Life Hacker เทคนิคจัดพอร์ตชีวิตยังไงให้ปัง
By Krungsri Plearn Plearn
เพราะชีวิตแต่ละช่วงมีความต้องการที่แตกต่างกัน การวางแผนการเงินและการจัดพอร์ตให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ ลองสำรวจตัวเองกันว่า ชีวิตของคุณกำลังมองหาสิ่งไหน และจัดมันให้ลงตัวด้วยเทคนิคต่อไปนี้
เวลาที่เราทำงานและมีรายได้เข้ามาหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ออกไป เราก็จะเหลือ "เงินออม" ปัญหาหรือคำถามที่เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะติดอยู่ในใจก็คือ เราจัดสรรอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพดี ถ้าเกิดเราลองแบ่งความเหมาะสมของพอร์ตการเงินตามช่วงอายุดู ก็น่าจะแบ่งออกได้ประมาณ 3 ช่วง ได้แก่
ช่วงอายุแรก 22 - 30 ปี
ช่วงอายุนี้ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจากนักเรียนนักศึกษาที่เรียนมาตลอดชีวิต เข้าสู่วัยทำงานอย่างเต็มตัว ช่วงชีวิตตรงนี้คือการหาให้เจอว่าเป้าหมายการเงินของเราคืออะไร เพราะหน้าตาของแผนการเงินจะเปลี่ยนไปตามเป้าหมายการเงินของเรา
แต่ถ้าจะให้แนะนำแบบมาตรฐานวัยนี้ สิ่งที่ควรมีที่สุดก็คือ แผนประกันความเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินสำรองฉุกเฉิน 3 - 6 เดือน และทำการโอนย้ายความเสี่ยงต่าง ๆ ให้เรียบร้อยด้วยการทำประกันต่าง ๆ ทั้งประกันชีวิต สุขภาพ อุบัติเหตุและทรัพย์สิน
เพราะการบริหารความเสี่ยงถือว่าเป็นความรับผิดชอบขั้นต้นที่ไม่ทำให้ตัวเองกลายเป็นภาระคนอื่น ถ้าเกิดเราไม่วางแผนเรื่องบริหารความเสี่ยงไว้ แล้วเกิดโชคร้ายมีเรื่องต้องใช้เงิน เราก็ต้องหยิบยืมคนใกล้ตัว ทำให้เราเป็นหนี้ก็เป็นได้
ส่วนเรื่องพอร์ตการลงทุน ช่วงวัยนี้อาจจะยังไม่ซีเรียสเรื่องการลงทุนมากนัก เพราะมีแนวโน้มย้ายงานบ่อยกว่าช่วงวัยอื่น อาจจะเก็บไว้เพื่อลงทุนทำธุรกิจหรือเผื่อย้ายงานต่าง ๆ ด้วย
ช่วงต่อมา อายุ 31 - 50 ปี
ช่วงอายุประมาณนี้ สิ่งที่น่าจะโฟกัสที่สุดก็น่าจะเป็น "ครอบครัว" ดังนั้นวัยนี้แผนการเงินที่น่าจะพุ่งเป้าไปก็คือเรื่อง "แผนการศึกษาของบุตร" ก็คือการเตรียมตัวสำหรับค่าเล่าเรียนของลูกเรา เพราะต้องยอมรับว่าค่าเล่าเรียนก็ไม่ใช่ถูก ๆ และที่สำคัญอย่าลืมวางแผนเรื่องประกันชีวิตไว้ด้วย เพราะว่าถ้าเกิดเราในสถานะหัวหน้าครอบครัวเป็นอะไรไปขึ้นมา คนที่จะคอยส่งลูกเรียนก็จะหายไป ต้องคิดเผื่อมุมนี้ด้วย
แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีครอบครัวหรือไม่คิดจะมีครอบครัว ก็อาจจะต้องมาเริ่มวาง "แผนเกษียณอายุ" อย่างจริงจัง เพราะเกษียณอายุยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราเก็บเงินง่ายขึ้นเท่านั้น
เพราะถ้าเราเริ่มออมเงินเพื่อเกษียณอายุตอนอายุ 30 ปี สมมติว่าเราต้องเก็บเงินเดือนละ 5,000 บาท แต่ถ้าเราไปเริ่มออมเงินตอนอายุ 37 ปี เราจำเป็นต้องออมมากขึ้นเป็น 10,000 บาท เพื่อให้ถึงเป้าหมายเดิม
จะเห็นได้ว่าเป้าหมายการเงินเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ด้วยว่าเงินมีอย่างจำกัดบางทีจะทำให้สมบูรณ์แบบในทุก ๆ แผนเลยก็อาจจะเป็นไปไม่ได้ ก็เลยแนะนำว่าอาจจะเริ่มออมเงินเพื่อเกษียณอายุบางส่วนก่อน แล้วค่อยจัดสรรเพิ่มเติมเมื่อเรามีรายได้มากขึ้นตามช่วงอายุ
ช่วงสุดท้าย 50 ปี - เกษียณอายุ
ช่วงอายุนี้สิ่งที่ต้องสนใจเพียงอย่างเดียวก็คือ "แผนเกษียณอายุ" ถ้าเปรียบเทียบว่านี่คือการแข่งรถ อันนี้ก็ถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายที่จะมีเวลาให้เราได้เตรียมตัวแล้ว คำถามที่ต้องคอยถามตัวเองก็คือ เราพร้อมเกษียณแล้วหรือยัง ? เพราะถ้าเรื่องเกษียณพลาดแล้วก็คือพลาดเลย ไม่สามารถเริ่มใหม่ได้
ก่อนอื่นต้องบอกว่าเรื่องการจัดพอร์ตไม่มีสูตรตายตัว เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อันนี้เป็นเพียงไกด์ไลน์ให้เป็นไอเดีย เพื่อให้เห็นมุมบางมุมที่เราอาจจะกำลังมองข้ามไปก็เป็นได้ ต้องดูเป้าหมายการเงินเราประกอบด้วยเสมอ เพราะแผนการเงินไม่มีดีที่สุด มีแต่เหมาะสมที่สุด
สำหรับใครที่อยากลองดูว่าถ้าจะเกษียณต้องมีเงินเท่าไหร่ ออมเดือนเท่าไหร่ ลองเข้าไปดูที่นี่
จะช่วยให้เราเห็นภาพมากยิ่งขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow