5 สัญญาณที่บอกว่าคุณยังไม่พร้อมจะซื้อบ้าน ตอนที่ 1
By อภินิหารเงินออม
“บ้าน” เป็นหนึ่งในเป้าหมายสูงสุดของใครหลาย ๆ คน เป็นความภาคภูมิใจและความต้องการที่จะทำให้คนในครอบครัวมีความสุข แต่การซื้อบ้านสักหลัง ก็มาพร้อมกับภาระค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้งจากการเป็นหนี้ยาวนานกว่า 30 ปี (โดยประมาณ) ขณะที่ผู้กู้เองก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ดังนั้นก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อบ้าน ไม่ควรมองว่ามีเงินเดือนมั่นคงอย่างเดียวแล้วจะซื้อบ้านได้ แต่ควรมองเรื่องอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนี้
1. ข้อมูลการขอสินเชื่อบ้าน

ในยุคที่ข่าวสารหาง่ายและรวดเร็วอย่างเช่นในปัจจุบัน แค่ค้นหาบน Google แป๊ปเดียวก็ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการขอสินเชื่อบ้านที่เราต้องการแล้ว ในเว็บไซต์ก็จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่าง ๆ เช่น
  • ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการขอสินเชื่อบ้านอย่างละเอียดทุกขั้นตอน
  • การเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการให้สินเชื่อของแต่ละธนาคาร
  • โปรแกรมคำนวณความสามารถในการชำระหนี้ โดยกรอกข้อมูลไม่กี่ช่องก็ทำให้เราประเมินตนเองว่าสามารถกู้ได้เท่าไหร่ ผ่อนชำระเดือนละเท่าไหร่ โดยทั่วไปแล้วธนาคารจะกำหนดอัตราผ่อนหนี้บ้านไว้ไม่เกิน 40% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย
  • วิธีเตรียมความพร้อมเพื่อทำให้ตนเองขอสินเชื่อผ่าน
  • กระทู้แสดงความคิดเห็นของผู้ที่เคยขอสินเชื่อบ้าน
เราควรศึกษาหาความรู้เหล่านี้ล่วงหน้าไปก่อน เพื่อเป็นการสร้างข้อได้เปรียบให้ตนเอง เราจะไม่เลือกแบบหว่านแหอย่างไร้จุดหมาย แต่จะทำแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยคัดเลือกธนาคารที่เราสนใจขอกู้ แล้วไปติดต่อสอบถามจากธนาคารนั้น ๆ ว่ามีเงื่อนไขตรงกับสิ่งที่เราศึกษามาหรือไม่ หากมีอะไรสงสัยก็สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทันทีเพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด (อ่านบทความ เลือกสินเชื่อบ้านให้ผ่อนได้สบาย ๆ ได้ที่นี่)
หากเราไม่เคยหาข้อมูลใด ๆ ไว้เลยแล้วเฝ้ารอคนอื่นมาป้อนข้อมูลเพียงฝ่ายเดียวหรือรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียวโดยไม่มีการเปรียบเทียบกับที่อื่น ก็อาจจะทำให้เราเสียรู้ เสียเงินมากกว่าที่ควรจะเป็น แล้วจะยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดถ้าเปิดเจอกระทู้ของคนอื่นที่เคยเจอเหตุการณ์เดียวกัน สุดท้ายเราอาจจะบ่นกับตัวเองทีหลังว่า “ถ้ารู้มาก่อนคงไม่เป็นแบบนี้”
2. การเงินในปัจจุบัน

เราควรเขียนสรุปภาพรวมการเงินออกมาว่าตอนนี้
  • มีการออมเงินเท่าไหร่
  • แต่ละเดือนมีรายจ่ายส่วนตัวเท่าไหร่
  • มีรายจ่ายหนี้สินที่ผ่อนบัตรเครดิตเท่าไหร่ อีกกี่เดือนจะผ่อนหมด
  • มีสัดส่วนหนี้สินต่อเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์
หากเขียนสรุปออกมาแล้วปรากฏว่าในแต่ละเดือนมีหนี้สินที่ผ่อนรถยนต์ ผ่อนบัตรเครดิตกับหนี้สินอื่น ๆ รวมกันสูงถึง 60% ของรายได้ แสดงว่าเรามีการเงินที่วิกฤตและตึงตัวมาก แต่ละเดือนมีเงินใช้ส่วนตัวเป็นค่ากิน ค่าเดินทาง และรายจ่ายทั่วไปเพียง 40% ของรายได้เท่านั้น ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในยุคปัจจุบัน
ถ้าวางแผนซื้อบ้านก็มีแนวโน้มว่าธนาคารจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้เรา เพราะมีหนี้สินมากเกินไป ดังนั้น เราควรรู้ขนาดของกระเป๋าสตางค์ตนเองก่อนว่าตอนนี้เป็นอย่างไร จะได้รู้ว่าสามารถสร้างหนี้เพิ่มได้หรือไม่ รวมถึงวางแผนเคลียร์หนี้เก่าเพื่อจะได้ขอสินเชื่อบ้านได้อย่างราบรื่น
รายละเอียดทั้งหมดมี 5 หัวข้อ แต่จะขอพูดถึงหัวข้อที่ 3 – 5 ได้แก่ การรักษาเครดิต เงินสำรองฉุกเฉิน และวินัยการออมเงิน ในตอนต่อไปนะคะ อย่าลืมว่า หากคุณมีสัญญาณ 1 ใน 2 ข้อด้านบน ให้รีบจัดการดูแลก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาลุกลาม แล้วทำให้ไม่สามารถซื้อบ้านได้นะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow