วางแผนการเงินก่อนลงทุนอย่างฉลาด

By Krungsri Guru
ปัจจุบันการลงทุนในหลายรูปแบบ ถ้ากล่าวถึงการลงทุนนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการลงทุนในระยะยาวเพื่ออนาคต คำว่า “ลงทุนระยะยาว” หมายความว่าเราจะต้องเก็บออม และประหยัดการใช้จ่ายในปัจจุบัน นำเงินเก็บไปลงทุน เพื่อเป็นหลักประกันให้กับชีวิตในอนาคตยามที่เราหมดแรงทำงานแล้ว ก่อนที่เราจะนำเงินไปลงทุนยาวๆ และไม่สามารถนำมาใช้ได้ในระยะสั้น เราควรวางแผนการเงินก่อนลงทุนอย่างฉลาด เพื่อให้การลงทุนของเราราบรื่น และไม่สะดุดเสียกลางทาง มาดูแผนแต่ละแผนกันเลยครับ
 
แผนที่ 1 “วางแผนที่ทางความรู้”

ก่อนจะลงทุนจริง ใช้เงินจริงๆ เราต้องวางแผนทางความรู้ก่อน นักเดินทางแสวงหาควรกางแผนที่ทางความรู้ออกมา ศึกษาพิจารณาข้อเด่น-ข้อด้อยของการลงทุนแต่ละประเภทอย่างรอบคอบ อันความรู้นั้น ยิ่งมากยิ่งดีครับ ปัจจุบันแหล่งความรู้ก็มีให้เราศึกษาอย่างมากมาย รวมทั้งเว็บของกรุงศรีกูรูที่เป็นแหล่งความรู้ทางการเงิน การลงทุนขนาดใหญ่ให้เราได้ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ออกมาเป็นรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเราที่สุด
 
 
แผนที่ 2 “แผนเงินทุนสำรองยามฉุกเฉิน”
อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น การลงทุนนั้นต้องใช้เวลา มิใช่จะสำเร็จได้เพียงชั่วข้ามคืน เราจึงควรวางแผนเงินสำรองยามฉุกเฉินเผื่อเอาไว้ เงินสำรองนั้นควรจะมีมากพอที่ให้ตัวเราเอง และครอบครัวอยู่ได้ 3-6 เดือนเป็นขั้นต่ำ เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้า เราจึงควรกันเงินส่วนนี้ออกมาแช่แข็งเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นเท่านั้นนะครับ
 
 
แผนที่ 3 “วางแผนสภาพคล่องทางการลงทุน”
สภาพคล่องทางการลงทุน คือ เงินส่วนเกินจากเงินที่เราลงทุน เช่น ผู้เขียนมีพอร์ตหุ้น 5 ล้านบาท ผมควรมีเงินสำรองเก็บเอาไว้อย่างน้อย 5-10% ของขนาดพอร์ตการลงทุน เพื่อเวลาเกิดเหตุการณ์ “หุ้นตก” หรือ “ราคาขายของกองทุนรวมตก” เราจะได้มีเงินไปช้อนซื้อของดีในราคาพิเศษ หากเราสามารถรักษาสภาพคล่องได้ 5-10% ตลอดเวลา นับว่าเราเป็นนักลงทุนผู้ชาญฉลาด หรือ Intelligent Investor นั่นเองครับ
 
 
แผนที่ 4 “แผนการลงทุนแบบทบต้น”
การทบต้นทางการลงทุน คือ การลงทุนอย่างต่อเนื่องทบเข้าไปทุกเดือน ทุกปี ยกตัวอย่างเช่น ผมมีพอร์ตลงทุนในกองทุนรวม 1 ล้านบาท แผนของผมก็คือ ผมจะลงทุนแบบทบต้นทุกเดือน โดยตัดเงินจากบัญชีออมทรัพย์ของผมทุกเดือนเท่าๆ กัน หากผมสามารถทบต้นการลงทุนได้ปีละ 5% ของขนาดพอร์ต และพอร์ตกองทุนรวมของผมสามารถสร้างผลตอบแทนทางการลงทุน หรือสามารถเติบโตได้ปีละ 5% หมายความว่า ขนาดพอร์ตกองทุนรวมของผมจะโตปีละ 10% ต่อปี ด้วยการเติบโตปีละกว่า 10% นี้ พอร์ตผมจะโตเป็นสองเท่า หรือ 2 ล้านบาท ภายใน 5-7 ปีครับ สิ่งนี้เรียกว่าการลงทุนแบบทบต้น ยิ่งเราสามารถทำผลตอบแทนได้สูงขึ้น พอร์ตของเราก็จะโตเร็วขึ้น นั่นคือแผนการลงทุนแบบทบต้น ที่สำคัญไม่แพ้แผนการลงทุนอื่นๆ เลยทีเดียวครับ
 
 
แผนที่ 5 “แผนการลงทุนด้านสุขภาพ”
สิ่งหนึ่งที่เราจะละเลยไม่ได้เลย คือ “สุขภาพ” ของเรา และคนที่เรารัก หากเรามีเงินทองมากมาย แต่ต้องมาเจ็บป่วยอย่างแสนสาหัส คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างแน่นอน สำหรับแผนสุดท้ายนี้ เราต้องวางแผนเรื่องสุขภาพด้วย เช่น หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ รวมทั้งการทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ คุณผู้อ่านคงคิดว่าแผนนี้ไม่เห็นจะเกี่ยวกับแผนการลงทุนอย่างชาญฉลาด แต่ความจริงแล้วแผนด้านสุขภาพนั้นแสนจะสำคัญ และเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอนครับ หากเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สภาพจิตใจของเราก็จะแข็งแรงตามไปด้วย การคิดวางแผนการลงทุนของเราก็จะดีตามสุขภาพจิตที่ดีของเราอย่างไม่ต้องสงสัยอะไรเลยครับ
แผนทั้ง 5 ประการนี้ จะทำให้คุณผู้อ่านลงทุนได้อย่างสุขใจ ไม่เสี่ยง และประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้แน่นอนครับ ท่องเอาไว้ในใจครับ “ลงทุนอย่างชาญฉลาดในวันนี้ เพื่ออนาคตที่สดใสในวันหน้า”
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow