The Most Valuable Thing : ข้อคิดเพื่อพอร์ตชีวิตติดดัชนีบวก
By Nani
บทความนี้ นานิอยากพูดถึงการบริหารชีวิตซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการบริหารเงิน เดี๋ยวนี้เวลาเดินไปที่ไหน ทุกอย่างก็ดูรีบไปหมด แถวสยาม-อนุสาวรีย์ ทุกคนเดินสับขากันจนนานินึกว่า เดินอยู่ฮ่องกงหรือสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่คนใช้ชีวิตกันเร็วกว่าบ้านเราเยอะ นักเรียน นักศึกษาและคนทำงานกว่าจะเดินทางฝ่ารถติดจนถึงบ้าน วัน ๆ คนไทยที่บ้านอยู่นอกเมืองใช้เวลากับการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงแบบนี้...เราจะเหลือเวลาไป ‘ใช้ชีวิต’ ไปทำสิ่งที่ ‘มีความหมาย’ กับตัวเองกันมากแค่ไหน
วันก่อนนานิถูกถามว่า ‘มีความฝันหรือสิ่งที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำอีกไหม’ พอฟังคำถามเสร็จแล้วก็นิ่งไป เพราะลิสต์มันยาวเหยียด มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำอีกเยอะมาก ชีวิตเราก็เหมือนการบริหารพอร์ตลงทุนที่ควรมีทั้งหุ้น กองทุน ตราสารหนี้ นั่นแหล่ะค่ะ
‘พอร์ตชีวิต’ ของเราก็ควรได้รับการบริหารเหมือนกัน ควรมีทั้งงาน เงิน ครอบครัว ความรัก สุขภาพ ฯลฯ สรุปง่าย ๆ ก็คือ ในระหว่างที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ก็อย่าลืมสิ่งสำคัญในชีวิตไป บทความนี้นานิมีคำถามให้ทุกคนแค่คำถามเดียว คือ ‘อะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุด?’ ฟังดูเป็นคำถามง่าย ๆ นะคะ แต่อย่าเพิ่งตอบตอนนี้ อยากให้คุณหลับตา อยู่กับตัวเองซัก 5 นาทีก่อนแล้วค่อยตอบก็ได้
 
‘อะไรมีค่าที่สุด’ ถ้าไปถามประชาชนในประเทศที่กรำศึกมานานอย่างแถบปาเลสไตน์ คำตอบอาจจะเป็นสันติภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ไม่ต้องเข่นฆ่า ไม่ต้องล้างแค้น
 
‘อะไรมีค่าที่สุด’ ถ้าไปถามเด็ก ๆ ในเอธิโอเปียที่ยากไร้และกันดาร คำตอบอาจเป็นการได้มีอาหารตกถึงท้องวันละมื้อก็ยังดี และการได้มีน้ำสะอาดดื่ม
 
‘อะไรมีค่าที่สุด’ ถ้าไปถามคนบนดอย ห่างไกลความเจริญมาก ๆ คำตอบอาจเป็นการได้มีไฟฟ้าใช้และการมีถนนตัดเข้าหมู่บ้านเพื่อที่จะได้สามารถเข้าเมืองไปทำมาหากิน หรือการได้เห็นลูกหลานของตัวเองได้รับโอกาสทางการศึกษา โตไปจะได้ไม่ลำบากเหมือนพ่อแม่
 
‘อะไรมีค่าที่สุด’ ถ้าถามเด็กกำพร้าในสถานสงเคราะห์ คำตอบอาจเป็นการได้มีและได้รับความรักจากพ่อแม่เหมือนคนอื่นเขาบ้าง
 
‘อะไรมีค่าที่สุด’ ถ้าถามคนที่กำลังเก็บเงินเพื่อสร้างบ้านของตัวเองหลังแรกให้พ่อแม่ เขาก็อาจจะตอบว่า อยากได้เงินก้อน
 
‘อะไรมีค่าที่สุด’ สำหรับคนตาบอด หูหนวก หรือพิการด้านอื่น คำตอบของพวกเขาก็คงเป็นการได้มองเห็น ได้ยิน หรือได้เกิดมาแล้วครบ 32
คำตอบสำหรับคำถามนี้ยังมีอีกยาวเหยียด แต่ท้ายที่สุดแล้วสำหรับมนุษย์ส่วนใหญ่ ถ้ามองกันแบบผิวเผินแล้ว ‘สิ่งที่มีค่าที่สุด’ สำหรับเราก็คือ ‘สิ่งที่เรายังไม่มี’ นั่นเอง
เรื่องที่กล่าวมาข้างบนอาจเป็นเรื่องไกลตัวคนเมืองอย่างเรา ถ้าพูดให้ใกล้ตัวหน่อยก็คือ คนที่ขาดเงินก็จะโหยหาเงิน คนที่ขาดความรัก ก็จะโหยหาความรัก คนที่ขาดความภาคภูมิใจและความเคารพนับถือในตัวเอง ก็จะโหยหาการสรรเสริญเยินยอจากผู้อื่น เพื่อมาเติมเต็มสิ่งที่ขาด
 
แต่อย่าให้เรื่องผิวเผินแบบนี้มาบังตาเรา หลายคนทุ่มเทชีวิต ทุ่มเทเวลาไปกับการโหยหาไขว่คว้าสิ่งที่คิดว่ามีค่า แต่สุดท้ายเมื่อได้มาครอบครอง กลับไม่รู้สึกเติมเต็มเสียที ไม่รู้จบ นั่นเป็นเพราะสิ่งเหล่านั้นมัน ‘มีค่า’ เพียงเพราะว่า ‘เรายังไม่มี ยังไม่ได้มันมา’ เท่านั้นเอง
บางทีสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับคน ๆ หนึ่ง จริง ๆ แล้วอาจจะแค่เป็นการได้ช่วยสร้าง หรือช่วยเป็น ‘สิ่งมีค่า’ ให้กับเพื่อนมนุษย์คนอื่นก็ได้ ก่อนที่เราจะเอาเวลาทั้งชีวิตไปโหยหาไขว่คว้าอะไร อย่าลืมหลับตาแล้วอยู่กับตัวเองนิ่ง ๆ ซัก 5 นาที ถามใจเราว่าชีวิตนี้ ‘อะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุด’ สำหรับเรา บางทีชีวิตมันอาจจะง่ายกว่าที่คิด
นานิหวังว่าผู้อ่านทุกคนจะประสบความสำเร็จทั้งในด้านการลงทุนและด้านการใช้ชีวิตนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow