไข?

ใกล้เกษียณแล้ว ขายคืน RMF อย่างไรให้ไม่ผิดเงื่อนไข?

By Plan Your Money
หลายคนสงสัยเมื่อถึงวัยเกษียณแล้วอยากจะขายคืน RMF จะต้องทำอย่าง เมื่อเข้าอายุ 55 ปี หรือทุกครั้งที่ซื้อจะต้องถือ 5 ปี เมื่อขายคืนแล้วต้องยื่นภาษีหรือไม่ วันนี้เรามีทริกการขาย RMF แบบง่าย ๆ ไม่ผิดเงื่อนไข ใครสงสัยมาอ่านกันได้นะคะ
6 ทริกดีๆ ขาย RMF อย่างไรให้ปลอดภัย6 ทริกดีๆ ขาย RMF อย่างไรให้ปลอดภัย
Q: หากเริ่มต้นลงทุน RMF ตอนอายุ 51 ปี เมื่อครบอายุ 55 ปี สามารถขายได้ตามเงื่อนไขหรือไม่?
A: ยังไม่สามารถขายได้ เนื่องจากถือลงทุนผ่าน RMF จะต้องลงทุนให้ผ่านครบทั้ง 2 เงื่อนไข คือ ลงทุนอย่างน้อย 5 ปีนับแต่วันแรกที่ซื้อและครบ 55 ปีบริบูรณ์ ซึ่ง RMF จะใช้หลักการนับแบบ “วันชนวัน” หรือเป็นระยะเวลา 5 ปีเต็มเท่านั้น
รู้จักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF
Q: ซื้อ RMF แล้วไม่นำไปลดหย่อนภาษีได้หรือไม่
A: คำตอบคือ ได้ แต่ถ้าเกิดกำไรจากการลงทุน จำเป็นที่จะต้องรายงานกำไรที่เกิดขึ้นจากการลงทุนให้แก่กรมสรรพากร เพื่อนำไปเสียภาษีเงินได้ของปีนั้น ๆ เนื่องจาก RMF เป็นกองทุนประเภทพิเศษที่ไม่ได้รับการยกเว้นกำไรจากการขาย (Capital Gain) เหมือนกับกองทุนรวมทั่วไป

Q: แล้วเมื่อขายคืน RMF ต้องรายงานกรมสรรพากรหรือไม่
A: ต้องรายงานกรมสรรพากร โดยในใบยื่นภาษีจะมีให้เลือกช่องขายคืนหน่วงลงทุน RMF หากขายคืนถูกเงื่อนไขให้เลือก ยกเว้นภาษี และอย่าลืมขอหนังสือรับรองการขายหน่วงลงทุนคืนกับ บลจ. ที่มีการขายคืนเพื่อยื่นเป็นหลักฐาน

Q: ถ้าตอนซื้อไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกับทางกรมสรรพากร ตอนขายออกก็ไม่น่าจะต้องรายงานกรมสรรพากร ใช่หรือไม่?
A: คำตอบคือไม่ใช่ จะต้องรายงานกำไรจากการลงทุนที่เกิดขึ้นกับทางกรมสรรพากร โดยนำกำไรเข้าไปคำนวณเป็นรายได้ 40(8) แนะนำว่าทุกการซื้อ RMF ควรใช้เพื่อลดหย่อนภาษีและไม่ควรซื้อเกินสิทธิ

Q: RMF ควรเริ่มขายเมื่อไม่มีรายได้แล้ว ถ้าหากยังมีรายได้เข้าอย่างต่อเนื่อง ก็ยังไม่ควรแบ่งขายออกไป?
A: ถูกต้อง เนื่องจาก RMF จะมีเงื่อนไขเรื่องความต่อเนื่องในการลงทุนอยู่ สมมติว่าเงินก้อนแรกที่เราลงทุน RMF คือเมื่อ 10 ปีก่อน และเงินก้อนล่าสุดที่เราลงทุนไป คือ เมื่อปีที่แล้ว แต่ถ้าตอนนี้เราอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์แล้ว เราสามารถสั่งขายออกมาทั้งหมดได้เลย รวมถึงเงินก้อนล่าสุดที่เราเพิ่งลงทุนไป ถึงแม้ยังไม่ครบ 5 ปีตามเงื่อนไขก็ตาม

Q: การสั่งขาย RMF เพื่อย้ายไปลงทุน RMF อีกกองหนึ่งที่มีนโยบายการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป นั้นไม่มีผลกระทบต่อการเสียภาษีแก่กรมสรรพากร ใช่หรือไม่?
A: คำตอบคือ ไม่ใช่ เพราะถ้าหากสั่งขายและถ้าเรายังไม่ปฏิบัติให้ครบตามเงื่อนไขการถือครอง RMF ของกรมสรรพากรจะทำให้เราต้องคืนภาษีทั้งหมดที่ได้รับลดหย่อนภาษีมาพร้อมค่าปรับตามที่กรมสรรพากรกำหนด ถ้าหากเราต้องการเปลี่ยนกองทุนต้องสั่ง “สับเปลี่ยน” ไป RMF อีกกองหนึ่ง โดยห้ามสั่งขายเด็ดขาด

Q: ในกรณีที่ผู้ลงทุนเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ แต่ยังลงทุนไม่ครบ 5 ปีนับตั้งแต่ลงทุนวันแรก หรืออายุยังไม่ครบ 55 ปีบริบูรณ์ การขาย RMF ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีย้อนหลัง ใช่หรือไม่?
A: คำตอบคือ ใช่ ไม่ต้องคืนภาษีและไม่เสียค่าปรับแต่อย่างใด

กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund – RMF) ถือว่าเป็นเครื่องมือสำหรับการเกษียณที่เหมาะสมที่สุดตัวหนึ่ง จากเงื่อนไขที่เราสามารถขายคืนได้ตอนอายุ 55 ปีบริบูรณ์ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงใกล้เกษียณอายุของหลาย ๆ คน ซึ่งด้วยเงื่อนไขนี้จะช่วยทำให้เรามั่นใจได้ว่า เราจะมีเงินสำหรับเกษียณอายุก้อนหนึ่งไว้ใช้อย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้นักลงทุนจะต้องศึกษาเงื่อนไขการลงทุนและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของ RMF ให้ละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการผิดพลาดในเงื่อนไขภาษี เพราะนอกจากจะต้องคืนภาษีที่เราได้รับการลดหย่อนภาษีมาแล้ว ยังต้องเสียค่าปรับตามที่กรมสรรพากรกำหนดอีกด้วย
คลิกเลย (บริหารการลนทุน)
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2564 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow