วิธีคิดรายได้ที่แท้จริงของมนุษย์เงินเดือนที่คุณต้องรู้

By Maibat
ตั้งแต่เกิดจนตายมีสิ่งหนึ่งที่ผูกพันกับชีวิตคนเรานั่นก็คือ “เงิน” เราสัมผัสและใช้มันแทบทุกวันซื้อหาสิ่งที่เราต้องการในการดำรงชีวิตและตอบสนองความพึงพอใจ ตอนเด็กเป็นช่วงเวลาทอง เราไม่ได้ใช้เงินของตนเองแต่รู้จักมันผ่านการใช้จ่ายของพ่อแม่ วันแล้ววันเล่าซึมซับเรื่องเงินเข้ามาโดยไม่รู้ตัว ตอนเติบโตเป็นผู้ใหญ่เริ่มหาเงินเลี้ยงตัวเองได้ ถึงเข้าใจว่าคนเรามีความต้องการเยอะแยะเต็มไปหมด เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนคนอื่นเขา โดยมักเปรียบเทียบกับครอบครัวที่มีฐานะดีกว่า จึงเห็นความสำคัญของเงินมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ตอนอายุมากเข้าวัยเกษียณจนไม่ค่อยมีแรงทำงานหาเงินแล้ว การมีเงินอยู่กับตัวอุ่นใจกว่าเพราะยังคงต้องกินต้องใช้ทุกวันและเผื่อเจ็บหนักจะได้เอาไว้รักษาตัว ทำให้ตลอดชีวิตคนเราหนีเรื่องเงินไม่พ้นนั่นเอง
ทุกลมหายใจเข้าออกล้วนมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องจนอาจเข้าใจผิดคิดว่าเราใช้เงินซื้อสิ่งเหล่านั้นมา แต่อย่างที่รู้กันว่าเงินเป็นเพียงสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ดังนั้นจริง ๆ แล้ว คนเราใช้สิ่งอื่นในชีวิตแลกกับของที่เราต้องการ โดยมนุษย์เงินเดือนและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก เขาต้องทำงานหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงและใช้เวลาช่วงหนึ่งในชีวิตก่อนที่ได้เงินไปใช้จ่าย ซึ่ง “แรงกาย” และ “เวลา” คือต้นทุนที่แท้จริง
สำหรับนักลงทุนและเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ เขาสร้างโมเดลการหาเงินแบบอัตโนมัติอาจทำเองบ้างแต่ส่วนมากให้คนอื่นทำ เปรียบเหมือนการยืมใช้แรงกายและเวลาของคนอื่นในลักษณะประโยชน์ต่างตอบแทนนั่นเอง ซึ่งผมมองว่า “เงินทุน” และ “ความเสี่ยง” คือต้นทุนที่แท้จริง ในบทความนี้ผมขอโฟกัสที่มนุษย์เงินเดือนเพื่อจำลองตัวเลขให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าสิ่งที่เราสูญเสียนั้นไม่ใช่เงินแต่เป็นเวลา ส่วนแรงกายเป็นนามธรรมที่จับต้องยาก ผมขอให้พวกเรานึกถึงความเครียดจากการทำงาน ผมหงอกกับใต้ตาคล้ำ ภาวะมีลูกยาก และโรคภัยไข้เจ็บยอดฮิตของมนุษย์เงินเดือน แล้วจะเข้าใจว่าเราเสียอะไรถึงได้เงินมา
ใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง “IN TIME” จะเข้าใจได้ดีเลยครับ เขาจำลองสังคมโลกมนุษย์ในอนาคตที่ไม่ได้ใช้เงินซื้อของอีกต่อไปแต่ใช้เวลาที่เหลืออยู่บนโลกซื้อของแทน โดยมนุษย์ทุกคนมีเวลาที่เหลืออยู่บนโลกแสดงไว้บนข้อมือของตนเองและสามารถโอนเวลาให้คนอื่นได้ ถ้าหากเวลาหมดเหลือศูนย์ก็หมายถึงต้องจบชีวิตทันที ซึ่งเป็นหนังที่ผมอยากแนะนำให้ไปหาชมดูนะครับ เพราะหนังสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเวลาที่เหลืออยู่บนโลก ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดและมีค่ามาก ดังนั้นคนเราควรใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้ ผมไม่ได้หมายถึงทำงานหาเงินตลอดเวลา แต่หมายถึงการใช้เวลาบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ในชีวิตทั้งในด้านการงาน เงิน สุขภาพ ครอบครัว เป็นต้น ทีนี้ลองมาคำนวณดูครับว่าของแต่ละชิ้นที่คุณซื้อมาต้องใช้เวลาทำงานเท่าไร ซึ่งคนแต่ละคนใช้เวลาไม่เท่ากัน คนที่มีรายได้สูงย่อมใช้เวลาน้อยกว่าคนที่มีรายได้น้อย
ตามตารางด้านล่างแสดงให้เห็นความเป็นจริงว่ารายได้ต่อเดือนหลักหลายหมื่นบาทยังไม่ได้หักต้นทุนส่วนเพิ่มที่เกิดจากการออกจากบ้านมาทำงาน และตัวเลขหลักหลายหมื่นบาทยังหลอกตาให้คิดว่ามีรายได้สูง แต่แท้จริงแล้วรายได้เพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อชั่วโมง อย่างนาย ก มีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน เท่ากับ 101.6 บาทต่อชั่วโมงทำงาน และ นาย ข มีรายได้ 40,000 บาทต่อเดือน เท่ากับ 207.8 บาทต่อชั่วโมงทำงาน ทำให้เราตระหนักคิดได้ว่าตนเองมีรายได้ไม่สูงต้องใช้เงินอย่างรู้คุณค่า
นาย ก นาย ข
ทำงานประจำมีรายได้ 20,000 บาท
หักค่าเดินทางมาทำงาน -2,000 บาท
หักค่าอาหารแพงขึ้นแถวทำงาน -1,000 บาท
หักค่าประกันสังคม -750 บาท
รายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย 16,250 บาท
หรือ 812.5 บาทต่อวันทำงาน
หรือ 101.6 บาทต่อชั่วโมงทำงาน
ทำงานประจำมีรายได้ 40,000 บาท
หักค่าเดินทางมาทำงาน -4,000 บาท
หักค่าอาหารแพงขึ้นแถวทำงาน -2,000 บาท
หักค่าประกันสังคม -750 บาท
รายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย 33,250 บาท
หรือ 1,662.5 บาทต่อวันทำงาน
หรือ 207.8 บาทต่อชั่วโมงทำงาน
ซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน 40,000 บาท
ต้องทำงาน 50 วัน หรือ 394 ชั่วโมง
ซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน 40,000 บาท
ต้องทำงาน 24 วัน หรือ 193 ชั่วโมง
ซื้อรถยนต์รวมดอกเบี้ย 700,000 บาท
ต้องทำงาน 862 วัน หรือ 6,890 ชั่วโมง
ซื้อรถยนต์รวมดอกเบี้ย 700,000 บาท
ต้องทำงาน 422 วัน หรือ 3,369 ชั่วโมง
ซื้อคอนโดรวมดอกเบี้ย 3,000,000 บาท
ต้องทำงาน 3,693 วัน หรือ 29,528 ชั่วโมง
ซื้อคอนโดรวมดอกเบี้ย 3,000,000 บาท
ต้องทำงาน 1,805 วัน หรือ 14,437 ชั่วโมง
สินค้ายอดฮิตที่คนรุ่นใหม่ต้องมี ได้แก่ โทรศัพท์สมาร์ทโฟน รถยนต์ และคอนโด ลองคำนวณดูครับว่าต้องทำงานหนักนานแค่ไหนถึงจะมีเงินครอบครองเป็นเจ้าของได้ ดังนั้นต้องคิดให้รอบคอบก่อนซื้อว่าสิ่งของเหล่านี้จำเป็นกับชีวิตหรือไม่ และถ้าจำเป็นต้องไปซื้อที่ไหนถึงจะได้ราคาถูกที่สุด อีกมุมมองคือการหาเงินเก่งขึ้นก็ช่วยลดต้นทุนค่าเสียเวลาในชีวิตได้เป็นอันมาก สามารถเอาเวลาไปทำอย่างอื่นตามใจปรารถนา สรุปแล้วในชีวิตคนเราเงินก็สำคัญแต่ เวลา สุขภาพ ครอบครัว ก็สำคัญไม่แพ้กัน เราต้องจัดการเวลาให้สมดุลจนบรรลุเป้าหมายในชีวิตทุกด้านครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow