เราต้องทำงานกี่ชั่วโมงถึงจะซื้อของชิ้นนี้ได้

By Krungsri Guru
เพื่อน ๆ มีหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจซื้อของอย่างไรครับ ความจำเป็น ความคุ้มค่า ราคาถูกกว่าที่อื่น หรือซื้อเพราะความอยากได้ล้วน ๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด หรือแม้ว่าไม่มีเหตุผลก็ตาม บางทีเราก็อยากมีใครสักคนมาช่วยดึงสติเราไว้ “รู้แล้วว่าจำเป็นต้องใช้กระเป๋า แต่ต้องซื้อแบรนด์เนมแบบใบนี้ด้วยเหรอ”, “อืม ราคานี้คุ้มจริง แต่จะได้ใช้สักกี่ทีล่ะ”, “ไม่ต้องซื้อเลย มีนาฬิกาข้อมืออยู่เต็มบ้านแล้ว”
แต่หากคุณไม่สามารถพกพาเพื่อนผู้คอยพิทักษ์เงินในกระเป๋าคุณไปได้ในทุก ๆ ที่แล้วล่ะก็ วันนี้เรามีวิธีการดึงสติตัวเองมาฝากกัน ด้วยการเปลี่ยนหน่วยราคาสินค้าจากบาท ให้มีหน่วยเป็นชั่วโมงของการทำงานกันครับ
ก่อนอื่น เรามาเริ่มด้วยการคำนวณกันก่อนครับว่า ค่าแรงต่อชั่วโมงของเราเป็นเท่าไหร่ เช่น
 
เงินเดือน 20,000 บาท ทำงาน 20 วันต่อเดือน หรือคิดเป็นรายได้วันละ 20,000 / 20 = 1,000 บาทต่อวัน โดยทั่วไป เราทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้น ค่าแรงต่อชั่วโมง คือ 1,000/8 = 125 บาท
จากนั้น เราก็จำตัวเลขนี้ไว้เป็นตัวหารสำหรับราคาสินค้าทุก ๆ ชิ้นที่จะซื้อ มาดูตัวอย่างกันเลยครับ
เริ่มจาก กาแฟลาเต้ แก้วกลาง จากร้านดังใน office ราคาแก้วละ 125 บาท คิดเป็น 125/125 = 1 ชั่วโมงการทำงาน หรือแปลได้ว่า ต้องทำงาน 1 ชั่วโมงเพื่อแลกกับกาแฟ 1 แก้วที่จะถูกดื่มหมดภายใน 20 นาที
ต่อด้วย เซตอาหารญี่ปุ่นมื้อกลางวัน ราคา 250 บาท คิดเป็น 250/125 = 2 ชั่วโมงการทำงาน หรือแปลได้ว่า ต้องทำงาน 2 ชั่วโมงเพื่อแลกกับอาหาร 1 มื้อที่จะถูกรับประทานหมดภายใน 40 นาที
เป็นอย่างไรครับ การคำนวณเช่นนี้ทำให้ความอร่อย และความอยากอาหารลดลงทันทีเลยใช่ไหมครับ
มาต่อด้วยตัวอย่างที่เป็นสิ่งของกันบ้างครับ แป้งรองพื้นแบรนด์นอก ราคาตลับละ 1,250 บาท คิดเป็น 1,250/125 = 10 ชั่วโมงการทำงาน นี่เท่ากับว่า ทำงานหนึ่งวันยังหาเงินซื้อแป้งหนึ่งตลับไม่ได้เลยนะครับ
สมาร์ทโฟน เครื่องละ 25,000 บาท คิดเป็น 25,000/125 = 200 ชั่วโมงการทำงาน หรือเท่ากับ 25 วันทำงาน แปลว่า ต้องทำงานเดือนกว่า เพื่อจะแลกกับสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง
เมื่อความเสียดายเข้ามาแทนที่ ความอยากได้ก็ลดลงไปกว่าครึ่ง หากยังต้องการลดความอยากลงไปอีกให้นึกภาพต่อครับว่า เราต้องทุ่มเทและใช้พลังงานมากแค่ไหนในแต่ละชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าประชุม ความยากลำบากกว่าจะนำเสนอผลงานแต่ละชิ้น ความพยายามในการหาข้อมูลเพื่อทำรายงาน เวลาที่ใช้นั่งคิดคำนวณสารพัด ก่อนตบท้ายด้วยการถามใจตัวเอง เช่น สมควรแล้วหรือไม่ ที่เราจะแลกแรงงานของเรา 1 ชั่วโมงกับกาแฟแก้วนี้
อย่าลืมนะครับว่า รายได้ของเราไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อใช้ไปกับค่าอาหาร สินค้าอุปโภค/บริโภค และซื้อความสุขไปวัน ๆ แต่เรายังจำเป็นต้องมีการจัดสรรเงินไว้ส่วนหนึ่งสำหรับการออมเพื่ออนาคต การออมเพื่อสำรองเงินกรณีฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาลสำหรับคนในครอบครัว หรือการออมเงินเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เช่น ซื้อบ้าน วางแผนแต่งงาน ดังนั้นการใช้เงินทุกบาท ทุกสตางค์ จึงควรใช้ให้คุ้มค่ากับความเหนื่อย และแรงงานที่เราลงไปกับการทำงานในแต่ละชั่วโมงครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow