หน้าหลัก Plearn เพลิน > Guru Financial > Financial > อัปเดตยื่นภาษี 2563 ทุกคำถามเรื่องภาษี ที่นี่มีคำตอบ
0 Share
0

เข้าสู่ปีใหม่ทีไรหลายคนมักจะตั้งเป้าหมาย New Year’s Resolution ลงมือทำสิ่งดี ๆ พัฒนาตัวเอง ถ้าปีที่แล้วยังทำไม่สำเร็จ ก็มาลุยกันต่อในปีนี้ ขณะที่บางคนอาจกำลังลุ้นโบนัสกันตัวโก่ง แต่ไม่ว่าคุณจะมีกิจกรรมมากมายแค่ไหน สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมเลยคือการยื่นภาษี ซึ่งเป็นหน้าที่ของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราที่ต้องวางแผนให้รอบคอบ เช็กให้ชัวร์ว่ารายได้ของทั้งหมดในปี 2562 ต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่ เพื่อจะนำไปยื่นภาษีในปี 2563 นี้ และสิทธิลดหย่อนภาษีที่แตกต่างจากปีอื่น ๆ มีอะไรบ้าง มาอัปเดตเงื่อนไขยื่นภาษีปี 2563 พร้อมกันเลย

ใครต้องยื่นภาษีบ้าง?

บุคคลที่มีรายได้ทุกคน ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งแม้จะมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี ก็ต้องยื่นแบบภาษีประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 31 มี.ค. เพื่อแสดงรายได้สะสมในช่วงปีที่ผ่านมา

ถ้าอยากรู้ว่าเราจะต้องเสียภาษีเท่าไร ให้คำนวณรายได้สุทธิของตัวเองก่อนจากสูตร “เงินได้ - ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อนภาษี = เงินได้สุทธิ” ซึ่งค่าใช้จ่ายจะเหมาจ่าย 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท เมื่อได้จำนวนเงินได้สุทธิแล้วจึงมาเทียบดูอัตราภาษีที่ต้องเสีย ซึ่งปีนี้ยังคงใช้อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหมือนกับปี 2560 นั่นก็คือการเก็บภาษีตามขั้นบันได ตั้งแต่ 5-35% มีวิธีการคำนวณคือ “ภาษีที่ต้องจ่าย = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี” สามารถดูอัตราภาษีได้จากตารางด้านล่างเลยครับ  
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เงินได้สุทธิต่อปี อัตราภาษีเงินได้
0-150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี
150,001-300,000 บาท 5%
300,001 – 500,000 บาท 10%
500,001-750,000 บาท 15%
750,001-1,000,000 บาท 20%
1,000,001 - 2,000,000 บาท 25%
2,000,001 – 5,000,000 บาท 30%
5,000,001 บาทขึ้นไป 35%

อัปเดตรายการลดหย่อนภาษี 5 กลุ่ม รู้ไว้ไม่เสียสิทธิ

ก่อนจะไปเริ่มคำนวณภาษีตามอัตราที่กำหนด เราก็ต้องมาพิจารณาก่อนว่า ตัวเราเองใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง? เพราะถ้าไม่ลดหย่อนอะไรเลยคนที่มีรายได้เยอะก็คงถึงขั้นต้องขอผ่อนจ่ายค่าภาษีกันเลยทีเดียว  ฉะนั้นเรามารักษาสิทธิลดหย่อนภาษีให้เต็มที่กันดีกว่านะครับ ซึ่งปีนี้มีรายการลดหย่อนภาษีที่บังคับใช้ใหม่คือ ค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวไทย การซื้ออุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การศึกษา หนังสือ สินค้า OTOP และการซื้อบ้านหลังแรก ตรวจสอบให้ดีว่าค่าใช้จ่ายแบบไหน สินค้าอะไรนำมาลดหย่อนได้บ้าง จะได้คำนวณภาษีเงินได้อย่างถูกต้องกัน

ค่าลดหย่อนภาษี 5 กลุ่มที่คนจ่ายภาษีต้องรู้
 
ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว

กลุ่มที่ 1 ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว

ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว จำนวน
1 ค่าลดหย่อนส่วนตัวสำหรับคนมีเงินได้ทุกคน 60,000 บาท
2 ค่าลดหย่อนคู่สมรส
*สำหรับคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีเงินได้ หรือมีเงินได้แต่ยื่นแบบแสดงรายการคำนวณภาษีพร้อมกัน
60,000 บาท
3 ค่าลดหย่อนบุตร ต่อ 1 คน
*หากเป็นบุตรโดยกฎหมายสามารถนำมาหักได้ไม่จำกัดจำนวนคน
*ในกรณีที่เป็นบุตรบุญธรรม หรือมีทั้งบุตรบุญธรรมและบุตรโดยกฎหมาย สามารถหักได้ไม่เกิน 3 คน ซึ่งตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบันตามนโยบายรัฐฯ ส่งเสริมให้เพิ่มประชากร คู่สมรสที่มีลูกคนที่ 2 ขึ้นไป รับสิทธิ์เพิ่มอีก 30,000 บาท ต่อคน รวมเป็น 60,000 บาท
30,000 บาท
4 ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร
*หากตั้งท้องปีนี้ แต่กำหนดคลอดปีหน้า ให้ลดหย่อนตามปีที่ใช้สิทธิ แต่รวมกันต้องไม่เกิน 60,000 บาท
ไม่เกินปีละ 60,000 บาท
5 ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูพ่อแม่ และคู่สมรสอายุ 60 ปีขึ้นไป
*สูงสุดไม่เกิน 4 คน โดยสิทธิในการเลี้ยงดูจะใช้ได้ครั้งเดียว เพราะฉะนั้นพ่อแม่ต้องระบุลงลายมือชื่อในหนังสือรับรองว่าลูกคนไหนเป็นคนเลี้ยงดู
คนละ 30,000 บาท
6 ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูผู้พิการหรือคนทุพพลภาพ
*ในกรณีที่คนพิการหรือคนทุพพลภาพมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าร่างกายบกพร่อง
คนละ 60,000 บาท
 
ค่าลดหย่อนกลุ่มประกัน เงินออมและการลงทุน

กลุ่มที่ 2 ค่าลดหย่อนกลุ่มประกัน เงินออมและการลงทุน

ค่าลดหย่อนกลุ่มประกัน เงินออมและการลงทุน จำนวน
1 ประกันสังคม ไม่เกิน 9,000 บาท
2 เบี้ยประกันชีวิต ไม่เกิน 100,000 บาท
3 เบี้ยประกันสุขภาพ ไม่เกิน 15,000 บาท
*และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
4 เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่
*ต้องเป็นบุตรตามกฎหมายเท่านั้น สิทธิประกันที่นำมาลดหย่อนต้องเป็นความคุ้มครองด้านใดด้านหนึ่งใน 4 กลุ่ม คือ ค่ารักษาจากการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ โรคร้ายแรง และประกันคุ้มครองการพยาบาลสำหรับการเจ็บป่วยระยะยาว
ไม่เกิน 15,000 บาท
5 เบี้ยประกันชีวิตคู่สมรส
*กรณีที่คู่สมรสไม่มีเงินได้
ไม่เกิน 10,000 บาท
6 เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
*ในกรณีที่มีส่วนที่เกิน 10,000 แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้ และไม่เกิน 490,000 บาท จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเอาไปคำนวณภาษี)
ไม่เกิน 10,000 บาท
7 เงินสะสมกองทุน กบข. และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี หรือไม่เกิน 500,000 บาท
8 เงินสะสมจากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ไม่เกิน 13,200 บาท
9 เบี้ยประกันชีวิตบำนาญ
*โดยมีเงื่อนไขคือเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และ RMF จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท
ไม่เกิน 15% ของเงินได้ และต้องไม่เกิน 200,000 บาท
10 กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)
*ต้องซื้อถือครองไว้อย่างน้อย 7 ปี พ.ศ.
ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 500,000 บาท
11 กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
*เงื่อนไขคือต้องลงทุนต่อเนื่องถึงอายุ 55 ปี
ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 500,000 บาท

ค่าลดหย่อนอสังหาริมทรัพย์

กลุ่มที่ 3 ค่าลดหย่อนอสังหาริมทรัพย์

ค่าลดหย่อนอสังหาริมทรัพย์ จำนวน
1 ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย
*เป็นดอกเบี้ยจากเงินกู้ซื้อบ้าน คอนโด หรือที่อยู่อาศัย หากมีการกู้อยู่อาศัยมากกว่า 1 แห่ง สามารถใช้ลดหย่อนรวมกันได้ แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท และในกรณีที่กู้ร่วมกันหลายคน สามารถแบ่งดอกเบี้ยคนละเท่า ๆ กัน โดยรวมแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน
ไม่เกิน 100,000 บาท
2 ซื้อบ้านหลังแรก ปี พ.ศ. 2558
*ถ้าบ้านหรือคอนโดนั้นราคาไม่เกิน 3,000,000 บาท
20% ของค่าบ้าน ลดหย่อนภาษีได้ 5 ปี (ปีละ 4%)
3 ซื้อบ้านหลังแรก ปี พ.ศ. 2562
*ถ้าบ้านหรือคอนโดนั้นราคาไม่เกิน 5,000,000 บาท
ไม่เกิน 200,000 บาท

ค่าลดหย่อนกลุ่มเงินบริจาค

กลุ่มที่ 4 ค่าลดหย่อนกลุ่มเงินบริจาค

ค่าลดหย่อนกลุ่มเงินบริจาค จำนวน
1 เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา สนับสนุนการกีฬา และเงินบริจาคเพื่อประโยชน์สาธารณะ หักได้ 2 เท่า แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
2 เงินบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ หักได้ 2 เท่า แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
3 กลุ่มเงินบริจาคทั่วไป เช่น บริจาคเงินเพื่อสาธารณกุศล ได้จำนวนตามที่บริจาคจริง แต่ต้องไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน และเงินบริจาค 2 กลุ่มแรก
4 เงินบริจาคให้พรรคการเมือง สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

ค่าลดหย่อนตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

กลุ่มที่ 5 ค่าลดหย่อนตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

ค่าลดหย่อนตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ จำนวน
1 สินค้าในกลุ่มช้อปช่วยชาติ สินค้าการศึกษาและกีฬา หนังสือ สินค้า OTOP ไม่เกิน 15,000 บาทต่อ 1 กลุ่ม
2 ท่องเที่ยวไทย > เที่ยวเมืองหลัก
ท่องเที่ยวไทย > เที่ยวเมืองรอง
*รวมกันแล้วไม่เกิน 20,000 บาท
15,000 บาท
20,000 บาท
 
3 ค่าเสียหายจากพายุปาบึก ค่าซ่อมบ้าน ไม่เกิน 100,000 บาท
ค่าซ่อมรถ ไม่เกิน 30,000 บาท
4 ค่าเสียหายจากพายุโพดุล พายุคาจิกิ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ค่าซ่อมบ้าน ไม่เกิน 100,000 บาท
ค่าซ่อมรถและอื่นๆ ไม่เกิน 30,000 บาท

ยื่นอย่างไร ยื่นที่ไหน ยื่นเมื่อไร?

สำหรับใครที่มีรายได้จากเงินเดือนและโบนัส โดยไม่มีรายได้ประเภทอื่น ให้เตรียมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) พร้อมเอกสารประกอบการลดหย่อนภาษี เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว ให้รีบยื่นแสดงภาษีให้เร็วที่สุด ซึ่งเปิดให้ยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 63 – 31 มี.ค. 63 โดยยื่นได้หลายช่องทาง ได้แก่
  • ยื่นแบบแสดงภาษีด้วยตัวเองที่กรมสรรพากร
  • ยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/ ซึ่งจะสามารถยื่นได้ถึงวันที่ 8 เม.ย. 63
  • ยื่นผ่านแอปพลิเคชั่น RD Smart Tax แต่ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรก่อน
เมื่อได้ข้อมูลอัปเดตการยื่นภาษีในปีนี้ไปแล้ว หวังว่าจะทำให้ผู้อ่านมีความเข้าใจในเรื่องของภาษี หลักการคำนวณ และการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เราวางแผนและใช้สิทธิได้คุ้มค่า จ่ายภาษีในอัตราที่ถูกลงและอาจได้รับเงินคืนอีกด้วย เพราะฉะนั้นทุกคนอย่าลืมศึกษาและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของตัวเองกันให้เต็มที่นะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก
money.kapook.com,
money.kapook.com,
rd.go.th,
efinancethai.com,
aommoney.com
Powered By