เลือกซื้อ LTF/RMF เท่าไหร่ที่เรียกว่าพอดี

By iSalaryman
ก่อนที่จะมาดูกันว่าจะซื้อ LTF/RMF เท่าไหร่ดีถึงจะเหมาะ ต้องมาทบทวนกันก่อนว่าทำไมถึงต้องซื้อ ผมเชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนหลายๆ คนยังไม่เคยคิดจะซื้อ ไม่รู้ว่าจะซื้อไปทำไม เพราะมองเรื่องการลงทุนเป็นเรื่องไกลตัว งั้นผมขอให้ปรับทัศนคติใหม่นะครับ จงมองว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว และจงหันมาสนใจการออมเงินให้มากขึ้น เพื่ออนาคตข้างหน้าจะได้มีเงินไว้ใช้ ไม่ลำบาก เพราะทุกวันนี้เรายังบ่นกันว่าของแพง แต่เงินเดือนเท่าเดิม ยิ่งทำให้เราต้องรู้จักวางแผนทางการเงินให้มากขึ้น
เราลองมาทำความเข้าใจแบบง่ายๆ กัน สำหรับ LTF ชื่อเต็มๆ ก็คือ Long Term Equity Fund หรือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว เป็นกองทุนรวมที่ผู้ลงทุนเหล่ามนุษย์เงินเดือนสามารถนำเงินลงทุนในแต่ละปีมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ และนอกจากนี้ยังช่วยสร้างผลตอบแทน แบบว่ามีเงินเพิ่มขึ้นจากที่ลงทุนไปให้เราได้ใช้ในอนาคต และบางกองทุนระหว่างปีก็มีปันผลให้ด้วย ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละกองว่ามีการจ่ายปันผลหรือไม่ ถ้ามี เงินปันผลนั้นก็ต้องเสียภาษีด้วย แต่ถ้าไม่มีจ่ายปันผล ก็จะเอาเงินส่วนนั้นไปลงทุนต่อ สำหรับใครที่สนใจก็ต้องศึกษาดูว่าแต่ละกองทุนเขาไปลงทุนอะไรบ้าง ความเสี่ยงก็มีระดับที่แตกต่างกันไป อยู่ที่เรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน
ต่อมาเรามาทำความเข้าใจ RMF กัน ชื่อเต็มก็คือ Retirement Mutual Fund หรือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ รูปแบบจะคล้ายๆกับ LTF คือ ลงทุนแล้วสามารถเอามาลดหย่อนภาษีได้ด้วย ตัวนี้ไม่มีปันผลนะครับ เขาเน้นลงทุนระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ เข้าใจตรงกันนะครับว่าวัยเกษียณ นั่นคือลงทุนไปเรื่อยๆ ทุกปีจนถึงอายุ 55 ปี ขั้นต่ำของการลงทุนคือ 5,000 บาท หรือ 3% ของรายได้ ตรงนี้ทำให้หลายคนอาจมองว่าไกลตัวเกินไปต้องลงทุนทุกปี เอาแค่ LTF ก็พอแล้ว หากมาคิดดูดีๆ RMF ก็สำคัญเหมือนกันนะ ถ้าเราออมตั้งแต่วันนี้เพื่อสบายในวันหน้า ออมได้ไว ตอนอายุยังไม่เยอะ พอถึงวัยเกษียณ เราก็จะมีผลตอบแทนจากเงินออมได้มากขึ้น คุณลองคิดถึงตัวเองในวัย 55 ปี อยากจะมีเงินใช้เดือนเท่าไหร่ แล้วถ้าไม่เริ่มออมตั้งแต่วันนี้ ถึงตอนนั้นจะเป็นจริงได้ไหม ลองกลับมาสนใจ RMF กันดูนะครับ ศึกษาข้อมูลแต่ละกองทุนว่าเขาไปลงทุนในไหนบ้าง ระยะยาวให้ผลตอบแทนที่ดีหรือไม่
เมื่อเข้าใจความหมายของทั้ง LTF และ RMF แล้ว เราก็มาดูกันว่าจะซื้อเท่าไหร่ดี จะได้เตรียมตัวถูก ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าซื้อน้อยไปก็เอาไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เต็ม หรือซื้อมากเกินไปเพราะเข้าใจว่าจะได้ลดหย่อนภาษีได้เยอะๆ แบบจัดเต็ม ไม่ใช่นะครับ มันมีเงื่อนไขอยู่ซื้อเยอะเกินไปก็เอาไปลดหย่อนภาษีไม่ได้
ดังนั้นคุณต้องเอาเงินเดือนของคุณรวมกันทั้งปีรวมโบนัส ทั้งหมดเท่าไหร่เป็นเงินสุทธิ แล้วหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แล้วไปดูอัตราภาษีที่ต้องเสีย ถ้าไปเทียบแล้วอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ LTF/RMF เอาเงินไปลงทุนอย่างอื่นได้เลย แต่ถ้าสนใจลงทุนในกองทุนรวม ก็สามารถซื้อกองทุนรวมทั่วไปได้ที่ไม่ใช่ LTF/RMF
คราวนี้ก็มาดูกันว่าจะให้ซื้อเท่าไหร่ ซึ่งเขากำหนดให้เราสามารถซื้อ LTF ได้สุงสุด 15% ของรายได้รวม และยอดรวมไม่เกิน 500,000 บาท และสำหรับ RMF ก็คล้ายกันคือ 15% ของรายได้รวม และยอดทั้งหมดเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) และกบข. จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท
 
ผมขอยกตัวอย่าง สมมุติว่าเรามีเงินเดือน 25,000 บาท x 12 เดือน ก็จะได้ 300,000 บาท เราสามารถซื้อกองทุน LTF/RMF แต่ละประเภทได้สูงสุด 15% ก็เอา 300,000 x 0.15 = 45,000 บาท

ก็แสดงว่าสามารถซื้อกองทุน LTF ได้สูงสุด 45,000 บาท และซื้อกองทุน RMF ได้สูงสุด 45,000 บาท
หวังว่าคงจะพอมองภาพออกกันนะครับเกี่ยวกับ LTF/RMF ใครเงินเดือนเท่าไหร่ก็ลองเอาไปคำนวณกันดู จะช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้เท่าไหร่ เงินที่ประหยัดไปก็เอาไปออมต่อได้อีก
สุดท้ายนี้ การซื้อกองทุนเขาไม่ได้บังคับให้เรามาซื้อกันตอนปลายปีนะครับ สามารถซื้อได้ตั้งแต่ต้นปี ค่อยๆ ทยอยซื้อสะสม หรือจะตั้งไว้เลยว่าจะซื้อทุกๆ เดือนเก็บไว้ หวังว่าบทความนี้จะทำให้มนุษย์เงินเดือนหันกลับมาสนใจการออม เอามาลงทุนกันนะครับ ขอย้ำว่าแต่ละกองทุนอาจให้ผลตอบแทนได้ไม่เท่ากัน ไม่ใช่หลับตาแล้วจิ้มซื้อเลย ใครบอกกองทุนไหนดีก็ซื้อตามเลย แบบนี้เสี่ยงนะครับ เงินทุนที่อุตส่าห์ออมมา อาจเสียหายได้ ยังไงก็ศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนแล้วจึงตัดสินใจลงทุนนะครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow