เศรษฐกิจโลก กับโอกาสลงทุนธุรกิจต่างประเทศ

By Dr.Nut
ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังติดขัด มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง และผลกระทบจากการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ เช่น สหรัฐฯ ที่เริ่มจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งสวนทางกับยุโรป และญี่ปุ่นที่ยังคงมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำอยู่ บางประเทศเองก็ถึงกับมีอัตราดอกเบี้ย และผลตอบแทนจากพันธบัตรที่ติดลบ ส่งผลให้ความผันผวนจากการลงทุนในตลาดหุ้นของประเทศไทยก็มีมากขึ้นไปด้วยครับ เพราะว่ากระแสเงินที่ไหลเข้า-ออกเป็นว่าเล่นนั่นเอง เอาเป็นว่า เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง จนนักลงทุนปรับพอร์ตกันแทบไม่ทัน







และด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำนี้เอง ทำให้นักลงทุนเริ่มที่จะพยายามหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ทำให้ช่วงที่ผ่านมา กองทุนบางประเภท เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนได้สม่ำเสมอ และดีกว่าการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ก็เริ่มที่จะปรับตัวสูงขึ้นจนมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นอีก ทำให้ตอนนี้สินทรัพย์ที่น่าลงทุนที่มีอยู่ในตลาดการลงทุนในประเทศนั้น หาได้ยากมากขึ้นไปอีก
แต่การไล่ตามหาสินทรัพย์ที่น่าลงทุนนั้น อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดี เพราะว่าการไล่ล่านั้นอาจจะทำให้เรามองภาพรวมไม่ออก จนอาจจะทำให้การลงทุนในระยะยาวประสบความสำเร็จได้ยากมากขึ้น ดังนั้น ถ้าเราพิจารณาถึงแนวโน้มในอนาคต มองภาพรวม และเน้นการลงทุนระยะยาวมากขึ้น น่าจะตอบโจทย์การลงทุนในช่วงนี้มากกว่า
ถ้าหากพูดถึงการลงทุนที่มีแนวโน้มที่ดีในอนาคต กลุ่มธุรกิจที่กำลังมาแรงบนโลกใบนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของเทคโนโลยีอย่างแน่นอนครับ

เดี๋ยวนี้เราก็มักจะเห็นเทคโนโลยีมีผลต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น สมัยก่อนการเรียกแท็กซี่ หรือการโทรสั่งอาหารมาทานที่บ้านเป็นสิ่งยากเย็น แต่เดี๋ยวนี้กลับทำได้ง่ายมากขึ้น เพียงแค่กด ๆ จิ้ม ๆ โทรศัพท์มือถือเท่านั้น ซึ่งเทคโนโลยีที่ได้เปลี่ยนไปแล้ว มีการพัฒนามากขึ้น ทำให้หลาย ๆ กลุ่มอุตสาหกรรมถึงกับมีการถูกทดแทนด้วย “เทคโนโลยี”
 
แต่มีกลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจ และผมคิดว่าน่าจะอยู่ตลอดไปไม่จางหายไปเสียก่อน และเข้ากันได้ดีกับเทคโนโลยีที่ดีมากขึ้นได้ หรือว่าเป็นโอกาสในการลงทุนในอนาคตที่ดี นั่นก็คือ กลุ่มอุตสาหกรรม healthcare หรือกลุ่มสุขภาพ นั่นเองครับ
เนื่องจากเป็นสิ่งจำเป็น และยิ่งรวมกับกลุ่มเทคโนโลยีได้ ยิ่งทำให้กลุ่มนี้น่าสนใจ เพราะว่าจะทำให้มีการเติบโตสูงในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัยเลย แต่เนื่องจากว่าการพัฒนาต้องใช้เวลาค่อนข้างจะนาน และต้องอาศัยต้นทุนการวิจัยที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น การลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะสั้น ๆ คงไม่เหมาะอย่างแน่นอน
ซึ่งผมเชื่อว่าระยะยาวแล้ว ด้วยโครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนไป และดูเหมือนว่าจะทำให้หลาย ๆ ประเทศเป็นกังวลว่าอาจจะเกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจ แต่กลับกลายเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมนี้แทนครับ
ในอีกประมาณ 30-40 ปีข้างหน้านี้ จำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จะเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านคน หรือคิดเป็น 23% ของประชากรโลก!! ยิ่งสังคมผู้สูงอายุเริ่มใกล้เข้ามา จำนวนผู้สูงอายุก็เพิ่มมากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจะเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย นอกจากนี้จะยิ่งมีการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อชะลอวัย หรือยืดอายุออกไป ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะมีค่าใช้จ่ายทางสุขภาพมากขึ้น
ถ้าพิจารณาถึงกำลังซื้อยังคงมีมากมายจากกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เรียกได้ว่ากลุ่ม Healthcare ที่รวมกับเทคโนโลยี นี้เป็น Mega Trend อย่างแท้จริงครับ เพราะว่าไม่มีใครหลีกเลี่ยงความแก่ได้เลย และต้องการการรักษาที่ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ
โดยในกลุ่ม Healthcare ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ ไม่ได้หมายถึงแค่กลุ่มโรงพยาบาลอย่างที่เราเข้าใจกันนะครับ แต่หากหมายถึง เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนามากขึ้น เช่น
  • บริษัทยา
  • บริษัทที่เน้นการวิจัยยาตัวใหม่ ๆ และวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • กลุ่มบริการทางการแพทย์
ซึ่งถ้ามามองระยะยาว ๆ แล้วล่ะก็ การลงทุนในกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะไปได้ดีกว่าการลงทุนในกลุ่มของโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าคิดจะลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้แล้ว ก็ควรจะกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศด้วยครับ เพื่อให้เกิดการกระจายความเสี่ยง รวมถึงเพิ่มโอกาสในการลงทุนอีกด้วย
เท่านั้นยังไม่พอ ไม่เพียงแต่ประเทศไทยที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยส่งเสริมสุขภาพอย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค เท่านั้นนะครับ แต่ประเทศอื่น ๆ ก็มีการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีเช่นกัน
แบบนี้แล้วพอจะเห็นภาพใช่ไหมครับว่าอุตสาหกรรม Healthcare นั้นยังไปได้อีกไกล ถึงแม้ว่าระยะสั้น เราอาจจะเห็นความผันผวนที่สูงขึ้น จากการเลือกตั้งและการหาเสียงของฮิลลาลี่ ที่เน้นย้ำว่า หากได้รับเลือกจะมีการปรับราคา หรือควบคุมราคาของยาให้ลดลง แต่ถ้ามองไปข้างหน้าจริง ๆ
ผมเชื่อว่า ด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ยังคงออกมาเรื่อย ๆ ราคาคงไม่ได้เป็นตัวกำหนดอุตสาหกรรม healthcare ไปเสียหมด เพราะว่า...ใครไม่แก่ ไม่เจ็บป่วยบ้าง …ใครไม่อยากหล่อ ไม่อยากสวยบ้าง ...หรือใครที่ไม่เคยกินยาบ้าง แล้วท่านคิดว่า ผ่านไปอีก 10 ปี สิ่งเหล่านี้จะยังคงอยู่หรือไม่? มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน
อีกอย่างอุตสาหกรรมนี้ก็อยู่คู่กับมนุษยชาติมาเป็นพัน ๆ ปี และก็ยังดำเนินต่อไป ผมคิดว่าถ้าเราลงทุนระยะยาวพอ ผมเชื่อว่าการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ ก็น่าจะได้ผลตอบแทนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ

เราไม่ต้องไปหาการลงทุนกับธุรกิจที่ซับซ้อน หรือใหม่ล่าสุด แต่ให้ลงทุนกับสิ่งจำเป็น เข้าใจง่าย
เหมือนอย่างที่นักลงทุนระดับโลกหลาย ๆ คนได้เคยกล่าวไว้นั่นเองครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow