มีเงินใช้หลังเกษียณ ด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

By Krungsri Plearn Plearn
คุณเคยวาดภาพตัวเองหลังเกษียณไว้บ้างไหม? ว่าอยากใช้ชีวิตอย่างไร? ต้องการมีเงินพอใช้อย่างสบายในชีวิตเกษียณ ต้องการเดินทางเที่ยวรอบโลก ต้องการมีมรดกก้อนหนึ่งไว้ให้ลูกหลาน คำถามสำคัญคือ คุณต้องทำอะไรบ้างถึงจะได้ชีวิตแบบที่ตั้งใจไว้ หนึ่งในคำตอบของโจทย์ชีวิตเหล่านี้คือ การออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะเมื่อถึงวัยเกษียณพนักงานเงินเดือนจะไม่มีรายได้จากงานประจำอีกต่อไป ดังนั้นหากพนักงานเงินเดือนออมเงินผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะเป็นการเตรียมตัวเพื่ออนาคตที่ดีสู่ชีวิตเกษียณแบบมีความสุขของเราครับ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร
คือกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจ เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณอายุ ลาออกจากงาน ทุพพลภาพ หรือเป็นหลักประกันให้แก่ครอบครัว กรณีลูกจ้างเสียชีวิต ซึ่งถือเป็นสวัสดิการส่วนหนึ่งที่นายจ้างมีให้แก่ลูกจ้าง
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพประกอบด้วยอะไรบ้าง
  • เงินสมทบ นายจ้างช่วยสมทบเข้ากองทุนทุกเดือนไม่น้อยกว่าเงินสะสมที่ลูกจ้างจ่ายเข้ากองทุนสูงสุดไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง ซึ่งอัตราการจ่ายเงินสมทบให้แก่ลูกจ้างอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไข ระยะเวลาการทำงานหรือระยะเวลาการเป็นสมาชิก เป็นต้น โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้ในข้อบังคับกองทุนของแต่ละนายจ้าง
  • เงินสะสม เงินที่ลูกจ้างจ่ายเข้ากองทุน โดยเราสามารถหักเงินเพื่อสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ตั้งแต่ 2-15% ของค่าจ้าง แต่ว่าจะหักสะสมเท่าไหร่ดี ผมให้หลักการแบบนี้คือ ให้หักมากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยไม่เดือดร้อนจากเงินไม่พอใช้ ตัวอย่างเช่น เงินเดือน 15,000 จะหักเต็ม 15% ก็ได้หรือเงินเดือน 1 แสน จะหักสะสมแค่ 2% ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานะการเงิน รายจ่ายของแต่ละคนที่แตกต่างกันครับ
  • ผลประโยชน์ของเงินสะสมและเงินสมทบ คือ ผลกำไรที่บริษัทจัดการหรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นำเงินสะสมและเงินสมทบไปลงทุน และได้รับผลประโยชน์กลับคืนมา
แล้วเราจะได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อใดและได้รับเท่าไหร่
เมื่อลูกจ้างพ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัทนั้น ๆ ลูกจ้างจะได้รับเงินก้อนโดยแบ่งเป็น 2 ส่วนดังนี้
  • เงินสะสมและผลประโยชน์จากเงินสะสม ลูกจ้างได้รับกลับคืนทั้งหมด ไม่ว่าจะมีอายุงานเท่าใดก็ตาม
  • เงินสมทบและผลประโยชน์จากเงินสมทบ ลูกจ้างจะได้รับตามข้อกำหนดของกองทุน
ตัวอย่างข้อกำหนดเงินสมทบและผลประโยชน์จากเงินสมทบกรณีลาออกจากงาน
บริษัท A กำหนดเงื่อนไขให้สมาชิกมีสิทธิได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบในข้อบังคับกองทุนดังนี้
อายุงาน สิทธิได้รับเงิน
น้อยกว่า 1 ปี ไม่ได้สิทธิ์
ตั้งแต่ 1 ปี - 5 ปี ร้อยละ 50
ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ร้อยละ 100
หากลูกจ้างทำงานบริษัท A เป็นเวลา 5 ปีขึ้นไป แล้วลาออกจากบริษัท ลูกจ้างจะได้รับเงินในส่วนของนายจ้าง (เงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบ) ทั้ง 100% แต่หากลูกจ้างทำงานไม่ถึงปีแล้วลาออก ลูกจ้างจะไม่ได้ร้บเงินในส่วนของนายจ้าง (เงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบ) เลย
ประโยชน์ต่อลูกจ้าง
  • สร้างวินัยในการออมที่เน้นการออมแบบระยะยาว
  • ได้รับเงินเพิ่มจากนายจ้าง นอกเหนือจากการขึ้นเงินเดือน / โบนัส
  • สามารถลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง หรือไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อคิดคำนวณรวมกับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ
  • เพิ่มโอกาสเติบโตของเงินออม ผ่านการบริหารกองทุนจากทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการออมเงินที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยนะครับ หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ วิธีวางแผนภาษี หรือวิธีการวางแผนเกษียณเพิ่มเติม สามารถ โทร. 1572 กด 5 ระหว่างวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 17.00 น. เพื่อรับคำแนะนำแบบส่วนบุคคลจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินได้เลยครับ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น หรือเข้าไปอ่านบทความเพิ่มเติมได้ด้วยตัวเองที่เว็บไซต์ Krungsri Plan Your Money
ขอบคุณข้อมูลจาก: -
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Follow us on
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
บริการส่งข้อมูลความรู้ ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านอีเมล์
บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทาง E-mail
  • บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายสัปดาห์จากศูนย์วิจัยกรุงศรี
  • ผลการสำรวจดัชนีภาวะธุรกิจ SME รายไตรมาส โดยกรุงศรี
  • ข่าวสาร และกิจกรรมของธนาคาร
  • บริการทางการเงิน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ของธนาคาร
Powered by
© 2563 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Follow