3 ตัวช่วยดีๆ ที่ทำให้สินทรัพย์ของเราเพิ่มไวขึ้น

3 ตัวช่วยดีๆ ที่ทำให้สินทรัพย์ของเราเพิ่มไวขึ้น

By Krungsri Plearn Plearn
มี 3 สิ่งมหัศจรรย์ในโลกการเงินการลงทุน และก็เป็นหัวใจหลักของทฤษฎีดอกเบี้ยทบต้นด้วย สิ่งนั้นคือ “เงินต้น” “อัตราผลตอบแทน” และ “ระยะเวลา” ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้มีความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันอยู่ โดยเมื่อเรามีเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่ได้รับจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และยิ่งมีเวลาลงทุนนานขึ้น ก็จะมีระยะเวลาที่สร้างผลตอบแทนมากขึ้น เงินของเราก็จะงอกเงยอย่างรวดเร็ว

จึงเป็นที่มาของประโยคสุดฮิตว่า “ออมเงินก่อนรวยกว่า ลงทุนก่อนสบายกว่า” นั่นเอง

แต่!! หากไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนน้อย เงินของเราก็ย่อมจะโตช้ากว่าการไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง ดังนั้นอย่างน้อยก็ควรจะลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าอัตราเงินเฟ้อ

มาทำความรู้จักกับทั้ง 3 สิ่งมหัศจรรย์นี้ให้มากขึ้นกัน เพื่อเสริมสร้างปัจจัยเหล่านี้ให้แข็งแกร่งและมาช่วยให้เงินทำงานแทนเรา

1. เงินต้น หรือ เงินลงทุน


วิธีที่จะทำให้เงินต้นของเราเพิ่มมากขึ้นง่ายที่สุด คือ การเพิ่มรายรับและลดรายจ่าย บางคนอาจจะถนัดหางานพิเศษทำเพิ่ม หรือขายของออนไลน์เพื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนการลดรายจ่ายก็เป็นวิธีที่ทำให้เรามีเงินนำไปลงทุนมากขึ้นได้ โดยเริ่มจากการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย เพื่อดูว่ามีรายจ่ายส่วนไหนที่เราสามารถตัดออกหรือลดการใช้จ่ายน้อยลงได้บ้าง หากเราสามารถประหยัดเงินใช้จ่ายบางอย่างได้ก็จะทำให้มีเงินเหลือมากขึ้นและนำไปลงทุนเพิ่ม

นอกจากนี้ เมื่อเราลงทุนในสินทรัพย์บางชนิดก็จะได้รับผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบของเงินปันผลหรือดอกเบี้ย เช่น หุ้นกู้ หุ้นสามัญ เงินฝากประจำ เป็นต้น การนำเงินปันผลที่ได้รับกลับมาลงทุนใหม่ (Dividend Reinvest) ก็ถือว่าเป็นวิธีที่จะช่วยให้มีเงินต้นเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่น
ปีแรก - ลงทุนด้วยเงิน 10,000 บาท สิ้นปีได้ปันผล 5% ต่อปี เราก็จะได้เงินออกมา 500 บาท
ปีที่ 2 - ถ้าเรานำเงินปันผลกลับไป Reinvest เท่ากับจะมีเงินลงทุนรวม 10,500 บาท สิ้นปีได้ปันผล 5%ต่อปี เราก็จะได้เงิน 525 บาท
พอถึงสิ้นปีที่ 2 เราจะมีเงินรวมทั้งหมด 21,025 บาท แต่ถ้าไม่ได้ Reinvest เราจะมีเงินลงทุนรวม 20,000 บาท และปันผลออกมาปีละ 500 บาท 2 ปีเป็นเงิน 1,000 บาท ซึ่งจะน้อยกว่าการที่เรานำเงินปันผลไป Reinvest

จะเห็นได้ว่า ถ้าเรานำเงินปันผลที่ได้ไป Reinvest นอกจากจะทำให้มีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้เงินปันผลเพิ่มขึ้นด้วย ยิ่งเงินต้นมากขึ้น และใช้ระยะเวลาที่นาน การ Reinvest จะทำให้เงินลงทุนของเราเติบโตแบบก้าวกระโดดได้เลย

2. อัตราผลตอบแทน

อัตราผลตอบแทนจะขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่เราเลือกลงทุน สินทรัพย์ที่คนส่วนใหญ่นิยมลงทุน เช่น เงินฝากประจำ หุ้นกู้เอกชน พันธบัตรรัฐบาล หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ยิ่งสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงก็จะมีความเสี่ยงในการลงทุนมากตามไปด้วย หรือที่เรียกกันว่า High Risk High Return นั่นเอง เนื่องจากเมื่อเราลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงก็มักจะคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นตามระดับความเสี่ยงที่ลงทุน โดยจะวัดความเสี่ยงการลงทุนจากความผันผวนที่เกิดขึ้นเทียบกับผลตอบแทนที่คาดหวัง ความเสี่ยงที่จะกระทบต่อความผันผวนที่เกิดแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ความเสี่ยงที่เข้ามากระทบตลาดโดยรวม เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง เป็นต้น และความเสี่ยงเฉพาะของกลุ่มธุรกิจหรือเฉพาะสินทรัพย์นั้น เช่น การบริหารงาน สภาพคล่องของสินทรัพย์ เป็นต้น
แต่บางที ผลตอบแทนสูงก็อาจจะไม่จำเป็นต้องเสี่ยงสูงเสมอไป เราสามารถลดความเสี่ยงนั้นได้ด้วยการบริหารความเสี่ยง เช่น ศึกษาข้อมูลในสินทรัพย์นั้นเพื่อทราบถึงความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบกับความผันผวน และหาจังหวะในการเข้าลงทุนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เมื่อรู้เช่นนั้นแล้วก็จะทำให้การลงทุนนั้นมีความเสี่ยงน้อยลง ในขณะที่ยังได้ผลตอบแทนสูงเท่าเดิม

ตัวอย่างสินทรัพย์ที่คนส่วนใหญ่นิยมลงทุน และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยมากกว่าอัตราเงินเฟ้อ เช่น
3 สิ่งมหัศจรรย์ ที่ทำให้สินทรัพย์ของเราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จะเห็นได้ว่าแต่ละสินทรัพย์ก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน เราจึงควรทำความเข้าใจลักษณะของสินทรัพย์และความเสี่ยงจากการลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

3. ระยะเวลา

หลายคนคงเริ่มสงสัยกันแล้วว่า ต้องใช้เวลานานแค่ไหนเงินของเราถึงจะโต หรือถ้าอยากให้เงินโตเป็น 2 เท่าต้องใช้เวลากี่ปี เราสามารถหาคำตอบนี้ได้โดยใช้กฎของตัวเลข 72 โดยใช้หลักการดอกเบี้ยทบต้นที่ถูกคิดค้นโดย Albert Einstein ซึ่งเค้าได้กล่าวไว้ว่า มันคือสิ่งมหัศจรรย์ของโลกสิ่งที่ 8
กฎเลข 72 จะบอกเราได้ว่า เงินลงทุนจะกลายเป็น 2 เท่าในเวลากี่ปี หรือ ถ้าเรามีเวลาลงทุนเท่านี้แล้วอยากให้เงินลงทุนกลายเป็น 2 เท่า จะต้องลงทุนในผลตอบแทนเท่าไหร่ โดยมีสูตรให้คำนวณตามง่าย ๆ ดังนี้
3 สิ่งมหัศจรรย์ ที่ทำให้สินทรัพย์ของเราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เราลองมาคำนวณผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์ เพื่อหาว่าจะต้องลงทุนกี่ปีเงินลงทุนจะกลายเป็น 2 เท่า
3 สิ่งมหัศจรรย์ ที่ทำให้สินทรัพย์ของเราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ยิ่งเรามีเวลาให้เงินทำงานมากก็จะมีระยะเวลาสร้างผลตอบแทนมาก แล้วเงินก็จะโตแบบก้าวกระโดดเป็น 2เท่า/ 3 เท่า/ 4เท่า ได้เร็วขึ้นอีก ดังนั้นการเพิ่มระยะเวลาให้เงินทำงานที่ง่ายสุด คือ การเริ่มต้นลงทุนให้เร็วที่สุด อย่ามัวแต่รอให้มีเงินเยอะก่อนแล้วค่อยเริ่ม ในโลกของการลงทุนยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพื่อให้มีระยะเวลาที่นานพอแล้วดอกเบี้ยทบต้นก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะพอเข้าใจแล้วว่า 3 สิ่งนี้มีความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงทำให้เงินของเรางอกเงยได้เร็วขึ้น ทั้งการที่เรามีเงินต้นเยอะก็จะส่งผลให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเยอะ ถ้าลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากก็จะมีโอกาสที่เงินลงทุนจะโตเร็วขึ้น (แต่ก็ High Risk High Return นะ) และสุดท้าย ยิ่งเรามีเวลาลงทุนมากเท่าไหร่ ก็จะมีระยะเวลาที่สร้างผลตอบแทนมากเท่านั้น
สำหรับคนที่สนใจเริ่มลงทุนแต่ไม่รู้จะเริ่มลงทุนอย่างไร “กองทุนรวม” เป็นทางเลือกการลงทุนที่เหมาะสำหรับมือใหม่ เพราะใช้เงินลงทุนน้อย มีผู้เชี่ยวชาญด้านลงทุนคอยดูแลพอร์ตให้ตลอดเวลา และยังมีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนที่หลากหลาย
ดูรายละเอียดการลงทุนในกองทุนรวม เพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungsri.com ทางธนาคารกรุงศรีได้คัดสรรกองทุนรวมหลากหลายประเภท พร้อมให้คำแนะนำการลงทุน และมีบริการที่สะดวกสบาย เพื่อให้การลงทุนง่ายขึ้น สามารถเปิดบัญชีกองทุนและสมัครบริการวางแผนลงทุนแบบประจำบน KMA Krungsri Mobile App ได้แล้ววันนี้ สะดวกขึ้น อยู่ที่ไหนก็สามารถลงทุนได้
เพราะช่วงเวลาลงทุนที่ดีที่สุด คือ เริ่มลงทุนวันนี้ แม้เราจะมีเงินน้อยก็เริ่มต้นลงทุนได้เหมือนกันนะ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2564 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow