หน้าหลัก Plearn เพลิน > Business > Marketing > Storytelling อย่างไรให้ลูกค้าอยากบอกต่อ
By Krungsri Plearn Plearn
0 Share
0

บริษัท Tanita เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องชั่งน้ำหนักชื่อดังของญี่ปุ่น

วันหนึ่งช่วงปีค.ศ.​2009 รายการโทรทัศน์ NHK สถานีโทรทัศน์ชื่อดังของญี่ปุ่นได้มาถ่ายทำเกี่ยวกับอาหารในโรงอาหารบริษัท Tanita จุดเด่น คือ ปรุงอาหารให้รสชาติดี แต่มีผักเยอะ และลดการใช้น้ำมัน
 
ทาง NHK นำไปเล่าว่า อาหารของโรงอาหารแห่งนี้ ช่วยให้พนักงานลดน้ำหนักลงได้ จนกลายเป็นที่ฮือฮาในญี่ปุ่น

ปีถัดมา บริษัท Tanita จึงออกหนังสือ “โรงอาหารบริษัท Tanita” ซึ่งเป็นหนังสือรวบรวมสูตรอาหารที่แม่ครัวโรงอาหาร Tanita ทำให้พนักงานทาน หนังสือขายดีมาก จนออกเวอร์ชั่นถัด ๆ มาเรื่อย ๆ รวมแล้วขายได้กว่า 5 ล้านเล่มทั่วญี่ปุ่น
 
ถึงตรงนี้ ในฐานะบริษัทที่ผลิตเครื่องชั่งน้ำหนัก ควรจะเห็นว่า รายการโทรทัศน์เอย หนังสือเอย เป็นการสร้างแบรนด์และสร้างชื่อเสียงให้บริษัทเพียงพอแล้ว แต่บริษัท Tanita ก็ไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น
 
พวกเขาเปลี่ยนวิสัยทัศน์จาก “ความมุ่งมั่นในการวัดสุขภาพผู้คน” มาเป็น “การสร้างสุขภาพที่แข็งแรง”
และนั่นคือต้นกำเนิดของร้านอาหาร Tanita Shokudo ค่ะ

Tanita Shokudo ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.​ 2012

หากท่านเป็นผู้ผลิตเครื่องชั่งน้ำหนัก ... ท่านจะทำร้านอาหารหน้าตาแบบไหนคะ ?

บริษัท Tanita มีวิธีการสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจในวิสัยทัศน์ของพวกเขาได้อย่างน่ารักมากทีเดียว

1. อาหารที่ดีต่อสุขภาพ


อาหารที่นี่ใช้ผักเป็นส่วนประกอบเยอะมาก กระทรวงแรงงานญี่ปุ่นกำหนดว่า ปริมาณผักที่คนควรบริโภคในแต่ละวันคือ 350 กรัม เซ็ทอาหารของร้าน Tanita Shokudo ทุกเมนู จะมีผักเป็นส่วนประกอบประมาณ 200 กรัม
 
Storytelling อย่างไรให้ลูกค้าอยากบอกต่อที่มา : tanita.co.jp/shokudo

นอกจากนี้ ทางร้านยังปรุงรสชาติอ่อน ๆ โดยพยายามไม่ให้ปริมาณโซเดียมเกิน 3 กรัมอีกด้วย

2. ชามข้าววัดแคลอรี่


ร้านอาหาร Tanita Shokudo นี้ ให้ลูกค้าตักข้าวจากหม้อหุงข้าวเอง มีป้ายแจ้งนิดเดียวว่า ให้สังเกตเส้นบนชามข้าว
 
หากตักข้าวเท่าเส้นขอบล่าง ปริมาณข้าวจะประมาณ 100 กรัม หรือ 160 แคลอรี่ แต่ถ้าตักพูน ๆ จนติดเส้นบน จะได้ข้าว 150 กรัมหรือ 240 แคลอรี่ ตักข้าวน้อยลงนิดหนึ่ง สามารถลดแคลอรี่ไปได้ 80 แคลอรี่เลยทีเดียว
 
Storytelling อย่างไรให้ลูกค้าอยากบอกต่อที่มา : instagrammernews.com

การทำเช่นนี้ ทำให้ลูกค้าไม่ตักข้าวเยอะเกิน และตรงกับคอนเซปท์สร้างสุขภาพที่ดีของร้านอีกด้วย
 
แน่นอน ลูกค้าท่านไหนที่อยากได้ความเป๊ะด้านปริมาณ ก็สามารถชั่งน้ำหนักชามข้าวจากเครื่องน้ำหนัก Tanita ได้เช่นกัน
 
Storytelling อย่างไรให้ลูกค้าอยากบอกต่อที่มา : twitter.com/gohan_channel

3. อาหารที่ต้องเคี้ยว


ร้านอาหารที่นี่ พยายามไม่เสิร์ฟอาหารที่นิ่มเกินไป หรือไม่หั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กเกินไป เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสเคี้ยวบ้าง ยิ่งเคี้ยวมาก ลูกค้าจะยิ่งรู้สึกอิ่มเร็ว ทำให้ไม่ทานเยอะเกินไป

4. จับเวลา


ลูกค้าส่วนใหญ่คงไม่ทราบว่าตนเองทานข้าวช้าหรือเร็ว
 
บนโต๊ะอาหาร จะมีเครื่องจับเวลา (แน่นอนว่ายี่ห้อ Tanita) วางอยู่ ทางร้านแนะนำให้ลูกค้าเซ็ทเวลาไว้ที่ 20 นาที หากทานน้อยกว่านั้น แปลว่า เคี้ยวข้าวไม่ละเอียด และทานเร็วเกินไป
 
Storytelling อย่างไรให้ลูกค้าอยากบอกต่อที่มา : trend.nikkeibp.co.jp

5. บริการตรวจสุขภาพ


ก่อนหรือหลังทานข้าว ลูกค้าสามารถแวะมาชั่งน้ำหนัก ตรวจปริมาณไขมันได้ เครื่องตรวจของ Tanita วัดได้ถึงขั้นว่า เรามีไขมันสะสมบริเวณไหน มากน้อยอย่างไรบ้าง
 
มีนักโภชนาการอยู่ประจำเพื่อให้คำแนะนำด้านโภชนาการอาหารโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
 
Storytelling อย่างไรให้ลูกค้าอยากบอกต่อที่มา : nlab.itmedia.co.jp
ตารางผลการตรวจสุขภาพ ซึ่งสามารถนำกลับบ้านได้

ท่านไหนที่สนใจอยากไปลิ้มลองอาหารและบริการของ Tanita สาขาที่น่าจะไปง่ายที่สุด คือ สาขาในตึก Maru no uchi (ชั้น B1) อยู่ติดสถานีโตเกียวเลยค่ะ

ข้อมูลสาขา: tanita.co.jp/shokudo/shop

Lesson learned


  1. Origin of Story
    ต้นกำเนิดของ Story ที่ดี มาจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน กรณีของ Tanita คือ ต้องการสร้างสุขภาพที่ดี เพราะฉะนั้น เรื่องราวทุกอย่าง จึงปูไปเพื่อเสริมสุขภาพคนให้ดีที่สุด
  2. Storytelling Tools
    Storytelling ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ใน Social media อย่างเฟซบุ๊ก Youtube แต่ทุกอย่างสามารถเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องได้ เช่น ชามข้าว ป้ายเมนู เครื่องจับเวลา หรือกระดาษแสดงผลตรวจสุขภาพ กรณีของ Tanita นั้น ไม่ว่าสื่อไหน ก็ล้วนน่าถ่ายภาพแชร์ในโลกโซเชียลทั้งนั้น
  3. Unique story
    Story แบบ Tanita แตกต่างจากร้านอาหารอื่น ๆ ขณะเดียวกัน ไม่มีบริษัททำเครื่องชั่งน้ำหนักไหนจะทำแบบนี้เช่นกัน กลายเป็น Story ที่เป็นเอกลักษณ์ และคนอยากบอกต่อ
Powered By