วิธีเลือกประกันชีวิตให้เหมาะกับช่วงวัย แบบไหนที่ใช่เรา?

วิธีเลือกประกันชีวิตให้เหมาะกับช่วงวัย แบบไหนที่ใช่เรา?

By Krungsri Plearn Plearn
หากพูดตามหลักสามเหลี่ยมการเงิน หรือ Financial Pyramid ที่นักวางแผนการเงินนิยมนำมาใช้ ประกันถูกจัดอยู่ในกลุ่มการจัดการความเสี่ยง (Risk Management) ซึ่งเป็นฐานรากของสามเหลี่ยมที่สำคัญที่สุด และเราควรจัดการเป็นสิ่งแรกๆ ในการวางแผนการเงิน
เพราะชีวิตคนเรามีความเสี่ยงตลอดเวลาและเราไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันตอนไหน ไม่ว่าจะเป็น การจากไปของคนในครอบครัว การเจ็บป่วย การเกิดอุบัติเหตุ และในการเกิดเหตุแต่ละครั้ง เราก็ไม่สามารถควบคุมได้ว่าจะต้องจ่ายเท่าไร อาจจะต้องจ่ายเยอะจนกระทบกับเงินก้อนอื่นในกระเป๋าเราก็ได้

ดังนั้น การจัดการความเสี่ยงที่ดีที่สุด คือ การโอนความเสี่ยงของชีวิตเราให้บริษัทประกันรับผิดชอบนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์อีกอย่างที่น่าสนใจของประกันชีวิตที่คนไม่ค่อยรู้ ก็คือ สามารถเป็นมรดกส่งต่อให้ลูกหลานได้แบบไม่โดนภาษี เพราะประกันชีวิตคือการนำเงินสดก้อนนึงส่งมอบให้กับผู้รับผลประโยชน์ตามสัดส่วนที่ผู้เอาประกันภัยระบุไว้เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตก่อนครบกำหนดสัญญา ซึ่งถือว่าเป็นหลักประกันที่มีไว้ให้คนข้างหลัง

เมื่อเรารู้ถึงความสำคัญของประกันแล้ว งั้นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของประกันชีวิตกัน จะได้เลือกประกันที่เหมาะสมกับเราได้

ประกันชีวิตมีกี่ประเภท แต่ละแบบเหมาะกับใคร

ตามหลักการแบ่งประเภทประกันชีวิตของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ แบบประกันชีวิตพื้นฐาน และแบบประกันชีวิตพิเศษ
ประกันชีวิตพื้นฐาน
ประกันชีวิตพื้นฐาน มี 4 แบบ คือ
1. ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา หรือ Term Insurance
ประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองในช่วงระยะเวลาจำกัด เช่น 1 ปี, 5 ปี, 10 ปี เป็นต้น โดยบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้กับผู้รับประโยชน์เมื่อเราเสียชีวิตในระยะเวลาที่กำหนด แต่หากเรายังมีชีวิตอยู่จนครบระยะเวลานั้น ก็จะไม่ได้รับเงินทุนประกันชีวิตคืน

เหมาะสำหรับ
  • คนที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตในระยะเวลาหนึ่ง
  • คนที่มีความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัยต่ำ แต่ต้องการความคุ้มครองสูง
  • คนที่ต้องการบริหารความเสี่ยงในระยะสั้นๆ

2. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ หรือ Whole Life
ประกันชีวิตที่เน้นความคุ้มครองชีวิตแบบระยะยาว เช่น ให้ความคุ้มครองจนเราอายุถึง 85 ปี 90 ปี หรือ 99 ปี โดยเราจ่ายเบี้ยเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี จ่ายเบี้ย 20 ปีแรก เป็นต้น หากเรามีชีวิตอยู่ครบตามระยะเวลาที่กำหนดก็จะได้ทุนประกันชีวิตกลับคืน แต่หากเราเสียชีวิตในระยะเวลาที่คุ้มครอง ผู้รับผลประโยชน์ก็จะได้รับเงินทุนประกันชีวิตแทน

เหมาะสำหรับ
  • คนที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือเป็นเสาหลักของบ้าน ไว้เป็นหลักประกันให้คนข้างหลัง
  • คนที่ต้องการทำเป็นมรดกส่งต่อให้กับลูกหลาน

3. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือ Endowment
ประกันชีวิตที่เน้นการออมเงินเพื่อไว้ใช้ในอนาคต ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว โดยเราจะได้เงินคืนพร้อมกับอัตราผลตอบแทนที่มากกว่าเบี้ยที่เราจ่าย ซึ่งผลตอบแทนดังกล่าวจะเป็นผลตอบแทนที่แน่นอนตามที่บริษัทตกลงไว้ในสัญญา นอกจากนี้ยังได้รับความคุ้มครองชีวิตเหมือนประกันชีวิตแบบอื่นอีกด้วย

เหมาะสำหรับ
  • คนที่ต้องการลงทุน แต่รับความเสี่ยงได้น้อย
  • คนที่ต้องการเก็บออมเงินไว้ใช้ในอนาคต
  • คนที่ต้องการความคุ้มครองควบคู่กับการออมเงิน

4. ประกันชีวิตแบบบำนาญ หรือ Annuity
ประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้แก่เราเมื่อเกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี เป็นต้นไป โดยเราต้องจ่ายเบี้ยไปจนถึงอายุที่กำหนด แล้วหลังจากนั้นก็จะได้รับเงินไปเรื่อย ๆ จนครบกำหนดอายุตามที่เลือกไว้ ซึ่งผลตอบแทนที่ได้อาจจะไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับแบบสะสมทรัพย์ แต่เราก็จะได้รับความคุ้มครองชีวิตเหมือนประกันชีวิตแบบอื่น เช่น ถ้าเราเสียชีวิตในช่วงก่อนเกษียณ ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับเงินตามทุนประกันชีวิตที่เราเลือกไว้ แต่ถ้าเราเสียชีวิตหลังเกษียณก็จะได้ทั้งเงินบำนาญ และผลประโยชน์ตามทุนประกันชีวิต

เหมาะสำหรับ
  • คนที่ต้องการวางแผนเกษียณ
  • คนที่อยากมีรายได้ที่แน่นอนหลังเกษียณ

สำหรับประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา แบบตลอดชีพ และแบบสะสมทรัพย์ เราสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง และต้องไม่เกิน 100,000 บาท แต่ประกันชีวิตจะต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ส่วนประกันชีวิตแบบบำนาญ เราสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง และต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีและไม่เกิน 200,000 บาท
ประกันชีวิตพิเศษ
ประกันชีวิตพิเศษ มี 2 แบบ คือ
1. ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ Investment linked life insurance
ประกันคุ้มครองชีวิตที่ควบการลงทุน เราจะได้ทั้งความคุ้มครองชีวิตเหมือนแบบประกันทั่วไป และยังได้ผลตอบแทนจากที่เราเลือกลงทุนเองด้วย โดยจะแบ่งเบี้ยประกันชีวิตที่เราจ่ายเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนความคุ้มครองชีวิต ส่วนค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และส่วนเงินลงทุน ซึ่งเราสามารถกำหนดสัดส่วนของเบี้ยกับความคุ้มครองเองได้ และสามารถปรับสัดส่วนได้ตลอดเวลา ในปัจจุบันมีประกันชีวิตควบการลงทุน 2 แบบ คือ ประกันชีวิตแบบ Unit Linked และประกันชีวิตแบบ Universal Life

จุดเด่นของประกันชีวิตแบบ Unit Linked คือ เราจะได้เลือกกองทุนที่จะไปลงทุนเองภายใต้กองทุนที่บริษัทกำหนด ทำให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าประกันชีวิตแบบอื่น แต่ก็ต้องรับความเสี่ยงจากการขาดทุนของกองทุนที่เราเลือก

จุดเด่นของประกันชีวิตแบบ Universal Life คือ จะมีความแน่นอนของผลตอบแทน และมีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ โดยบริษัทประกันจะเป็นผู้บริหารการลงทุนให้ แต่ในปัจจุบันเรามักจะเห็นประกันชีวิตนี้น้อยลง เพราะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าประกันชีวิตแบบ Unit Linked

แม้ประกัน 2 แบบนี้เป็นประกันควบการลงทุนเหมือนกัน แต่การใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีจะแตกต่างกัน คือ ประกันชีวิตแบบ Unit Linked สามารถลดหย่อนภาษีได้เฉพาะในส่วนของเบี้ยที่เกี่ยวกับประกันชีวิตเท่านั้น (ไม่รวมส่วนเงินลงทุน) ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนประกันชีวิตแบบ Universal Life สามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน ตามที่จ่ายจริง และต้องไม่เกิน 100,000 บาท

เหมาะสำหรับ
  • คนที่เข้าใจในด้านการลงทุน สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้
  • คนที่มีเป้าหมายทำประกันเพื่อเน้นการออมเงิน แต่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าประกันชีวิตแบบอื่น

2. ประกันชีวิตแบบผู้สูงอายุ
ประกันชีวิตสำหรับบุคคลที่มีอายุระหว่าง 50-70 ปี (ตัวเลขอายุอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามแบบประกันของแต่ละบริษัทประกันชีวิต) โดยจะคุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและโรคภัยไข้เจ็บ นอกจากนี้ ยังเป็นประกันที่เราไม่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ

ประกันชีวิตแบบผู้สูงอายุก็นำมาลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง และต้องไม่เกิน 100,000 บาท

เหมาะสำหรับ
  • ผู้สูงอายุที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตและอยากสร้างมรดกไว้ให้ลูกหลาน แต่มีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ทำให้ไม่สามารถทำประกันชีวิตแบบทั่วไปได้
  • ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว แต่อยากทำประกันชีวิต
หลังจากที่เราพอทราบกันไปแล้วว่าประกันชีวิตมีแบบไหนบ้าง ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ใครที่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อประกันแบบไหนดี เราอาจจะลองใช้ช่วงวัย หรือการใช้ชีวิตประจำวันมาเป็นปัจจัยในการเลือกก็ได้นะ
เลือกประกันชีวิตให้เหมาะกับช่วงวัย
ยกตัวอย่างเช่น
  • วัยเด็กถึงวัยเรียน ควรจะเลือกซื้อประกันชีวิตที่เน้นการออมเงิน เช่น ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือประกันชีวิตควบการลงทุน เพื่อเก็บออมเงินไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูก หรืออาจจะเป็นต้นทุนไว้ให้ทำธุรกิจ นอกจากนี้วัยเด็กยังเป็นวัยที่ซุกซนและสุขภาพยังไม่แข็งแรงเท่าวัยผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่อาจจะพิจารณาซื้อประกันอุบัติเหตุหรือประกันสุขภาพควบคู่ให้กับลูกก็ได้เช่นกัน
  • วัยทำงาน ควรจะเลือกประกันชีวิตที่เน้นการออมเงิน เช่น ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือประกันชีวิตควบการลงทุน เนื่องจากวัยนี้ยังเป็นวัยที่ยังไม่มีภาระติดตัวมากนัก ก็อาจจะเริ่มจากเก็บออมเงินไว้ใช้ในอนาคต หรือสำหรับคนที่กำลังวางแผนเกษียณ ประกันชีวิตแบบบำนาญก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
  • หัวหน้าครอบครัว ควรจะทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เพราะเป็นเสาหลักของครอบครัว หากเกิดเหตุจากไปก่อนวัยอันควร คนข้างหลังก็ได้เงินจากหลักประกันที่ทำไว้ โดยทุนประกันชีวิตที่ทำอาจจะให้ครอบคลุมถึงภาระค่าใช้หลักที่หัวหน้าครอบครัวเป็นคนรับผิดชอบ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ เป็นต้น
สำหรับคนที่สนใจซื้อประกัน แต่ไม่รู้จะซื้อประกันที่ไหนดี ทางธนาคารกรุงศรีก็มีประกันหลายแบบให้เลือกซื้อ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของแบบประกัน ได้ที่ https://www.krungsri.com หรือสามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่กรุงศรี Plan Your Money โทร 1572 กด 5 จ.-ศ. เวลา 9.00-17.00 น. ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2564 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow