หน้าหลัก Plearn เพลิน > Guru Financial > Financial > 6 เทคนิค เปลี่ยนนิสัยเครียด-ช้อป-ช็อต
0 Share
0

สาย Shopaholic เคยเป็นไหม? เห็นป้าย SALE แล้วใจสั่นรัว ๆ อดไม่ได้ที่จะวิ่งเข้าไปซื้อ โดยเฉพาะสาว ๆ หากวันไหนเครียดจากการทำงานหรือสิ่งรอบตัวเป็นพิเศษ สิ่งที่เยียวยาจิตใจได้เป็นอย่างดีก็คือการช้อปปิ้ง ขอบอกว่าคุณไม่ได้เป็นแบบนี้คนเดียวหรอกครับ เพราะผลวิจัยในสหรัฐอเมริกาเผยว่า 1 ใน 3 ของคนทั่วไปใช้การช้อปปิ้งเพื่อบำบัดความเครียด หรือที่เรียกว่า ‘Retail Therapy’ วันนี้เรามาทำความรู้จักการช้อปปิ้งบำบัด รวมถึงเทคนิคดี ๆ ที่จะทำให้คุณช้อปปิ้งอย่างมีสติกันครับ

6 เทคนิค เปลี่ยนนิสัยเครียด-ช้อป-ช็อต

ช้อปปิ้งบำบัดคืออะไร ทำไมถึงคลายเครียดได้?

ช้อปปิ้งบำบัด หรือ Retail Therapy คือ การบำบัดความเครียดในแต่ละวันโดยวิธีการช้อปปิ้ง ว่าแต่ทำไมเราถึงรู้สึกดีเวลาได้ซื้อของหรือครอบครองสิ่งของกันล่ะ ก็เพราะขณะที่เราช้อปปิ้งสมองจะหลั่งสารโดปามีน หรือสารแห่งความสุขออกมา ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นชั่วขณะ และขณะที่เราซื้อของเรายังรู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษเพราะการบริการต่าง ๆ ทำให้ยิ่งรู้สึกดีขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังทำให้เรารู้สึกมีอำนาจและสามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่สามารถช้อปปิ้งออนไลน์ได้ ทำให้เรามีอำนาจควบคุมได้เพียงปลายนิ้ว จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเราถึงรู้สึกดีเวลาได้เปิดแอปฯช้อปปิ้งออนไลน์ขึ้นมาเลือกช้อปในแต่ละวัน

6 เทคนิค เปลี่ยนนิสัยเครียด-ช้อป-ช็อต

ช้อปเพลิน....รู้ตัวอีกทีเงินหมดเกลี้ยง

เพราะความรู้สึกดีที่ได้ช้อป หลายคนก็เลยช้อปเพลินจนรู้ตัวอีกทีก็ได้ของมาเต็มไม้เต็มมือเสียแล้ว จนสุดท้ายเกิดคำถามกับตัวเองว่า “ซื้อมาทำไม?” หรือ “จะใส่หมดไหม?” และที่แย่กว่านั้นก็คือการช้อปเพลินจนเงินหมดกระเป๋านี่แหละครับ แทนที่จะช้อปปิ้งแล้วหายเครียด กลับต้องมาเครียดกว่าเดิมกับปัญหาเรื่องเงิน นั่นก็เพราะเราไม่ได้วางแผนการเงินก่อนนั่นเอง หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ใช้การช้อปปิ้งบำบัดตัวเองแล้วเครียดกว่าเดิม วันนี้ผมมีเทคนิคดี ๆ มาฝากนักช้อปทุกคนกันครับ

6 เทคนิค เปลี่ยนนิสัยเครียด-ช้อป-ช็อต

6 เทคนิค ช้อปปิ้งให้ไม่ช็อตทีหลัง

1. จดก่อนจ่าย

อันดับแรกควรจดสิ่งที่จำเป็นต้องซื้อลงในกระดาษเสียก่อน หรือจะจดลงในแอปพลิเคชันก็ได้ เช่น แอปฯ Bring!, Shopping List Recipes หรือ Grocery Lists เพื่อป้องกันการเผลอซื้อสิ่งอื่นที่เกินความจำเป็น และการจดรายการของก่อนซื้อจะทำให้สามารถประเมินงบที่ต้องจ่ายอย่างคร่าว ๆ ได้ชัดเจนอีกด้วย

2. จ่ายด้วยเงินสด กำหนดงบให้ชัด

ก่อนช้อปต้องตั้งสติกำหนดงบประมาณให้ชัดเจน แล้วพกเงินสดไปเท่าที่ต้องการ อาจหลีกเลี่ยงการชำระด้วยบัตรเครดิตเพราะจะทำให้เราซื้อของได้ง่ายและสะดวกมากเกินไป จนลืมยอดที่จ่ายไปแล้วและทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายได้ การใช้จ่ายด้วยเงินสดจะเป็นการบังคับตัวเองไม่ให้เผลอใช้เกินงบนั่นเอง

3. ดูให้ครบ เทียบราคาก่อนซื้อ

ทริคง่าย ๆ อีกอย่างหนึ่ง คือ การเดินดูสินค้าให้ทั่วก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ จะทำให้เรามีเวลาคิดและตัดสินใจว่าของสิ่งนั้นจำเป็นมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าผ่านไป 2-3 วันแล้ว คุณยังอยากได้อยู่ก็ค่อยกลับมาซื้อก็ได้ ส่วนการเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อก็จะทำให้ประหยัดเงินได้อีก วิธีนี้จะช่วยให้ประหยัดงบประมาณและตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปได้เยอะเลยทีเดียว

4. โปรโมชั่นไม่ใช่ทุกอย่าง

หลายคนพ่ายแพ้ให้กับคำว่าโปรโมชั่น อยากซื้อเพราะราคาถูก แต่บ่อยครั้งที่ของสิ่งนั้นไม่ได้จำเป็นกับเราเลย เพราะฉะนั้นเมื่อเห็นป้าย SALE ก็อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป คิดทบทวนให้ดีก่อนว่าของสิ่งนั้นจำเป็นไหม ซื้อไปแล้วจะได้ใช้หรือเปล่า อีกอย่างถ้ารีบซื้อไปตอนนี้ อาจจะมี SALE ครั้งต่อไปที่ราคาถูกกว่า ก็อาจจะทำให้เสียดายขึ้นมาได้ ฉะนั้นใจเย็น ๆ ไว้ก่อนดีที่สุดครับ

5. เลือกสไตล์เรียบง่าย ใช้ได้บ่อย

การซื้อของที่สามารถนำมาใช้ได้หลายโอกาสจะทำให้เราประหยัดการซื้อในครั้งต่อ ๆ ไปได้ ถ้าต้องการซื้อเสื้อผ้าก็ควรเลือกซื้อตัวที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าที่มีอยู่ได้ง่าย เช่น เสื้อผ้าสีเรียบ ๆ ไม่ฉูดฉาด เสื้อสูทที่ใส่ได้หลายโอกาส ก็จะทำให้ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าบ่อย ประหยัดเงินในระยะยาวได้

6. อย่าช้อปปิ้งเพื่อแก้เบื่อ

ข้อนี้ถือเป็นคำเตือนสายช้อปทั้งหลายว่าอย่าช้อปปิ้งเพื่อแก้เบื่อหรือฆ่าเวลา ไม่เช่นนั้นรู้ตัวอีกทีอาจได้ของเต็มบ้าน แต่เงินของคุณกลับออกจากกระเป๋าไปหมดแล้ว แต่หากมีเวลาเหลือจนไม่รู้จะทำอะไรจริง ๆ แนะนำให้หากิจกรรมอย่างอื่นทำดีกว่า อย่างเช่น การอ่านหนังสือที่ค้างไว้ ดูหนังต่อให้จบเรื่อง หรือหากิจกรรมทำความสะอาดจัดบ้าน ก็เป็นทางเลือกที่ดี ไม่เสียเงินแถมได้ประโยชน์ด้วย

การช้อปปิ้งบำบัดอาจช่วยให้คุณรู้สึกดีได้ก็จริง แต่หากว่าเราช้อปเพลินจนเกินตัวก็อาจทำให้เกิดปัญหาในภายหลังได้ ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการวางแผนหรือคิดให้รอบคอบก่อนเสมอ หวังว่าเทคนิคที่รวบรวมมาจะช่วยให้ทุกคนเพลิดเพลินกับการช้อปแบบไม่ต้องมาเครียดทีหลังกันนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://thematter.co
https://moneyhub.in.th
https://money.kapook.com/
https://thestandard.co/
https://www.posttoday.com
Powered By