ต่อยอด 5 แสนด้วยการลงทุนในหุ้น (ตอนที่ 2)

By พรทิพย์ กองชุน
จากตอนที่แล้ว เราปูพื้นฐานกันว่า เราจะต่อยอดเงิน 5 แสนบาทให้งอกเงยได้อย่างไร (อ่านตอนที่ 1 ได้ที่นี่) ในตอนนี้ เราจะพูดถึงการลงทุนในยุคดิจิทัลที่ทำให้เราสามารถมองเห็นและวางแผนได้แม่นยำกว่าเดิม
นักลงทุนยุคดิจิทัลมีแต้มต่อมากกว่า

โชคดีมากที่เราอยู่ในโลกของข้อมูลและเทคโนโลยี ดังนั้นการคำนวณหรือวิเคราะห์งบการเงิน ที่ต้องทำซ้ำ ๆ เหมือนงานประจำนั้น เราไม่จำเป็นต้องรู้หรือวิเคราะห์งบการเงินอย่างลึกซึ้ง แต่ให้ระบบมาช่วยวิเคราะห์ตัวเลขแทนเรา ที่เหลือนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การตัดสินใจว่าควรลงทุนในหุ้นตัวนั้นหรือไม่
การใช้เทคโนโลยีจะย่นระยะเวลาในการหาหุ้นดี ๆ ได้อย่างมาก อย่างหุ้นไทย 650 หุ้น เราก็สามารถที่จะเลือกกรองดูเฉพาะหุ้นที่อยู่ในลำดับที่ดี ประหยัดเวลาอย่างมาก ดังนั้นยุคสมัยนี้นักลงทุนดิจิทัลจึงได้เปรียบมากกว่า ยิ่งการเข้าถึงที่ทำได้ง่าย ทุกที่ ทุกเวลาด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เรามีแต้มต่อเยอะกว่า ด้วยโลกของเทคโนโลยีที่ไร้พรมแดน และข้อมูลที่ไม่มีข้อจำกัด ก็ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลของตลาดหุ้นต่างประเทศ สร้างโอกาสหรือได้กระจายการลงทุนมากขึ้นอีกด้วย
แนะนำเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราเลือกธุรกิจที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสม

เครื่องมือเทคโนโลยีในการวิเคราะห์หุ้นสมัยนี้มีมากมาย ดิฉันขอยกตัวอย่างของ Jitta ที่เข้ากับรูปแบบของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า สไตล์คุณปู่วอร์เรน บัฟเฟตต์ มายกตัวอย่างค่ะ
จำกันได้ไหมคะว่า คุณปู่บอกเคล็ดลับมา 2 ข้อ นั่นคือ “ลงทุนในธุรกิจที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสม” ระบบก็ทำการวิเคราะห์จากงบการเงินย้อนหลัง 10 ปี แล้วย่อยมาเป็นบทสรุปที่เป็นคำตอบของ 2 ข้อ ที่สำคัญกับนักลงทุน ตามหลักการลงทุนที่ดีและสมเหตุสมผลที่สุด ดังนี้ค่ะ

  1. ซื้อหุ้นอะไร = ลงทุนในธุรกิจที่ยอดเยี่ยม
  2. ซื้อในราคาเท่าไหร่ = ลงทุนในราคาที่เหมาะสม
เมื่อเข้าไปที่เว็บไซต์ Jitta เราสามารถค้นหาหุ้นที่ต้องการได้ ด้วยการพิมพ์ชื่อหุ้นหรือชื่อบริษัทลงไปที่กล่องค้นหาด้านบน จากนั้นเมื่อเข้ามาสู่หน้า Summary หรือหน้าสรุปข้อมูลหุ้นที่เราสนใจ ก็จะเห็นข้อมูลที่สำคัญที่สุด อยู่ 2 อย่าง
  • Jitta Score (ตัวเลขด้านมุมขวาบน) ได้มาจากการวิเคราะห์งบการเงินบริษัท 10 ปีย้อนหลัง เป็นค่าที่บ่งบอกถึงคุณภาพของธุรกิจว่ามีความแข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน โดยมีคะแนนจาก 0-10 ยิ่งคะแนนสูงเท่าไหร่ ธุรกิจมีคุณภาพดีขึ้นเท่านั้น ข้อสังเกต คือ หากบริษัทมี Jitta Score มากกว่า 5 แสดงว่าเป็นบริษัทที่ดีกว่าค่าเฉลี่ย และหากมี Jitta Score มากกว่า 7 ถือว่าบริษัทนั้นเป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยมมาก
  • Jitta Line (เส้นประสีเทา) เป็นค่าที่บ่งบอกถึงมูลค่าที่เหมาะสมของธุรกิจว่าควรจะมีมูลค่าต่อหุ้นเป็นเท่าไหร่ ดังนั้น ยิ่งราคาหุ้นต่ำกว่า Jitta Line แสดงว่าราคาหุ้นยิ่งต่ำกว่ามูลค่ามากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ Jitta จะมีการแสดงค่า Above/Below Jitta Line เอาไว้ตรงใกล้ ๆ Jitta Score ด้วย เพื่อให้นักลงทุนมองได้ทันทีว่าปัจจุบันราคาหุ้น (เส้นสีฟ้า) สูงหรือต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสมอยู่เท่าไหร่
ดังนั้น การดูข้อมูลและวิเคราะห์จะทำให้เราลงทุนได้ง่ายขึ้นมาก เพราะเราสามารถมองเห็นคุณภาพของธุรกิจ มูลค่าที่เหมาะสมของธุรกิจ และราคาหุ้นในตลาดได้พร้อม ๆ กัน
ขอย้ำอีกทีว่าการลงทุนที่ดีนั้นเราจะต้องได้ทั้งคุณภาพ และมูลค่าที่ดีไปพร้อม ๆ กัน เพราะบางครั้งธุรกิจที่ดีอาจจะไม่ใช่การลงทุนที่ดีก็ได้ถ้าหากลงทุนในราคาที่แพงมากเกินไป ในขณะที่การลงทุนในหุ้นที่มีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับมูลค่าอาจจะไม่ใช่การลงทุนที่ดีถ้าหากว่าคุณภาพของธุรกิจแย่มากเกินไปซึ่งจะทำให้ขาดทุนในอนาคตได้
ตัวอย่างของหุ้นที่บริษัทมีกำไรลดลงเรื่อย ๆ

ในกรณีนี้ต้องลองถามตัวเองว่าถ้าหากมีเพื่อนมาขายธุรกิจให้แล้วบอกว่า กำไรจะลดลงเรื่อย ๆ ทุกปี ปีละ 15% เราจะลงทุนกับเพื่อนหรือไม่ แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากลงทุนในบริษัทแบบนี้ ดังนั้นสำหรับหุ้นของกิจการที่มีกำไรลดลง ถ้าเป็นไปได้เราก็ไม่ควรเข้าไปลงทุนตั้งแต่แรกแล้วค่ะ เพราะความเสี่ยงที่จะขาดทุนมีสูงมาก ยิ่งถือหุ้นไว้ยาวเท่าไหร่ราคาหุ้นยิ่งลดลงเรื่อย ๆ เช่น กรณีของ Weight Watchers International, Inc (NYSE:WTW)
ต้องติดตามผลการดำเนินงานของหุ้นด้วย

ถ้าเรายังจำกันได้ ปัญหาหลักของการลงทุน นอกเหนือจากการวิเคราะห์คุณภาพ และคำนวณมูลค่าของธุรกิจแล้วก็คือ การคอยติดตามดูว่าหุ้นที่เราถืออยู่นั้นมีคุณภาพและมูลค่าที่ดีขึ้นหรือแย่ลงในทุกไตรมาสที่บริษัทประกาศงบการเงินออกมา หากหุ้นที่ถืออยู่นั้นมีทิศทางที่ดีขึ้น เราก็ควรจะถือหุ้นนั้นไปเรื่อย ๆ เพื่อปล่อยให้เงินลงทุนเพิ่มมูลค่าขึ้น แต่ถ้าหุ้นที่ถืออยู่นั้นมีแนวโน้มว่าจะแย่ลง เราควรต้องพิจารณาขายหุ้นนั้นออกไป
เรียนรู้เข้าใจ ลงมือลงทุน และพัฒนากลยุทธ์ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น

ข้อมูลและแนวทางนี้จะทำให้ทุกท่านสามารถนำไปใช้เพื่อเริ่มต้นลงทุนด้วยเงิน 5 แสนบาทในหุ้นได้ทันที โดยมีความเสี่ยงต่ำ และมีโอกาสได้กำไรสูงกว่าการไปเริ่มลงทุนแบบไม่มีหลักการแน่นอนค่ะ การลงทุนแบบเน้นคุณค่านั้น ไม่ต่างจากการไปเข้ายิมเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย แรก ๆ อาจจะดูยากและเหนื่อยมาก แต่เมื่อทำไป เราจะเริ่มเข้าใจในธุรกิจแต่ละประเภทมากขึ้น การลงทุนจะง่ายขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเห็นได้ว่านักลงทุนเก่ง ๆ นั้นดูข้อมูลเพียงไม่นานก็ตัดสินใจได้แล้วว่า ควรจะลงทุนหรือไม่และลงทุนเท่าไหร่ดี เพียงแค่เราได้เริ่มต้นทำ เข้าใจ และพัฒนากลยุทธ์การลงทุน
สุดท้ายแล้วการลงทุนในหุ้นนั้นถูกพิสูจน์มาแล้วว่าให้ผลตอบแทนระยะยาวดีกว่าการลงทุนแบบอื่น ๆ ขอเพียงเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่วันนี้ ปล่อยให้เงินทำงานแทนเราไปเรื่อย ๆ ความมั่งคั่งในอนาคตของเราก็จะเพิ่มขึ้น ในขณะที่เราก็จะทำงานน้อยลงเรื่อย ๆ เองค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow